พระเจ้าทรงชี้ถึงอารยธรรมยุคแห่งการปรากฏกาย (ซุฮูร) ด้วยความหมาย "อำนาจการปกครองที่ยิ่งใหญ่"
Powered by OrdaSoft!

พระเจ้าทรงชี้ถึงอารยธรรมยุคแห่งการปรากฏกาย (ซุฮูร) ด้วยความหมาย "อำนาจการปกครองที่ยิ่งใหญ่"

      สมาชิกของคณะกรรมการฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยอิมามซอดิก (อ.) ในกรุงเตหะรานกล่าวว่า : พระผู้เป็นเจ้าทรงชี้ถึงรูปแบบเฉพาะของอารยธรรมในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) ไว้ในโองการหนึ่งจากคัมภีร์อัลกุรอาน และทรงเรียกมันว่า "มุลกุน อะซีม" (อำนาจการปกครองที่ยิ่งใหญ่)....

      "มุฮัมมัดฮาดี ฮุมายูน" หนึ่งในคณะกรรมการฝ่ายการศึกษาของมหาวิทยาลัยอิมามซอดิก (อ.) ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าววัฒนธรรมของชมรมผู้สื่อข่าว "พูยอ" ของสำนักข่าวตัสนีม ได้อธิบายว่า ประเด็นของอารยธรรมในคำนิยามทางด้านสังคมได้ถูกหยิบยกในฐานะเป็นโครงสร้างของการปกครอง ซึ่งเขากล่าวว่า : จากมุมมองนี้ นับจากช่วงเวลาของการปรากฏขึ้นของศาสนาอิสลามมาจนถึงช่วงเวลาขณะนี้ มันได้ถูกกล่าวถึงในนาม "อารยธรรมอิสลาม" เนื่องจากว่า สังคมได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมที่ยิ่งใหญ่ และการปกครองมีโครงสร้างที่เป็นระบบ ดังนั้นด้วยคำจำกัดความนี้ บรรดานักวิชาการจึงกล่าวถึงยุคของซาฟาวิด (ซอฟาวียะฮ์) ในนามอารยธรรมซาฟาวิด

      เขากล่าวเสริมว่า : "ความหมายที่ผมพิจารณาในนามข้อเสนอที่เทียบเท่ากับความหมายของคำว่าอารยธรรมนั้นคือคำว่า "มุลก์" (อำนาจการปกครอง) ซึ่งได้มาจากโองการต่างๆ ของคัมภีร์อัลกุรอาน ความหมายนี้เราจะเห็นได้เป็นครั้งแรกในเรื่องราวของการล่อลวงของชัยฏอน (ซาตาน) ต่ออาดัม (อ.) เกี่ยวกับการเข้าใกล้ต้นไม้ต้องห้าม ชัยฏอน (ซาตาน) ได้กล่าวกับอาดัม (อ.) ว่า :

يَا آدَمُ هَلْ أَدُلُّكَ عَلَىٰ شَجَرَةِ الْخُلْدِ وَمُلْكٍ لَّا يَبْلَىٰ

 "โอ้ อาดัม! จะเอาไหมฉันจะชี้แนะแก่ท่านไปยังต้นไม้แห่งความเป็นนิรันดร์และการมีอำนาจการปกครองที่จะไม่เสื่อมสลาย?" (อัลกุรอานบทฏอฮา โองการที่ 30)

     เราจะเห็นความหมายนี้ด้วยตัวอย่างที่จับต้องได้ในเรื่องราวของ "กษัตริย์ (ศาสดา) สุไลมาน (อ.)"  ในความเป็นจริงแล้วศาสดาสุไลมาน (อ.) ได้สร้างอารยธรรมหนึ่งขึ้นตามกลไกต่างๆ แห่งพระเจ้า และพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกล่าวถึงอารยธรรมนี้ในนาม "มุลก์" (อำนาจการปกครอง)

     ฮุมายูน อธิบายว่า แม้แต่จุดสูงสุดของอารยธรรมแห่งพระเจ้า คัมภีร์อัลกุรอานก็กล่าวถึงมันด้วยความหมายของคำว่า "มุลก์" (อำนาจปกครอง) พร้อมกับกล่าวว่า : ในโองการที่ 54 ของซูเราะฮ์ (บท) อันนิซาอ์ พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า :

أَمْ یَحْسُدُونَ النَّاسَ عَلى‏ ما آتاهُمُ اللَّهُ مِنْ فَضْلِهِ فَقَدْ آتَیْنا آلَ إِبْراهیمَ الْکِتابَ وَ الْحِکْمَةَ وَ آتَیْناهُمْ مُلْکاً عَظیماً؛

"หรือว่าพวกเขาอิจฉามนุษย์ (คือ ศาสดามุฮัมมัดและอะฮ์ลุลบัยติ์) ในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานให้แก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์ แน่นอนยิ่งเราได้ประทานให้แก่วงศ์วานของอิบรอฮีม ซึ่งคัมภีร์ต่างๆ และวิทยญาณ และได้มอบอำนาจการปกครองอันยิ่งใหญ่แก่พวกเขา" 

     ในโองการนี้ พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเอ่ยถึงเกี่ยวกับรูปแบบเฉพาะของอารยธรรมในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) และให้ชื่อมันว่า "มุลกุน อะซีม" (อำนาจการปกครองอันยิ่งใหญ่) บนพื้นฐานของริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ อำนาจการปกครองดังกล่าวนี้ ก็คืออารยธรรมที่ถูกสัญญาไว้ของพระผู้เป็นเจ้าในยุคสุดท้าย (อาติรุซซะมาน) ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)


ที่มา : ตัสนีม

Copyright © 2018 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 68 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0797590
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
773
968
4995
785498
5973
27834
797590

พ 05 ส.ค. 2020 :: 20:05:16