Powered by OrdaSoft!

หลักประกันความปลอดภัยจากการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้า

     พฤติกรรมและการกระทำที่เป็นความชั่วและน่ารังเกียจของมนุษย์นั้น นอกจากจะมีผลพวงที่เป็นโทษทัณฑ์สำหรับชีวิตทางปรโลกแล้ว ยังมีผลกระทบต่อชีวิตในโลกนี้ของพวกเขาอีกด้วย หนึ่งในผลพวงของความชั่วที่จะเกิดขึ้นกับสังคมของมนุษย์นั้น คือการลงโทษ (อะซาบ) จากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งถูกกล่าวถึงอย่างชัดเจนในโองการต่างๆ ของคัมภีร์อัลกุรอานและในฮะดีษ (วจนะ) ต่างๆ ในกรณีดังกล่าวนี้ เพียงพอแล้วที่เราจะอ่านดูได้จากโองการที่เกี่ยวกับการถูกทำลายล้างของหมู่ชนทั้งหลายในอดีตที่เป็นผู้ละเมิดต่อพระผู้เป็นเจ้าและก่อความเสียหายในหน้าแผ่นดิน

     แต่อย่างไรก็ดี ผลประการหนึ่งของการดำรงอยู่ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) นั้นก็คือ ตราบที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคมและประชาชนนั้น พระผู้เป็นเจ้าจะไม่ทรงลงโทษ (อะซาบ) และทำลายล้างใดๆ ต่อพวกเขา คุณลักษณะพิเศษดังกล่าวนี้ถูกอธิบายไว้อย่างชัดเจนในคัมภีร์อัลกุรอาน โดยที่พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตรัสว่า :

وَمَا كَانَ اللَّهُ لِيُعَذِّبَهُمْ وَأَنْتَ فِيهِمْ ۚ وَمَا كَانَ اللَّهُ مُعَذِّبَهُمْ وَهُمْ يَسْتَغْفِرُونَ

"และอัลลอฮ์จะไม่ทรงลงโทษพวกเขาอย่างแน่นอน ในขณะที่เจ้า (ศาสดามุฮัมมัด) ยังอยู่ในหมู่พวกเขา และอัลลอฮ์จะไม่ทรงลงโทษพวกเขา ในขณะที่พวกเขายังวิงวอนขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร)" (1)

     บุคคลแรกที่นำเอาคุณลักษณะพิเศษดังกล่าวนี้จากคัมภีร์อัลกุรอานมาอธิบายแก่ประชาชน คือท่านอะมีรุลมุอ์มินีน อะลี (อ.) ท่านได้อธิบายไว้ในถ้อยคำสั้นๆ ของท่านว่า :

كَانَ فِي الْأَرْضِ أَمَانَانِ مِنْ عَذَابِ اللَهُ، وَقَدْ رُفِعَ أَحَدُهُمَا، فَدُونَكُمُ الْآخَرَ فَتَمَسَّكُوا بِهِ: أَمَّا الْأَمَانُ الَّذِي رُفِعَ فَهُوَ رَسُولُ اللهُ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ وَسَلَّمِ. وَأَمَّا الْأَمَانُ الْبَاقِي فَالْإِسْتِغْفَارْ، قَالَ اللهُ تَعَالى : وَمَا كَانَ اللهُ لِيُعَذِّبَهُمْ وَأَنْتَ فِيهِمْ وَمَا كَانَ اللهُ مُعَذِّبَهُمْ وهُمْ يَسْتَغْفِرُونَ

"ในหน้าแผ่นดินนี้ มีหลักประกันความปลอดภัยจากการลงโทษของอัลลอฮ์อยู่สองประการ และหนึ่งจากทั้งสองประการนั้นถูกยกออกไปแล้ว และยังคงเหลืออีกประการหนึ่งสำหรับพวกท่าน ดังนั้นท่านทั้งหลายจงยึดมั่นมันไว้ สำหรับหลักประกันความปลอดภัยที่ถูกยกออกไปแล้วนั่นก็คือ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ)

     ส่วนหลักประกันความปลอดภัยที่ยังเหลืออยู่ คือการวิงวอนขอการอภัยโทษ (อิสติฆฟาร) โดยที่พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า :

وَمَا كَانَ اللَّهُ لِيُعَذِّبَهُمْ وَأَنْتَ فِيهِمْ ۚ وَمَا كَانَ اللَّهُ مُعَذِّبَهُمْ وَهُمْ يَسْتَغْفِرُونَ

"และอัลลอฮ์จะไม่ทรงลงโทษพวกเขาอย่างแน่นอน ในขณะที่เจ้า (ศาสดามุฮัมมัด) ยังอยู่ในหมู่พวกเขา และอัลลอฮ์จะไม่ทรงลงโทษพวกเขา ในขณะที่พวกเขายังวิงวอนขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร)" (2)


แหล่งที่มา :

(1) อัลกุรอาน บทอัลอันฟาล โองการที่ 33

(2) นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ ฮิกมะฮ์ที่ 85


บทความโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2018 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

 

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 21 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0148121
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1048
1043
5113
138929
11433
24476
148121

พฤ 15 พ.ย. 2018 :: 17:45:54