บทวิเคราะห์ : การปลุกปั่นกระแสสงครามของ “เจ้าอาณานิคมเก่า” กับการใช้จิตวิทยาครอบงำชาวยุโรป
บทวิเคราะห์ : การปลุกปั่นกระแสสงครามของ “เจ้าอาณานิคมเก่า” กับการใช้จิตวิทยาครอบงำชาวยุโรป

บทนำ : สมรภูมิแห่งการครอบงำจิตวิทยา “ภายใต้สงครามทางความคิด”

ในสภาวะภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน ชาติตะวันตกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทว่าสิ่งที่เป็นกังวลที่สุดในกลุ่มชนชั้นปกครองไม่ใช่ความมั่นคงของประชาชน แต่เป็นการรักษาอำนาจเดิมของตนเอง

    บทความวิเคราะห์นี้ จะพาไปเจาะลึกกลยุทธ์ของกลุ่ม “ผู้มีอำนาจและสื่อกระแสหลัก” ในสหราชอาณาจักร รวมถึงชาติพันธมิตรนาโต (NATO) และสหภาพยุโรป (EU) ที่ร่วมมือกันดำเนินแคมเปญโฆษณาชวนเชื่ออย่างไม่ลดละ หรือที่ในภาษาทางยุทธศาสตร์ของนาโตเรียกว่า “สงครามทางความคิด” (Cognitive Warfare) เพื่อสร้างภาพลวงตาว่า “สงครามกับรัสเซียกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า”

    เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทางจิตวิทยาครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากการส่งสัญญาณให้ประชาชนทั่วไปเกิดความหวาดกลัวอย่างขีดสุด หลีกเลี่ยงการตั้งคำถามต่อผู้บริหารประเทศ และยอมรับการเสียสละทางเศรษฐกิจรวมถึงชีวิต เพื่อรองรับสงครามตัวแทนที่ถูกสร้างขึ้น

บริเตนใหญ่ สร้างความหวาดกลัวสงคราม : กลยุทธ์ตามตำราโฆษณาชวนเชื่อ

    จากบทวิเคราะห์ของ ทาริก ซิริล อามาร์ ระบุว่า สหราชอาณาจักรหรือ "บริเตนใหญ่" กำลังตกอยู่ภายใต้ภาวะความตื่นตระหนกที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยมีกลุ่มการเมืองและสื่อภายใต้การกำกับของรัฐเป็นหัวหอกสำคัญ ข้อความที่ส่งตรงถึงประชาชนถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามตำราประวัติศาสตร์การโฆษณาชวนเชื่ออย่างไม่มีบิดพริ้ว นั่นคือ “สหราชอาณาจักรกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงจากการรุกรานของรัสเซีย และพลเมืองทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับความตายหรือการสูญเสียเพื่อปกป้องชาติ”

    สิ่งที่น่าสนใจคือ กระบวนการนี้ เพิกเฉยต่อการแสดงเจตจำนงของฝั่งมอสโกอย่างสิ้นเชิง แม้ว่ารัสเซียจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการซ้ำหลายครั้งว่า ไม่มีความตั้งใจหรือนโยบายที่จะบุกโจมตียุโรปตะวันตกหรือสหราชอาณาจักร ทว่าเสียงเหล่านั้นกลับถูกทำให้เงียบลงภายใต้คลื่นแห่งความกลัวที่สถาบันผู้มีอำนาจในลอนดอนจงใจประโคมขึ้นมา

เมื่อชนชั้นสูงขวาจัดหลงยุค สะท้อนภาพสะเทือนใจทางจิตวิทยา

    หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความป่วยไข้ของระบบชนชั้นนำอังกฤษได้ชัดเจนที่สุด คือการออกมาเคลื่อนไหวของ เซอร์ เจคอบ รีส-ม็อกก์ (Sir Jacob Rees-Mogg) นักการเมืองฝ่ายขวาจัดจากสภาขุนนางและมหาเศรษฐีร้อยล้าน เขานั่งแถลงการณ์อย่างสุขสบายโดยมีฉากหลังบ่งบอกถึงความมั่งคั่งและภูมิหลังตระกูลขุนนางเก่า พร้อมกล่าวถึง "เงื่อนไขที่ประชาชนอาจจำเป็นต้องยอมสละชีวิต (ล้มตาย)" ในสงครามอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

    รีส-ม็อกก์ ได้ยกทฤษฎีการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันมาเปรียบเทียบ โดยอ้างว่า โรมันล่มสลายเพราะปล่อยให้ทหารรับจ้างรบแทนตนเอง บทวิเคราะห์ของอามาร์ ชี้ให้เห็นว่า นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ “ความพลั้งปากทางจิตวิทยา” (Freudian Slip) เพราะในความเป็นจริง ชาติตะวันตกและสหราชอาณาจักรต่างหากที่เป็นฝ่ายทุ่มเงินมหาศาลสนับสนุนระบอบการปกครองในเคียฟ เพื่อส่งพลเมืองยูเครนเข้าสู่ "เครื่องบดเนื้อ" ในสงครามตัวแทน (Proxy War) เพียงหวังบั่นทอนกำลังของรัสเซีย และภาพสะท้อนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ชนชั้นสูงอังกฤษยังคงติดอยู่ในอดีตอันรุ่งโรจน์ของ "จักรวรรดิอังกฤษ" ที่ล่มสลายไปนานแล้ว

 

การขยายตัวของความหวาดกลัวทั่วภูมิภาคยุโรป

    สหราชอาณาจักรไม่ใช่ประเทศเดียวที่ตกอยู่ในวังวนนี้ แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นทั่วทั้งระบบนาโต้และสหภาพยุโรป :

  • ฝรั่งเศส : ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ได้จัดประชุมนัดพิเศษร่วมกับบรรดานายพลเพื่อปั่นกระแสข่าวเกี่ยวกับ "สงครามไฮบริดของรัสเซีย" เพื่อดึงความสนใจของประชาชนจากปัญหาภายในประเทศ
  • เยอรมนี : รัฐบาลเบอร์ลินและสื่อกระแสหลักโหมประโคมข่าวการพบโดรนลึกลับเหนือน่านฟ้าสนามบินไลพ์ซิช-ฮัลเลอ อย่างไร้ข้อเท็จจริงที่แน่ชัด เพื่อสร้างความหวาดระแวงภัยคุกคามรอบตัว
  • ผู้นำพรรคแรงงานอังกฤษ: แม้แต่การเปลี่ยนผ่านขั้วการเมืองภายในอังกฤษ นายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคแรงงานอย่าง เคียร์ สตาร์เมอร์ หรือ แอนดี้ เบิร์นแฮม ต่างก็เลือกใช้เวทีโลก เช่น สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในการโยนความผิดและปัญหาเศรษฐกิจปากท้องภายในประเทศทั้งหมดให้เป็นผลมาจากรัสเซีย แทนที่จะยอมรับความล้มเหลวในการบริหารงานของตนเอง

บทสรุป : การตื่นรู้ของประชาชนต่อสงครามตัวแทน

    บทสรุปของสถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า "ภัยคุกคามจากรัสเซีย" ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางทหารที่มีความสมเหตุสมผล แต่เป็นเพียง เครื่องมือชักจูงจิตวิทยาขั้นสูง (Psychological Manipulation) ที่ชนชั้นสูงกลุ่มเดิมนำมาใช้เพื่อรักษาอำนาจทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจที่กำลังเสื่อมถอยลง

    การเตรียมประชาชนให้พร้อมรับ “ความตาย” ในสงครามที่อุปโลกน์ขึ้นนี้ จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ชี้ให้เห็นว่า ชาติตะวันตกในปัจจุบันกำลังใช้วิธีที่สิ้นคิดเพื่อพยุงระเบียบโลกเก่าไว้ โดยไม่สนว่า ต้องแลกด้วยชีวิตและความเป็นอยู่ของพลเมืองบริสุทธิ์มากเพียงใด การวิเคราะห์และเข้าใจกลยุทธ์โฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปฏิเสธการเป็นเบี้ยล่างในกระดานการเมืองของกลุ่มชนชั้นนำหลงยุคเหล่านี้


ที่มา : ถอดรหัสบทวิเคราะห์ของ ทาริก ซิริล อามาร์ (Tarik Cyril Amar) นักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมัน

เรียบเรียงและสรุปความโดยอ้างอิงรายงานจากสำนักข่าว Mashregh News และ Russia Today

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 115 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31326928
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
8028
17297
76061
31165474
34635
304350
31326928

ส 03 ต.ค. 2026 :: 21:03:36