วีรชนแห่งอิสลาม

อัรบะอีนฮุซัยนี (อ.) การสำแดงพระประสงค์ของพระเจ้าในการชี้นำโลกสู่อิสลาม  อัรบะอีน คือดวงอาทิตย์ของอิสลามแห่งฮุซัยนี ซึ่งกำลังทอแสงขึ้นพร้อมจะเชิดฉายสาสน์แห่งยุคสมัยที่จรัสแสงของสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ที่กำลังใกล้จะมาถึง ด้วยมือของบุตรผู้เป็นสายเลือดของท่านอิมามฮุเซน (อ.) คือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) อิมามแห่งยุคสมัย และวันนั้นก็อีกไม่นานแล้ว อินชาอัลลอฮ์ (หากเป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า)

เปิดประวัติศาสตร์ภาพเก่าแก่ที่สุดของการเดินเท้าเพื่อรำลึกถึง"อัรบะอีน" อิมามฮูเซน (อ.)  จากข้อมูลที่มีบันทึกไว้ในหนังสือ "มิซารุชชีอะฮ์" ของเชคมุฟีดและในหนังสือ "มิศบาฮุลมุตะฮัจญิด" ของเชคฏูซี (ลูกศิษย์ของเชคมุฟีด) ได้บันทึกไว้ว่า วันอัรบะอีนเป็นช่วงเวลาที่กองคาราวานของครอบครัว (อะฮ์ลุลบัยติ์) เดินทางมาจากดามัสกัสเพื่อกลับสู่เมืองมะดีนะฮ์ นอกจากนี้ตามคำรายงานอีกบันทึกหนึ่งของเชคมุฟีด ท่านญาบิร บินอับดุลลอฮ์ อันซอรี เป็นหนึ่งในบุคคลแรกๆ ที่มาเยือนหลุมฝังศพของท่านอิมามฮุเซน (อ.)

บทบาทของชาวยิวในเหตุการณ์แห่งกัรบาลา  ความเป็นศัตรูกันที่มีมายาวนานของชาวยิวกับท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และครอบครัวของบรรดาอิมาม (อ.) ผู้บริสุทธิ์ การเผชิญหน้าและเป็นปฏิปักษ์ของชาวยิวที่มีกับครอบครัวที่บริสุทธิ์นั้น ในตอนแรกชาวยิวไม่ต้องการให้ท่านศาสดาท่านใดถือกำเนิดขึ้นเลย และชาวยิวก็สร้างปัญหามากมายต่อครอบครัวของท่านศาสดา ตั้งแต่ปู่ทวดของท่านไปจนถึงมุฏฏอลิบและกระทั่งไปถึงขั้นการลอบสังหารบรรดาผู้อาวุโสของครอบครัวนี้ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

เหตุการณ์วันที่ 13 มุฮัรรอม | สุนทรพจน์ของท่านหญิงซัยนับ (อ.) และการเป็นชะฮีดของอับดุลลอฮ์ บินอะฟีฟ  ในวันที่ 13 เดือนมุฮัรรอม ปีฮิจเราะห์ศักราชที่ 61 เมืองกูฟะฮ์ได้เห็นเหตุการณ์ร้ายแรงและสำคัญหลายอย่างในวังของอุบัยดิลลาฮ์ อิบนิซิยาด ในวันนั้น ท่านหญิงซัยนับ (อ.) ได้เปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของอิบนุซิยาดให้ทุกคนได้เห็น และบอกเล่าข้อเท็จจริงต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์อาชูรอในท่ามกลางฝูงชน จากนั้นกองคาราวานของท่านหญิงก็ถูกควบคุมตัวไว้ในคุกของเมืองกูฟะฮ์

บุรุษผู้เขย่าบัลลังก์รัฐบาลอุมะวียะฮ์ มุคตาร ษะกอฟี... ชายผู้ไม่เคยลืมเหตุการณ์กัรบาลา   เมื่ออ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์กัรบาลา หลายคนอาจคิดว่า เรื่องราวจบลงด้วยการพลีชีพ (เป็นชะฮีด) ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในปีฮิจเราะห์ศักราช 61 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นอีกบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ และหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดก็คือ "มุคตาร ษะกอฟี" (อัล-มุคตาร อิบนุ อบี อุบัยด์ อัล-ษะกอฟี)

เหตุการณ์วันที่ 12 มุฮัรรอม | คาราวานของเชลยแห่งกัรบาลาเดินทางผ่านเรือนร่างบรรดาชะฮีด  การมาถึงเมืองกูฟะฮ์ของเชลยแห่งกัรบาลาและการพาศีรษะ (ที่เสียบบนปลายหอก) ของบรรดาชะฮีดแห่งกัรบาลา พร้อมด้วยบรรดาเชลยเดินเวียนไปรอบตลาดและตรอกซอยต่างๆ ของเมืองนี้ เป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 12 ของมุฮัรรอม

เหตุการณ์วันที่ 11 มุฮัรรอม | คาราวานของเชลยแห่งกัรบาลาเดินทางผ่านเรือนร่างบรรดาชะฮีด เที่ยงของวันที่ 11 ของเดือนมุฮัรรอม กองคาราวานของเชลยแห่งกัรบาลาได้เคลื่อนผ่านเรือนร่างของบรรดาชะฮีดและมุ่งหน้าไปยังเมืองกูฟะฮ์ ในวันที่ 11 ของเดือนมุฮัรรอม ปี ฮ.ศ. 61 อุมัร อิบนุซะอัด ได้มอบศีรษะของท่านซัยยิดุชชุฮะดาอ์ (อ.) ให้แก่เคาลี เพื่อให้เขานำไปยังวังของอุบัยดิลลาอ์ อิบนิซิยาด

ซิกร์มุซีบัตค่ำคืนและวันที่เก้า : ท่านอับบาส บิน อะลี (อ.)  ค่ำคืนที่ 9 มุฮัรร็อม หรือคืนตาซูอา เป็นคำคืนของท่าน “อบุลฟัฎล์ อัล อับบาส” หรือ "กอมัร บนี ฮาชิม" ผู้ถือธงรบแห่งกัรบาลา ท่านเป็นน้องชายต่างมารดาของท่านอิมามฮุเซน (อ.) เป็นสหายและผู้ช่วยที่สำคัญที่สุดของท่านอิมาม (อ.)

ซิกร์มุซีบัตค่ำคืนที่แปด : ท่านอะลี อักบัร (อ.)  ค่ำคืนที่แปดของเดือนมุฮัรร็อม เป็นค่ำคืนของท่านอะลี อักบัร (อ.) ชะฮีดผู้ยิ่งใหญ่แห่งวีรกรรมอาชูรอ และเป็นบุตรชายผู้มีความประเสริฐของท่านซัยยิดุชชุฮะดาอ์ (อ.) อะลี อักบัร (อ.) ในด้านของรูปลักษณ์ ลักษณะนิสัย และอารมณ์นั้น มีความละม้ายคล้ายคลึงกับท่านศาสดา (ซ็อลฯ) โดยที่เมื่อใดก็ตามที่อะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) คิดถึงและปรารถนาที่จะพบกับท่านศาสดา (ซ็อลฯ) พวกท่านจะมองไปยังเขา

เกิดอะไรขึ้นในวันตาซูอาในปี ฮ.ศ. 61  ผู้ถือธงแห่งกัรบาลาเป็นชะฮีดอย่างไร?   สัญญาณแห่งความกล้าหาญแรกปรากฏขึ้นในชีวิตของท่านอับบาส (อ.) ในวันนั้น คือช่วงเวลาที่ท่านอิมามอะลี (อ.) ตั้งชื่อท่านว่า "อับบาส" ชื่อนี้สะท้อนถึงอุปนิสัยร่าเริงของเขาได้เป็นอย่างดี ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวอะซานและอิกอมะฮ์ข้างหูท่าน ตามซุนนะฮ์ (แบบอย่าง) ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จากนั้นท่านก็อุ้มทารกไว้แนบอกและจูบแขนของทารกน้อยผู้นี้ ด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นในดวงตาของท่าน อุมมุลบะนีน

บททดสอบและการคัดกรองสหาย : จากกัรบาลาสู่ยุคแห่งการปรากฏตัว (ซุฮูร)   สัจธรรมแห่งการคัดกรอง อุดมการณ์แห่งพระเจ้า ไม่เคยต้องการ "ปริมาณ" ที่ปราศจาก "คุณภาพ" ตลอดเส้นทางสู่กัรบาลา สิ่งหนึ่งที่เด่นชัดที่สุดในขบวนการของท่านอิมามฮุเซน (อ.) คือ "กระบวนการคัดกรองและทดสอบสหาย" หรือที่ภาษาอาหรับเรียกว่า "ตัมฮีศ" (التَّمْحِيص)

การวางรากฐานนำไปสู่เหตุการณ์กัรบาลาโดยมุอาวิยะฮ์  มุอาวิยะฮ์ได้ปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทั้งหมดของเขา เพื่อการขึ้นเป็นมกุฏราชกุมาร (วะลียุลอะฮ์ดิ) ของยะซีด และการเอาสัตยาบัน (การประกาศความจงรักภักดี) จากประชาชนให้แก่เขา จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ตามรูปการณ์แล้ว มุอาวิยะฮ์ได้ดำเนินบางอย่างที่บีบบังคับให้ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ต้องเดินทางไปยังกูฟะฮ์

อิมรอน บินอับดุลมุฏฏอลิบ (อบูฏอลิบ) ผู้พิทักษ์ที่ยิ่งใหญ่ของอิสลาม อิมรอน บินอับดุลมุฏฏอลิบ" รู้จักกันดีในนามว่า "อบูฏอลิบ" คือหัวหน้าเผ่าบนีฮาชิมและเป็นบิดาของท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี (อ.) ท่านและ "อับดุลลอฮ์" บิดาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ถือกำเนิดมาจากมารดาคนเดียวกัน ชื่อของท่านคือ “อิมรอน” และเนื่องจากบุตรชายคนโตของท่านคือ “ฏอลิบ” ประชาชนจึงเรียกท่านว่า “อบูฏอลิบ” (บิดาของฏอลิบ) หลังจากการเสียชีวิตของ “อับดุลมุฏฏอลิบ” บิดาของท่าน (วันที่ 10 รอบีอุลเอาวัล ปีที่แปดของปีช้าง) ท่านจึงได้รับผิดชอบการอุปการะเลี้ยงดูท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

เรื่องราวการสังหารราชทูตแห่งกรุงโรม โดยคำสั่งของยะซีด ผลจากการปกป้องศีรษะของอิมามฮุเซน (อ.)  ราชทูตของกษัตริย์แห่งกรุงโรมเมื่อได้เห็นยะซีดกระทำการดูหมิ่นเหยียดหยามศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) เขาจึงได้วิพากษ์วิจารณ์และประณามพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยามนี้ของยะซีด และยะซีดก็ออกคำสั่งให้สังหารราชทูตแห่งกรุงโรมผู้นี้เพื่อรักษาเกียรติที่ถูกทำลายของตน

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 80 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30985320
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6168
7650
13818
30900357
360214
317935
30985320

จ 31 ส.ค. 2026 :: 17:48:56