วีรชนแห่งอิสลาม

บทบาทของชาวยิวในเหตุการณ์แห่งกัรบาลา  ความเป็นศัตรูกันที่มีมายาวนานของชาวยิวกับท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และครอบครัวของบรรดาอิมาม (อ.) ผู้บริสุทธิ์ การเผชิญหน้าและเป็นปฏิปักษ์ของชาวยิวที่มีกับครอบครัวที่บริสุทธิ์นั้น ในตอนแรกชาวยิวไม่ต้องการให้ท่านศาสดาท่านใดถือกำเนิดขึ้นเลย และชาวยิวก็สร้างปัญหามากมายต่อครอบครัวของท่านศาสดา ตั้งแต่ปู่ทวดของท่านไปจนถึงมุฏฏอลิบและกระทั่งไปถึงขั้นการลอบสังหารบรรดาผู้อาวุโสของครอบครัวนี้ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

เหตุการณ์วันที่ 13 มุฮัรรอม | สุนทรพจน์ของท่านหญิงซัยนับ (อ.) และการเป็นชะฮีดของอับดุลลอฮ์ บินอะฟีฟ  ในวันที่ 13 เดือนมุฮัรรอม ปีฮิจเราะห์ศักราชที่ 61 เมืองกูฟะฮ์ได้เห็นเหตุการณ์ร้ายแรงและสำคัญหลายอย่างในวังของอุบัยดิลลาฮ์ อิบนิซิยาด ในวันนั้น ท่านหญิงซัยนับ (อ.) ได้เปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของอิบนุซิยาดให้ทุกคนได้เห็น และบอกเล่าข้อเท็จจริงต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์อาชูรอในท่ามกลางฝูงชน จากนั้นกองคาราวานของท่านหญิงก็ถูกควบคุมตัวไว้ในคุกของเมืองกูฟะฮ์

บุรุษผู้เขย่าบัลลังก์รัฐบาลอุมะวียะฮ์ มุคตาร ษะกอฟี... ชายผู้ไม่เคยลืมเหตุการณ์กัรบาลา   เมื่ออ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์กัรบาลา หลายคนอาจคิดว่า เรื่องราวจบลงด้วยการพลีชีพ (เป็นชะฮีด) ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในปีฮิจเราะห์ศักราช 61 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นอีกบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ และหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดก็คือ "มุคตาร ษะกอฟี" (อัล-มุคตาร อิบนุ อบี อุบัยด์ อัล-ษะกอฟี)

เหตุการณ์วันที่ 12 มุฮัรรอม | คาราวานของเชลยแห่งกัรบาลาเดินทางผ่านเรือนร่างบรรดาชะฮีด  การมาถึงเมืองกูฟะฮ์ของเชลยแห่งกัรบาลาและการพาศีรษะ (ที่เสียบบนปลายหอก) ของบรรดาชะฮีดแห่งกัรบาลา พร้อมด้วยบรรดาเชลยเดินเวียนไปรอบตลาดและตรอกซอยต่างๆ ของเมืองนี้ เป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 12 ของมุฮัรรอม

เหตุการณ์วันที่ 11 มุฮัรรอม | คาราวานของเชลยแห่งกัรบาลาเดินทางผ่านเรือนร่างบรรดาชะฮีด เที่ยงของวันที่ 11 ของเดือนมุฮัรรอม กองคาราวานของเชลยแห่งกัรบาลาได้เคลื่อนผ่านเรือนร่างของบรรดาชะฮีดและมุ่งหน้าไปยังเมืองกูฟะฮ์ ในวันที่ 11 ของเดือนมุฮัรรอม ปี ฮ.ศ. 61 อุมัร อิบนุซะอัด ได้มอบศีรษะของท่านซัยยิดุชชุฮะดาอ์ (อ.) ให้แก่เคาลี เพื่อให้เขานำไปยังวังของอุบัยดิลลาอ์ อิบนิซิยาด

ซิกร์มุซีบัตค่ำคืนและวันที่เก้า : ท่านอับบาส บิน อะลี (อ.)  ค่ำคืนที่ 9 มุฮัรร็อม หรือคืนตาซูอา เป็นคำคืนของท่าน “อบุลฟัฎล์ อัล อับบาส” หรือ "กอมัร บนี ฮาชิม" ผู้ถือธงรบแห่งกัรบาลา ท่านเป็นน้องชายต่างมารดาของท่านอิมามฮุเซน (อ.) เป็นสหายและผู้ช่วยที่สำคัญที่สุดของท่านอิมาม (อ.)

ซิกร์มุซีบัตค่ำคืนที่แปด : ท่านอะลี อักบัร (อ.)  ค่ำคืนที่แปดของเดือนมุฮัรร็อม เป็นค่ำคืนของท่านอะลี อักบัร (อ.) ชะฮีดผู้ยิ่งใหญ่แห่งวีรกรรมอาชูรอ และเป็นบุตรชายผู้มีความประเสริฐของท่านซัยยิดุชชุฮะดาอ์ (อ.) อะลี อักบัร (อ.) ในด้านของรูปลักษณ์ ลักษณะนิสัย และอารมณ์นั้น มีความละม้ายคล้ายคลึงกับท่านศาสดา (ซ็อลฯ) โดยที่เมื่อใดก็ตามที่อะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) คิดถึงและปรารถนาที่จะพบกับท่านศาสดา (ซ็อลฯ) พวกท่านจะมองไปยังเขา

เกิดอะไรขึ้นในวันตาซูอาในปี ฮ.ศ. 61  ผู้ถือธงแห่งกัรบาลาเป็นชะฮีดอย่างไร?   สัญญาณแห่งความกล้าหาญแรกปรากฏขึ้นในชีวิตของท่านอับบาส (อ.) ในวันนั้น คือช่วงเวลาที่ท่านอิมามอะลี (อ.) ตั้งชื่อท่านว่า "อับบาส" ชื่อนี้สะท้อนถึงอุปนิสัยร่าเริงของเขาได้เป็นอย่างดี ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวอะซานและอิกอมะฮ์ข้างหูท่าน ตามซุนนะฮ์ (แบบอย่าง) ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จากนั้นท่านก็อุ้มทารกไว้แนบอกและจูบแขนของทารกน้อยผู้นี้ ด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นในดวงตาของท่าน อุมมุลบะนีน

บททดสอบและการคัดกรองสหาย : จากกัรบาลาสู่ยุคแห่งการปรากฏตัว (ซุฮูร)   สัจธรรมแห่งการคัดกรอง อุดมการณ์แห่งพระเจ้า ไม่เคยต้องการ "ปริมาณ" ที่ปราศจาก "คุณภาพ" ตลอดเส้นทางสู่กัรบาลา สิ่งหนึ่งที่เด่นชัดที่สุดในขบวนการของท่านอิมามฮุเซน (อ.) คือ "กระบวนการคัดกรองและทดสอบสหาย" หรือที่ภาษาอาหรับเรียกว่า "ตัมฮีศ" (التَّمْحِيص)

การวางรากฐานนำไปสู่เหตุการณ์กัรบาลาโดยมุอาวิยะฮ์  มุอาวิยะฮ์ได้ปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทั้งหมดของเขา เพื่อการขึ้นเป็นมกุฏราชกุมาร (วะลียุลอะฮ์ดิ) ของยะซีด และการเอาสัตยาบัน (การประกาศความจงรักภักดี) จากประชาชนให้แก่เขา จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ตามรูปการณ์แล้ว มุอาวิยะฮ์ได้ดำเนินบางอย่างที่บีบบังคับให้ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ต้องเดินทางไปยังกูฟะฮ์

อิมรอน บินอับดุลมุฏฏอลิบ (อบูฏอลิบ) ผู้พิทักษ์ที่ยิ่งใหญ่ของอิสลาม อิมรอน บินอับดุลมุฏฏอลิบ" รู้จักกันดีในนามว่า "อบูฏอลิบ" คือหัวหน้าเผ่าบนีฮาชิมและเป็นบิดาของท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี (อ.) ท่านและ "อับดุลลอฮ์" บิดาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ถือกำเนิดมาจากมารดาคนเดียวกัน ชื่อของท่านคือ “อิมรอน” และเนื่องจากบุตรชายคนโตของท่านคือ “ฏอลิบ” ประชาชนจึงเรียกท่านว่า “อบูฏอลิบ” (บิดาของฏอลิบ) หลังจากการเสียชีวิตของ “อับดุลมุฏฏอลิบ” บิดาของท่าน (วันที่ 10 รอบีอุลเอาวัล ปีที่แปดของปีช้าง) ท่านจึงได้รับผิดชอบการอุปการะเลี้ยงดูท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

อัรบะอีนฮุซัยนี (อ.) การสำแดงพระประสงค์ของพระเจ้าในการชี้นำโลกสู่อิสลาม  อัรบะอีน คือดวงอาทิตย์ของอิสลามแห่งฮุซัยนี ซึ่งกำลังทอแสงขึ้นพร้อมจะเชิดฉายสาสน์แห่งยุคสมัยที่จรัสแสงของสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ที่กำลังใกล้จะมาถึง ด้วยมือของบุตรผู้เป็นสายเลือดของท่านอิมามฮุเซน (อ.) คือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) อิมามแห่งยุคสมัย และวันนั้นก็อีกไม่นานแล้ว อินชาอัลลอฮ์ (หากเป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า)

เรื่องราวการสังหารราชทูตแห่งกรุงโรม โดยคำสั่งของยะซีด ผลจากการปกป้องศีรษะของอิมามฮุเซน (อ.)  ราชทูตของกษัตริย์แห่งกรุงโรมเมื่อได้เห็นยะซีดกระทำการดูหมิ่นเหยียดหยามศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) เขาจึงได้วิพากษ์วิจารณ์และประณามพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยามนี้ของยะซีด และยะซีดก็ออกคำสั่งให้สังหารราชทูตแห่งกรุงโรมผู้นี้เพื่อรักษาเกียรติที่ถูกทำลายของตน

ศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง  ทหารของยะซีดซึ่งกำลังนำศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ไปยังเมืองชาม (ดามัสกัส) นั้น ทุกที่ที่พวกเขาหยุดพัก พวกเขาจะนำศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ออกมาจากหีบและจะเสียบไว้บนปลายหอก พวกเขาจะเฝ้ายามและคอยระวังศีรษะนั้นตั้งแต่ค่ำจนถึงเช้า และเมื่อถึงเวลาเช้า พวกเขาก็จะวางศีรษะลงไว้ในหีบอีกครั้ง จากนั้นจะออกเดินทางต่อ..

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 165 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30436197
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4340
6915
39257
30339709
129026
215306
30436197

ศ 17 ก.ค. 2026 :: 14:09:48