เกิดอะไรขึ้นในวันตาซูอาในปี ฮ.ศ. 61 ผู้ถือธงแห่งกัรบาลาเป็นชะฮีดอย่างไร?
เกิดอะไรขึ้นในวันตาซูอาในปี ฮ.ศ. 61  ผู้ถือธงแห่งกัรบาลาเป็นชะฮีดอย่างไร?

สัญญาณแห่งความกล้าหาญแรกปรากฏขึ้นในชีวิตของท่านอับบาส (อ.) ในวันนั้น คือช่วงเวลาที่ท่านอิมามอะลี (อ.) ตั้งชื่อท่านว่า "อับบาส" ชื่อนี้สะท้อนถึงอุปนิสัยร่าเริงของเขาได้เป็นอย่างดี ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวอะซานและอิกอมะฮ์ข้างหูท่าน ตามซุนนะฮ์ (แบบอย่าง) ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จากนั้นท่านก็อุ้มทารกไว้แนบอกและจูบแขนของทารกน้อยผู้นี้ ด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นในดวงตาของท่าน อุมมุลบะนีน

      เมื่อท่านอับบาส (อ.) เสียชีวิต ท่านอิมามฮุเซน (อ.) กล่าวว่า :

الْانَ إِنْکَسَرَ ظَهْری وَقَلَّتْ حِیلَتی

     บัดนี้หลังของฉันหักแล้ว และหนทางของฉันก็เหลือน้อยแล้ว”

    เรื่องราวความกล้าหาญและความแน่วแน่ของท่านอับบาส (อ.) เริ่มต้นขึ้นมายาวนานก่อนที่ท่านจะถือกำเนิด ในวันที่ท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี บินอบีฏอลิบ (อ.) ขอให้อะกีล พี่ชายของท่านเลือกหาภรรยาให้ท่าน ซึ่งจะให้กำเนิดบุตรที่กล้าหาญและประสบความสำเร็จในการปกป้องศาสนาและแก่นแท้ของ "วิลายะฮ์" (อำนาจการปกครอง) [1]

     แล้วเขาก็เลือกฟาฏิมะฮ์ บุตรสาวของฮิซาม อิบนุ คอลิด อิบนุ รอบีอะฮ์ ให้เป็นภรรยาของนาย (เมาลา) ของเขา ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า “อุมมุลบะนีน” (มารดาของลูกๆ)  การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นในเช้าวันศุกร์ วันที่สี่ของเดือนชะอ์บาน ในปีฮิจเราะห์ศักราช 26 [2]

     สัญญาณแห่งความกล้าหาญแรกปรากฏขึ้นในชีวิตของท่านอับบาส (อ.) ในวันนั้น คือช่วงเวลาที่ท่านอิมามอะลี (อ.) ตั้งชื่อท่านว่า "อับบาส" ชื่อนี้สะท้อนถึงอุปนิสัยร่าเริงของเขาได้เป็นอย่างดี ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวอะซานและอิกอมะฮ์ข้างหูท่าน ตามซุนนะฮ์ (แบบอย่าง) ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จากนั้นท่านก็อุ้มทารกไว้แนบอกและจูบแขนของทารกน้อยผู้นี้ ด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นในดวงตาของท่าน อุมมุลบะนีน รู้สึกประหลาดใจกับท่าทีนี้และคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติกับแขนของทารก เธอจึงถามถึงเหตุผล และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เพิ่มเข้ามาในบันทึกแห่งความกล้าหาญของท่านอับบาส (อ.) เมื่อท่านอมีรุลมุอ์มินีน (อ.) ได้แจ้งให้ผู้ที่อยู่ในที่นั้นทราบถึงความจริงอันเจ็บปวดแต่ทรงเกียรติที่ท่านเห็นในชะตากรรมของทารก ว่าแขนทั้งสองข้างนี้จะถูกแยกออกจากร่างกายในการช่วยเหลือท่านอิมามฮุเซน (อ.) และกล่าวเสริมว่า : “โอ้ อุมมุลบะนีน! ผู้เป็นแก้วตาของเธอคนนี้มีสถานะอันยิ่งใหญ่ในสายพระเนตรของพระเจ้า และพระเจ้าจะประทานปีกสองข้างให้แก่เขาเป็นการตอบแทนสำหรับแขนที่ถูกตัดขาดเหล่านั้น เพื่อที่เขาจะได้โบยบินไปกับเหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้าในสวรรค์ เช่นเดียวกับความโปรดปรานนี้ที่เคยประทานให้แก่ญะอ์ฟัร บิน อบีฏอลิบ มาก่อน” [3]

     น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของอุมมุลบะนีน (อ.) เธอเห็นชะตากรรมของบุตรชายของเธอว่าสูงส่ง และไม่พิจารณาสิ่งใดสำคัญไปกว่าการที่เขาจะกลายเป็นผู้สละชีพเพื่ออุดมการณ์ของอิมามของเธอ ความสุขในการเฉลิมฉลองการถือกำเนิดของท่านอับบาส (อ.) ปะปนกับน้ำตา และความหวานชื่นของการถือกำเนิดของท่านถูกกลืนกินด้วยความขมขื่นอย่างหนักของความเสียใจ แต่ความภาคภูมิใจและความพึงพอใจนั้นปรากฏให้เห็นในดวงตาของทุกคน

เหตุการณ์ในวันตาซูอา ปีฮิจเราะห์ศักราช 61

     วันที่เก้าของเดือนมุฮัรร็อม ในปีฮิจเราะห์ศักราช 61 ซึ่งรู้จักกันในชื่อวันตาซูอา เป็นวันสุดท้ายที่ท่านอิมามฮุเซน (อ.) และบรรดาสหายของท่านได้เห็นยามค่ำคืน และวันนี้นั้นเชื่อมโยงกับคืนอาชูรอ ด้วยเหตุนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวมุสลิมและผู้รักอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ในวันสำคัญนี้ เหตุการณ์สำคัญหลายอย่างได้เกิดขึ้นในดินแดนแห่งกัรบาลา ซึ่งเราจะกล่าวถึงดังนี้ :

กองทัพชุดใหม่ของศัตรูเข้าสู่กัรบาลา

     ในวันนี้ กองทัพที่เตรียมพร้อมอย่างดีจากกูฟะฮ์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากอิบนุ ซิยาด ได้เข้าสู่กัรบาลา และชิมร์ได้นำจดหมายของอิบนุ ซิยาดมาด้วย (4)

จดหมายคุ้มครองความปลอดภัยสำหรับลูกๆ ของอุมมุลบะนีน (อ.)

     ในวันนี้ ชิมร์ผู้ถูกสาปแช่งได้นำจดหมายคุ้มครองความปลอดภัยมาให้ท่านอับบาส (อ.) และพี่น้องของท่าน (5) ชายผู้ถูกสาปแช่งผู้นั้นเข้ามาที่ค็อยมะฮ์ (กระโจม) ต่างๆ ของท่านอบาอับดิลลาฮ์ อัล-ฮุเซน (อ.) และตะโกนว่า : «أَیْنَ بَنُوْ أُخْتِنَا» “ลูกๆ ของพี่สาวของเราอยู่ที่ไหน?”  แต่ผู้มีเกียรติเหล่านั้นไม่ได้ตอบเสียงเรียกนั้น ท่านอิมามฮุเซน (อ.) จึงกล่าวว่า : “จงตอบเขาเถิด แม้ว่าเขาจะเป็นคนบาป (ฟาซิก) ก็ตาม”

     ท่านอับบาส (อ.) ตอบว่า : “ท่านมีอะไรจะพูดหรือ?” ชิมร์กล่าวว่า : “ฉันได้นำจดหมายคุ้มครองความปลอดภัยจากอะมีร (ผู้บัญชาการ) มาให้พวกเจ้า อย่าปล่อยให้ตนเองถูกฆ่าเพื่อฮุเซน (อ.) เลย”

     ท่านอับบาส (อ.) กล่าวด้วยเสียงดังว่า : “ขอให้คำสาปแช่งของอัลลอฮ์จงมีแก่ท่านและผู้บัญชาการของท่าน (และการคุ้มครองความปลอดภัยของพวกท่านด้วย) ท่านให้ความปลอดภัยแก่พวกเราในขณะที่บุตรชายของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) จะไม่ปลอดภัยกระนั้นหรือ!?” (6)

การปิดล้อมกระโจมของชาวอัลลอฮ์ (อาลุลลอฮ์)

     ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า : "ตาซูอา คือวันที่อิมามฮุเซน (อ.) และบรรดาสหายของท่านถูกปิดล้อมในกัรบาลา และกองทัพชาม (ซีเรีย) ได้รวมตัวกันเพื่อสังหารท่าน บุตรของมัรญานะฮ์และอุมัร อิบนุ ซะอัด รู้สึกดีใจเพราะจำนวนทหารและกองกำลังจำนวนมากที่รวมตัวกันเพื่อพวกเขา และพวกเขาคิดว่าท่านอิมามฮุเซน (อ.) และสหายของท่านอ่อนแอ และแน่ใจว่าจะไม่มีผู้ช่วยเหลือมาช่วยท่าน และชาวอิรักก็จะไม่ช่วยเหลือท่าน" (7)

การขอประวิงเวลาเพื่ออิบาดะฮ์และการวิงวอนขอพรต่อพระเจ้า

     เมื่ออุมัร อิบนุ ซะอัดเตรียมกองทัพของเขาเพื่อทำสงครามกับท่านอิมาม (อ.) และชัดเจนแล้วว่าเขาตั้งใจจะเริ่มสงคราม ท่านอิมาม (อ.) จึงกล่าวกับอับบาส (อ.) น้องชายของท่านว่า : จงไปหาเหล่าศัตรูและบอกพวกเขาให้ประวิงเวลาแก่เราในคืนนี้ เพราะ : «و هو یعلم انی احب الصلاه له و تلاوه کتابه» “พระองค์ทรงทราบดีว่าฉันรักการนมาซและการอ่านคัมภีร์ของพระองค์”

     จากนั้นท่านอับบาส (อ.) ก็กลับไปยังกองทัพของศัตรูและขอให้พวกเขาประวิงเวลาในคืนอาชูรอเพื่อนมาซและทำอิบาดะฮ์ต่างๆ  อุมัร อิบนุ ซะอัดลังเลที่จะตกลงตามคำขอและในที่สุดก็ถามทหารของเขาว่า : “ควรทำอย่างไร?”

     อัมร์ บิน ฮัจญาจ กล่าวว่า : “มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ หากชาวเมืองดัยลัม (คำอุปมาสำหรับคนนอก) และพวกผู้ปฏิเสธ (กาฟิร) ขอร้องท่านเช่นนี้ ท่านก็ควรจะตกลงกับพวกเขา”

     ก็อยส์ บิน อัชอัษ กล่าวว่า : “จงยอมรับคำขอของพวกเขาเถิด ขอสาบานด้วยชีวิตของฉันว่าพวกเขาจะต่อสู้กับท่านในเช้าวันพรุ่งนี้”

     อิบนุ ซะอัด กล่าวว่า : “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า หากฉันรู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้ ฉันจะไม่ยอมรับคำขอของพวกเขาเด็ดขาด” (8)

ในที่สุด ทูตของอิบนุ ซะอัด ก็มาหาท่านอับบาส บิน อะลี (อ.) และกล่าวว่า : “เราจะให้เวลาพวกเจ้าจนถึงวันพรุ่งนี้ หากพวกเจ้ายอมจำนน เราจะส่งพวกเจ้าไปหาอุบัยดิลลอฮ์ บิน ซิยาด หากพวกเจ้าปฏิเสธ เราจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไป” (9)

อิตมามุลฮุจญะฮ์ (การทำให้หลักฐานเป็นที่สมบูรณ์) ต่อบรรดาสาวก

     ในช่วงบ่ายของวันนั้น ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้เทศนาแก่บรรดาสาวกของท่าน และบรรดาสาวกก็ประกาศความจงรักภักดีของพวกเขา (10)

เรื่องราวการเป็นชะฮีดของอบุลฟัฎล์ อัล-อับบาส (อ.)

     ท่านอับบาส บุตรของท่านอิมามอะลี (อ.) เป็นผู้ถือธงของกองทัพของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในวันอาชูรอ เมื่อท่านเห็นบรรดาสหาย พี่น้อง และญาติๆ ของท่านทั้งหมดเป็นชะฮีด ท่านร้องไห้และด้วยความปรารถนาที่จะได้ไปพบพระเจ้าของท่าน ท่านจึงก้าวออกมา หยิบธง และขออนุญาตจากท่านอิมามฮุเซน (อ.) พี่ชายของท่าน  เพื่อออกสู่สนามรบ

     ท่านอิมาม (อ.) (ผู้ซึ่งเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งต่อการที่จะต้องพลัดพรากจากน้องชาย) ได้ร้องไห้อย่างหนักจนใบหน้าของท่านเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา และท่านกล่าวว่า :

یا أَخی کُنْتَ الْعَلامَةَ مِنْ عَسْکَری وَ مُجْمِعَ عَدَدِنا، فَإِذا أَنْتَ غَدَوْتَ یَؤُلُ جَمْعُنا إِلَی الشِّتاتِ، وَ عِمارَتُنا تَنْبَعِثُ إِلَی الْخَرابِ

     “โอ้ น้องชายของพี่! เจ้าเป็นสัญลักษณ์ (แห่งความยิ่งใหญ่) ของกองทัพของพี่และเป็นแกนหลักของการรวมพลของเรา ดังนั้นหากเจ้าจากไป การรวมพลของเราจะกระจัดกระจายและสิ่งปลูกสร้างของเราจะถูกทำลาย”

     ท่านอับบาส (อ.) กล่าวว่า :

فِداکَ رُوحُ أَخیکَ یا سَیِّدی! قَدْ ضاقَ صَدْری مِنْ حَیاةِ الدُّنْیا، وَ أُریدُ أَخْذَ الثَّارِ مِنْ هؤُلاءِ الْمُنافِقِینَ

     “ดวงวิญญาณของน้องชายของท่านของพลีแด่ท่าน โอ้นายของฉัน! อกของฉันมันเหนื่อยหน่ายกับชีวิตในโลกนี้ และฉันต้องการทวงหนี้ (เลือดบริสุทธิ์เหล่านั้น) จากพวกหน้าซื่อใจคดเหล่านี้”

     ท่านอิมาม (อ.)  กล่าวว่า :

إِذا غَدَوْتَ إِلَی الْجِهادِ فَاطْلُبْ لِهؤُلاءِ الْأَطْفالِ قَلیلًا مِنَ الْماءِ

     “ในเมื่อเจ้าต้องการจะออกไปต่อสู้ ดังนั้นก็จงไปเอาน้ำสักเล็กน้อยให้เด็กๆ เหล่านี้ก่อนเถิด”

     ท่านอับบาส (อ.) ได้ออกไปสู่สนามรบและกล่าวตักเตือนพวกศัตรูและเตือนพวกเขาถึงการลงโทษของพระเจ้า แต่ก็ไร้ผล

     ท่านกลับไปหาพี่ชายและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ทันใดนั้นท่านก็ได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องขอความช่วยเหลือด้วยความกระหายน้ำ ท่านจึงขึ้นม้า หยิบหอกและถุงหนังใส่น้ำ แล้วมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำยูเฟรติส

     ทหารของศัตรูสี่พันนายที่ได้รับบัญชาให้เฝ้าและปิดทางแม่น้ำยูเฟรติสได้ปิดล้อมท่านอับบาส (อ.) ไว้และพุ่งหอกใส่ท่าน แต่ท่านก็ฝ่ากองทัพศัตรูไปอย่างกล้าหาญ สังหารศัตรูไปแปดสิบคน แล้วเข้าไปในแม่น้ำยูเฟรติส :

فَلَمَّا أَرادَ أَنْ یَشْرَبَ غُرْفَةً مِنَ الْماءِ ذَکَرَ عَطَشَ الْحُسَیْنِ وَأَهْلِ بَیْتِهِ فَرَضَّ الْماءَ وَمَلَأَ الْقِرْبَةَ

     “เมื่อท่านต้องการที่จะดื่มน้ำ ท่านนึกถึงความกระหายของท่านอิมามฮุเซน (อ.) และอะฮ์ลุลบัยต์ของท่าน จึงเทน้ำทิ้งแล้วเติมถุงน้ำของท่านจนเต็ม” (11)

     จากนั้นท่านก็สะพายถุงน้ำไว้ที่ไหล่ขวา แล้วมุ่งหน้าไปยังกระโจมพลางกล่าวว่า :

یا نَفْسُ مِنْ بَعْدِ الْحُسَیْنِ هُونِی

  وَبَعْدَهُ لا کُنْتِ أَنْ تَکُونِی‌

هذا حُسَیْنٌ وارِدُ الْمَنُونِ

وَتَشْرَبینَ بارِدَ الْمَعینِ

هَیْهاتُ ما هذا فِعالُ دینِی‌

 وَلا فِعالُ صادِقِ الْیَقینِ

"โอ้ตัวของฉันเอ๋ย! หลังจากฮุเซนแล้ว เจ้าช่างไร้ค่า

 และหลังจากเขาแล้ว เจ้าก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

นี่คือฮุเซนผู้กำลังก้าวไปสู่ความตาย

 แล้วเจ้ายังจะดื่มน้ำที่เย็นฉ่ำอยู่อีกหรือ?!

ช่างห่างไกลเสียเหลือเกิน! นี่ไม่ใช่วิถีปฏิบัติทางศาสนาของฉัน

 และไม่ใช่วิถีปฏิบัติของผู้ที่มีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง"

     กองทัพกระหายเลือดของอิบนุ ซะอัดได้ปิดล้อมท่าน ท่านอับบาสโจมตีอย่างกล้าหาญท่ามกลางกองทัพนั้นพลางกล่าวบทโคลงแสดงความกล้าหาญนี้ว่า :

لا أَرْهَبُ الْمَوْتَ إِذَا الْمَوْتُ رَقا

 حَتَّی أُواری‌ فِی الْمَصالیتِ لَقا

نَفْسِی لِسِبْطِ الْمُصْطَفی‌ الطُّهْرِ وَقا

 إِنِّی انَا الْعَبَّاسُ اغْدُو بِالسَّقا

وَلا أَخافُ الشَّرَّ یَوْمَ الْمُلْتَقی‌

"ฉันจะไม่กลัวความตายเมื่อความตายย่างเข้ามา

 จนกว่าร่างของฉันจะถูกฝังอยู่ท่ามกลางเหล่าวีรบุรุษผู้กล้า

ชีวิตของฉันเป็นเครื่องป้องกันให้แก่ผู้สืบสายอันบริสุทธิ์ของท่านศาสดา

ฉันคือ อับบาส ผู้มุ่งหน้าไปพร้อมกับน้ำ

และฉันจะไม่กลัวความชั่วร้ายในวันแห่งการเผชิญหน้า" (12)

     ศัตรูได้พ่ายแพ้ ไม่สามารถเผชิญหน้ากับท่านได้ พวกเขาจึงซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ เนาฟัล อัซร็อก ได้ตัดมือขวาของท่านกอมัร บนีฮาชิม (อ.) และท่านได้ย้ายถุงน้ำไปไว้บนไหล่ซ้าย ถือธงและดาบไว้ในมือซ้าย และกล่าวบทโคลงนี้ว่า :

وَاللَّهِ إنْ قَطَعْتُمُ یَمینی

 إِنِّی أُحامِی أَبَداً عَنْ دینِی‌

وَ عَنْ إِمامٍ صادِقِ الْیَقینِ

 نَجْلِ الْنَّبِیِّ الطَّاهِرِ الْأَمینِ‌

"ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ แม้พวกเจ้าจะตัดมือขวาของข้า 

 แท้จริงข้าก็จะปกป้องศาสนาของข้าตลอดไป

และปกป้องอิมามผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจอันแท้จริง

ผู้เป็นบุตรหลานของท่านศาสดาผู้บริสุทธิ์และซื่อสัตย์"

     จากนั้น เนาฟัล อัซร็อก และฮะกีม อิบนุ ฏุฟัยล์ ก็โจมตีท่านจากที่ซุ่มโจมตี และตัดมือซ้ายของท่าน ท่านแนบธงไว้ที่หน้าอกและกล่าวบทโคลงนี้ว่า :

یا نَفْسُ لا تَخْشَ مِنَ الْکُفَّارِ

 وَأَبْشِری‌ بِرَحْمَةِ الْجَبَّارِ

مَعَ النَّبِیِّ السَّیِّدِ الُمخْتارِ

 قَدْ قَطَعُوا بِبَغْیِهِمْ یَسارِی‌

فَأَصْلِهِمْ یا رَبِّ حَرَّ النَّار

โอ้ตัวของข้าเอ๋ย! อย่ากลัวต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา

 และจงยินดีเถิดด้วยความเมตตาของพระผู้ทรงฤทธานุภาพ

และด้วยการได้อยู่ร่วมกับท่านศาสดาผู้ถูกคัดเลือก

 พวกเขาได้ตัดมือซ้ายของข้าด้วยความอธรรมของพวกเขา

ดังนั้น โอ้พระผู้อภิบาลของข้า โปรดให้พวกเขาได้ลิ้มรสความร้อนแห่งไฟนรกด้วยเถิด" (13)

     จากนั้น ท่านก็คาบถุงน้ำไว้ในปาก และไม่นานนักลูกธนูก็พุ่งเข้าใส่ถุงน้ำ ทำให้น้ำในนั้นไหลออกมา

ลูกธนูอีกดอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่หน้าอกของท่าน และบางคนก็เขียนว่า ลูกธนูพุ่งเข้าตาของท่าน และชายคนหนึ่งจากเผ่าตะมีมก็ใช้ท่อนเหล็กตีข้างลำตัวของท่าน ทำให้ท่านตกจากม้า :

وَنادی‌ بِأعْلی‌ صَوْتِهِ: أَدْرِکْنی‌ یا أَخِی

     “และท่านร้องออกมาด้วยเสียงดังว่า ‘พี่ชายของฉัน ช่วยฉันด้วย’” (14)

     เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) มาถึงข้างตัวท่าน ท่านก็พบว่าน้องชายของท่านเป็นชะฮีดไปแล้ว ท่านจึงร้องไห้

     นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า : เมื่อท่านอับบาส (อ.) ได้เป็นชะฮีด ท่านอิมามฮุเซน (อ.) กล่าวว่า :

الْانَ إِنْکَسَرَ ظَهْری وَقَلَّتْ حِیلَتی

     “บัดนี้หลังของข้าหักแล้ว และหนทางของข้าก็จำกัดลงแล้ว”

     จากนั้นท่านก็ร่ำไห้และกล่าวบทโคลงเหล่านี้ :

تَعَدَّیْتُمْ یا شَرَّ قَوْمٍ بِبَغْیِکُمْ / وَ خالَفْتُمْ دینَ النَّبِیِّ مُحَمَّدٍ

أَما کانَ خَیْرُ الرُّسُلِ أوْصاکُمْ بِنا / أَما نَحْنُ مِنْ نَجْلِ النَّبِیِّ المُسَدَّدِ

أما کانَتِ الزَّهْراءُ أُمّی دُونَکُمْ / أما کانَ مِنْ خَیْرِ الْبَرِیَّةِ أحْمَدَ

لُعِنْتُمْ وَ أُخْزیتُمْ بِما قَدْ جَنَیْتُمْ / فسَوْفَ تَلاقُوا حَرَّ نارٍ تُوَقَّدُ

"โอ้ หมู่ชนที่ชั่วช้าทั้งหลาย! พวกเจ้าได้ละเมิดต่อพวกเราด้วยความอธรรมของพวกเจ้า / และพวกเจ้าต่อต้านศาสนาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

ศาสนทูตผู้ประเสริฐที่สุดมิได้สั่งให้พวกเจ้าเกี่ยวกับพวกเราดอกหรือ? / พวกเรามิใช่ลูกหลานของท่านศาสดาผู้ทรงธรรมดอกหรือ?

ฟาฏิมะฮ์ อัซ-ซะฮ์รอ มิใช่มารดาของข้า ที่มิใช่ของพวกเจ้าดอกหรือ? / อะห์มัด มิใช่ผู้ประเสริฐที่สุดในบรรดาสิ่งถูกสร้างทั้งหลายดอกหรือ?

พวกเจ้าถูกสาปแช่งและอัปยศอดสูด้วยสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำ / ดังนั้นพวกเจ้าจะได้พบกับความร้อนของไฟนรกที่ลุกโชนอย่างแน่นอน" (15)


แหล่งที่มา :

1. นะฟะซุลมะฮ์มูม, อับบาส กุมมี, หน้า 332

2. อะอ์ยานุชชีอะฮ์, ซัยยิดมุห์ซิน อามินี, เล่ม 7, หน้า 429

3. เคาะซออิซ อัล อับบาซิยะฮ์, มูฮัมหมัด อิบรอฮีม คัลบาซี, หน้า 119 และ 120

4. อะอ์ลามุลวะรอ, เล่ม 1, หน้า 455; ฟัยฎุลอะลาม, หน้า 146

5. บิฮารุลอันวาร, เล่ม 44, หน้า 361

6. อาซ มะดีเนะฮ์ ทอ มะดีเนะฮ์, หน้า 381-382

7. อักาฟี, เล่ม 4, หน้า 174

8. มักตัล อัล ฮุเซน, มุกัรร็อม, หน้า 212

9. อัลอิรชาด, มุฟีด, เล่มที่ 2, หน้า 91

10. มะนากิบ อิบนุ ชะฮ์รอชูบ, เล่ม 4, หน้า 107

11.บิฮารุลอันวาร,, อัลลามะฮ์มัจญ์ลิซี, เล่ม 45, หน้า 41

12. อะอ์ยานุชชีอะฮ์, เล่ม 1, หน้า 608; มะนากิบ อิบนุ ชะฮ์รอชูบ, เล่ม 4, หน้า 117 และบิฮารุลอันวาร, เล่ม 45, หน้า 40

13. มะนากิบ อิบนุ ชะฮ์รอชูบ, เล่ม 4, หน้า 117 และบิฮารุลอันวาร, เล่ม 45, หน้า 40

14. อับซอรุลอัยน์, หน้า 30

15. มะนากิบ อิบนุ ชะฮ์รอชูบ, เล่ม 4, หน้า 117; บิฮารุลอันวาร, เล่ม 45, หน้า 40; อาชูรอ รีเชะฮ์ฮอ อังกีเซะฮ์ฮอ รูเยด๊อดฮอ, หน้า 493

 


บทความ : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 108 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30265383
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
427
10295
32025
30183076
173518
228994
30265383

พฤ 25 มิ.ย. 2026 :: 01:29:25