ตามรายงานของสำนักข่าวตัสนีม อบู อะลา อัล-วะลาอี’ เลขาธิการกองกำลังซัยยิดุชชุฮะดา ได้ออกแถลงการณ์เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลอิรักจะต้องมีจุดยืนที่กล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความต้องการที่เกินขอบเขตของทำเนียบขาว
เลขาธิการกองกำลังซัยยิดุชชุฮะดา ได้หยิบยกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์แห่งกัรบาลาอ์ (Karbara) โดยอ้างถึงการปิดล้อมกระโจมที่พักของอิมามฮุเซน (อ.) พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่า ประวัติศาสตร์ได้บันทึกชื่อของผู้ที่มีส่วนร่วมในการปิดล้อมแนวหน้าแห่งความสัจจะไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุด และจะต้องไม่ปล่อยให้ชื่อของอิรักต้องไปอยู่ในสถานะในเช่นนั้น
อิรักไม่ควรเป็นเวทีแห่งการครอบงำของพวกหยิ่งยะโสและผู้กดขี่
อัล วะลาอีกล่าวเสริม โดยอ้างถึงอัตลักษณ์ทางศาสนาและอุดมการณ์ของของประชาชนชาวอิรักว่า "ชาวอิรักที่ตะโกนคำขวัญดัง ๆ ว่า 'ลับบัยกะ ยา ฮุเซน' (พวกเราน้อมรับบัญชา โอ้อิมามฮุเซน อ.) จุดยืนของประเทศจะต้องเป็น 'การปฏิเสธการปิดล้อม' อยู่เสมอ" นอกจากนี้ เขาย้ำว่าแผ่นดินอิรักจะต้องคงเป็นฐานที่มั่นในการสนับสนุนแนวหน้าแห่งความสัจจะ และต้องไม่ปล่อยให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นเส้นทางในการกดขี่ชาวชีอะฮ์และกลุ่มผู้สนับสนุนการต่อต้าน (Resistance)
ข้อเรียกร้องต่อรัฐสภาอิรัก ต้องปฏิเสธ (say no) ต่อคำบงการของสหรัฐฯ
เลขาธิการกองกำลังซัยยิดุชชุฮะดาได้กล่าวเรียกร้องต่อสมาชิกรัฐสภาอิรักในแถลงการณ์ส่วนถัดไป โดยขอให้ เข้ามาจัดการกับประเด็นนี้โดยด่วน และร่วมกันออกมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อบังคับให้รัฐบาลปฏิเสธการปฏิบัติตามนโยบายที่ถูกบงการมาจากทำเนียบขาว
เขาได้ชี้ถึงแบบอย่างของการต่อต้านทางเศรษฐกิจในระดับสากล พร้อมระบุว่า "รัฐบาลอิรักควรเรียนรู้จากแบบอย่างที่ประสบความสำเร็จของประเทศต่าง ๆ เช่น รัสเซียและจีน ที่ไม่ได้ยอมสยบต่อเจตจำนงอันชั่วร้ายของสหรัฐฯ อิรักจะต้องปฏิเสธนโยบายที่ถูกบงการและการปิดล้อมอันไม่เป็นธรรมต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเกียรติภูมิและอธิปไตยแห่งชาติเอาไว้
ที่มา : สำนักข่าวตัสนีม
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่