กองทัพสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการถอนกำลังทหารออกจากอิรักแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยทหารชุดสุดท้ายได้เดินทางออกจากฐานทัพในเมืองเออร์บิล (Erbil) ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลแบกแดดและวอชิงตัน เพื่อยุติการยึดครองทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ
นายกรัฐมนตรี อาลี อัล-ซัยอีดี แห่งอิรัก ซึ่งเป็นประธานในพิธีส่งมอบ ได้กล่าวถึงการถอนทหารครั้งนี้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของ "ยุคใหม่" ที่กำหนดโดยอธิปไตยของอิรัก สถาบันของรัฐที่เข้มแข็งขึ้น และ "ความเป็นพันธมิตรที่สมดุลกับมิตรประเทศ
นายกอซิม อัล-อะอ์รอญี ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติอิรัก ได้กล่าวถึงการสิ้นสุดภารกิจของกองกำลังผสมพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ว่าเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' (important milestone) พร้อมระบุว่า สิ่งนี้จะช่วย 'เสริมสร้างอธิปไตยให้มั่นคง' (solidify sovereignty) รวมถึงตอบสนองต่อผลประโยชน์ของชาติและรวมถึงความปรารถนาของประชาชนชาวอิรัก
นอกจากนี้ เขายังได้ยกย่องให้เครดิตแก่กองทัพอิรัก กลุ่มต่อต้านต่าง ๆ (resistance groups) รวมถึงความเสียสละของประชาชนชาวอิรัก ว่ามีส่วนสำคัญในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายไอซิส (Daesh/ISIS) จนได้รับชัยชนะ
เจ้าหน้าที่เพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการทางทหารอย่างเป็นทางการ แต่จะยังคงรักษาขีดความสามารถในระดับภูมิภาคเอาไว้ เช่น ด้านการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน (ISR) ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในประเทศอาหรับ (อิรัก) แห่งนี้ได้
สหรัฐฯ ได้เปิดฉากบุกโจมตีอิรักในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2003 เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งเป็นระบอบที่สหรัฐฯ ได้กล่าวหาอย่างเป็นเท็จว่า ครอบครองอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMDs)
กองกำลังผสมของสหรัฐฯ และบรรดาพันธมิตรได้ถอนกำลังทหารออกไปในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2011 แต่ทว่า ได้กลับเข้ามาอีกครั้งในปี ค.ศ. 2014 หลังจากที่กลุ่มไอซิสได้บุกยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
นาย ญุมอะฮ์ อัล-อะฏอวานี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย 'อุฟุก' (Ufuq) ในอิรัก กล่าวว่า ชาวอเมริกันไม่ใช่เพื่อนของอิรัก แต่เป็นภาระของประเทศ พร้อมกล่าวเสริมว่า แท้จริงแล้วกลุ่มไอซืส คือทฤษฎีสมคบคิดระดับนานาชาติ ที่มีเป้าหมายเพื่อปูทางให้สหรัฐฯ สามารถกลับเข้ามาในภูมิภาคนี้ได้อีกครั้ง
การถอนกำลังทหารในขั้นสุดท้ายมีขึ้นหลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ย้ายออกจากฐานทัพส่วนใหญ่ในอิรักไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเหลือเพียงกองกำลังกลุ่มเล็ก ๆ ที่ยังคงประจำการอยู่ที่ฐานทัพในเมืองเออร์บิล (Erbil)
กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อการต่อต้านของอิรัก 'อะซาอิบ อะฮ์ลุลฮัก' (Asa'ib Ahl al-Haq) ได้แสดงความยินดีต่อการสิ้นสุดการคงอยู่ทางทหารของสหรัฐฯ และระบุว่า ในขณะนี้ อิรักจำเป็นต้องเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการ จัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัย
นอกจากนี้ทางกลุ่มเคลื่อนไหวระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องอิรัก พร้อมทั้ง เรียกร้องให้มีการถอนกำลังทหารตุรกีออกจากดินแดนของอิรัก
ทางกลุ่มยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ รวมถึงขีดความสามารถด้านการทหารและความมั่นคงของประเทศ
ขณะเดียวกัน อิรักกำลังดำเนินการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศชุดใหม่ โดยซาบาห์ อัล-นูมาน โฆษกฝ่ายทหารเปิดเผยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ได้มีการสรุปสัญญากับซัพพลายเออร์จากเกาหลีใต้และตุรกีเรียบร้อยแล้ว
อัล-นูมาน กล่าวว่า ระบบเหล่านี้จะถูกนำไปติดตั้งทั่วอิรักเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและอธิปไตยของชาติ
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่