กองทัพเยเมนได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารเชิงคุณภาพ โจมตีคลังและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของ อารัมโก (Aramco) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ในกรุงริยาด เมืองหลวงของฝ่ายศัตรู โดยใช้ขีปนาวุธนำวิถีและโดรน เพื่อเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธระลอกใหม่ของซาอุดีอาระเบียในกรุงซานาและจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับการปลดปล่อยแล้ว
ในแถลงการณ์ที่ประกาศเมื่อวันเสาร์ (3 ต.ค.) ที่ผ่านมา กองทัพเยเมนระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) โดยการโจมตีเป็นไปอย่างแม่นยำและเข้าเป้าหมายโดยตรง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นในพื้นที่ที่ตกเป็นเป้าหมาย
แถลงการณ์ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่การรุกรานของซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่องต่อเมืองหลวงและพื้นที่อื่น ๆ ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธมากถึง 60 ครั้ง ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนการโจมตีทั้งหมดของซาอุดีอาระเบีย นับตั้งแต่มีการยกระดับความรุนแรงรอบล่าสุดต่อเยเมน เพิ่มขึ้นเป็น 1,410 ครั้งแล้ว
แถลงการณ์ระบุว่า การหลั่งเลือดของชาวเยเมนด้วยความโหดเหี้ยมและเป็นอาชญากรรมเช่นนี้ บีบบังคับให้กองทัพ พร้อมด้วยประชาชนผู้รักเสรีภาพทุกคนในชาติ จำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องปรามและก้าวไปสู่ขั้นยกระดับ (การตอบโต้) ที่จำเป็นทั้งหมด
แถลงการณ์ยังได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการเพิกเฉยต่อชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนชาวเยเมนนั้น 'จะสูงและแพงลิบลิ่ว' และการนองเลือดที่ยังคงดำเนินต่อไปนี้ 'จะทำให้พวกเขาต้องชดใช้อย่างสาสม
กองทัพเยเมนได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อสมการที่เคยประกาศไว้ นั่นคือ 'การปิดล้อมต้องแลกด้วยการปิดล้อม' และ 'การยกระดับต้องแลกด้วยการยกระดับ' พร้อมทั้งระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีการรวมตัวของกองกำลังซาอุดีอาระเบียจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าการรุกรานจะยุติลง และการปิดล้อมเยเมนจะถูกยกเลิกโดยสิ้นเชิง
การโจมตีเพื่อตอบโต้ต่อโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท อารัมโก ในกรุงริยาดครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับการตอบโต้ของเยเมนที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อการเปิดฉากโจมตีของพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทวีความรุนแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่พลเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และย่านชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น
บรรดาเจ้าหน้าที่ของเยเมนได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเองอย่างชอบธรรม เพื่อต่อต้านการรุกรานและการปิดล้อมอย่างเบ็ดเสร็จที่ดำเนินมานานหลายปี ซึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างย่อยยับต่อระบบเศรษฐกิจและประชากรพลเรือนของประเทศ
ปฏิบัติการต่าง ๆ ของเยเมนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้มุ่งเป้าไปที่โรงงานและคลังน้ำมันของบริษัท อารัมโก ในญีซาน นัจญ์รอน อับฮา และพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงฐานทัพทางทหาร เพื่อตอบโต้กรณีที่ซาอุดีอาระเบียละเมิดน่านฟ้าเยเมนและระดมโจมตีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางการซาอุดีอาระเบียมักจะเลือกปิดปากเงียบ หรือออกมายอมรับเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้และการหยุดชะงักของระบบในแหล่งพลังงานต่าง ๆ หลังเกิดการโจมตีเหล่านั้น
ทางกรุงซานายังคงยืนกรานว่า หนทางเดียวที่จะนำไปสู่การลดความตึงเครียดได้ คือการยุติการรุกรานและยกเลิกการปิดล้อมทางบก ทางเรือ และทางอากาศที่บังคับใช้กับประเทศ โดยแถลงการณ์ของกองทัพเน้นย้ำว่า มาตรการป้องปรามต่าง ๆ จะยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่การโจมตีของซาอุดีอาระเบียยังไม่สิ้นสุด
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่