ผู้บัญชาการทหารเยเมน : เยเมนกลายเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค พร้อมที่จะใช้มาตรการป้องปรามใหม่ต่อซาอุดีอาระเบีย
ผู้บัญชาการทหารเยเมน : เยเมนกลายเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค พร้อมที่จะใช้มาตรการป้องปรามใหม่ต่อซาอุดีอาระเบีย

ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายฝั่งของเยเมนกล่าวว่า ประเทศอาหรับแห่งนี้ได้กลายเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาคที่มีขีดความสามารถทางทหารที่ทำให้สามารถสร้างสมดุลการป้องปรามใหม่ได้ โดยเน้นย้ำว่า การปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียได้มีผลบังคับใช้แล้ว

    ในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) พลตรี มูฮัมมัด อัล-ก็อดรี ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายฝั่งของเยเมน เตือนซาอุดีอาระเบียว่า ต้องยุติการปิดล้อมและการแทรกแซงเยเมนที่ดำเนินมานานหลายปี มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากการยกระดับความขัดแย้งต่อไป

    “การตัดสินใจห้ามการเดินเรือของศัตรูซาอุดีอาระเบีย มีผลบังคับใช้ทันทีในบ่ายวันจันทร์” อัล-ก็อดรี กล่าวโดยเน้นย้ำว่า กองทัพเยเมนมีขีดความสามารถในการรบทางทะเลที่จำเป็นในการบังคับใช้มาตรการและป้องกันไม่ให้เรือของซาอุดีอาระเบียแล่นผ่านทะเลแดงและทะเลอาหรับ “เช่นเดียวกับที่เราทำกับศัตรูไซออนิสต์”

    ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายฝั่งของเยเมนเน้นย้ำว่า เยเมนได้กลายเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพทางทหารสูง ซึ่งทำให้สามารถสร้างสมดุลการป้องปรามใหม่ได้ โดยกล่าวว่าขณะนี้ ริยาดมีเพียงสองทางเลือก “คือยกเลิกการปิดล้อมและยุติการแทรกแซง หรือดำเนินการยกระดับความขัดแย้งต่อไป ซึ่งจะนำมาซึ่งราคาที่สูงลิ่ว”

    อัล-ก็อดรี เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า “เราพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะบังคับใช้สมการ : ปิดล้อมตอบโต้การปิดล้อม สนามบินตอบโต้สนามบิน และท่าเรือตอบโต้ท่าเรือ” พร้อมทั้งประณามราชอาณาจักรอาหรับที่ใช้เวลาสี่ปีของการหยุดยิงที่สหประชาชาติและโอมานเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการชะลอการดำเนินการตามข้อตกลงที่บรรลุไว้

    ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายฝั่งของเยเมนกล่าวเสริมว่า “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจไม่ได้แยกออกจากความมั่นคงทางทหารอีกต่อไป” โดยเน้นว่า เยเมนยังมีทางเลือกไม่จำกัด และกองกำลังของเยเมนอยู่ในระดับความพร้อมสูงสุด

    นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของเยเมนยังออกแถลงการณ์ว่า ซาอุดีอาระเบียยังคงปฏิบัติต่อเยเมน “ราวกับว่า เป็นดินแดนภายใต้การควบคุมของตน”

    กระทรวงการต่างประเทศของเยเมนกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย "ปฏิบัติต่อประชาชนเยเมนอย่างหยิ่งผยอง ราวกับว่า การอนุญาตให้เรือบรรทุกอาหารและยาเข้าเทียบท่าเป็นความโปรดปราน" พร้อมประณามแนวทางของริยาดต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม

    กระทรวงการต่างประเทศของเยเมน เน้นย้ำว่า ซาอุดีอาระเบียต้องถอนตัวออกจากดินแดนเยเมนและยุติการตอบโต้ทางทหารและการปิดล้อม พร้อมเตือนว่า หากไม่ทำเช่นนั้น "จะต้องเตรียมตัวรับผลที่ตามมา" ซึ่งหมายถึงผลที่ตามมาจากการดำเนินนโยบายในปัจจุบัน

    "ซาอุดีอาระเบียพยายามซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังทหารรับจ้าง แต่การโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบียกว่า 250,000 ครั้ง ต่อเยเมน ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เผยให้เห็นความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น" กระทรวงการต่างประเทศของเยเมน กล่าวพร้อมระบุว่า ขนาดของการตอบโต้ดังกล่าวเปิดโปงบทบาทโดยตรงของริยาดในความขัดแย้ง

    ในแถลงการณ์ กระทรวงต่างประเทศเยเมนยังยืนยันเพิ่มเติมว่า ซาอุดีอาระเบียควรยอมรับว่า “สถานะของสนามบินริยาดควรเท่าเทียมกับสนามบินซานา” และเสริมว่า ท่าเรือยานบู จิซาน และท่าเรืออื่น ๆ ของซาอุดีอาระเบีย ควรได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับท่าเรือฮูดาอิดะห์ของเยเมน

    กระทรวงต่างประเทศเยเมน ระบุว่า “รายละเอียดอาชญากรรมของซาอุดีอาระเบียและความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นกับประชาชนเยเมนในช่วงเวลาแห่งการรุกรานและการกระทำที่เป็นอาชญากรรมนั้นยาวเหยียด” พร้อมเสริมว่า ริยาดจะพบว่า “การกลับคืนสู่เส้นทางแห่งเหตุผล ความยุติธรรม และความเที่ยงธรรมนั้นมีต้นทุนน้อยกว่าการดื้อรั้นในการรุกราน”

    ปิดท้ายด้วยคำเตือนจากกระทรวงต่างประเทศเยเมน ประกาศว่า “การหลอกลวง ความดื้อรั้น และความเย่อหยิ่งของซาอุดีอาระเบียจะไม่นำมาซึ่งประโยชน์ใด ๆ มีแต่จะเพิ่มรายการอาชญากรรมและความอยุติธรรม และในที่สุดจะนำไปสู่ความล่มสลาย”

    แถลงการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า “ข้อเรียกร้องของเยเมนนั้นชัดเจน คือ เอกราชโดยสมบูรณ์ อธิปไตยที่ไม่ยอมประนีประนอม และสิทธิอันชอบธรรมของตน ไม่มากไปกว่านี้และไม่น้อยไปกว่านี้ และประชาชนเยเมนจะไม่ยอมรับสิ่งใดที่ต่ำกว่านี้”

    ความตึงเครียดปะทุขึ้นระหว่างริยาดและซานาเมื่อต้นเดือนนี้ เมื่อซาอุดีอาระเบียทิ้งระเบิดสนามบินนานาชาติซานา เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินอิหร่านที่บรรทุกคณะผู้แทนเจ้าหน้าที่เยเมนลงจอด อย่างไรก็ตาม เครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดอย่างปลอดภัยในเมืองท่าฮูดัยดะห์

    ซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรอาหรับได้เริ่มปิดล้อมเยเมนในฐานะส่วนหนึ่งของสงครามเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 โดยได้รับการสนับสนุนทางทหาร การเมือง และโลจิสติกส์จากสหรัฐอเมริกาและรัฐตะวันตกอื่น ๆ

    สงครามดังกล่าวคร่าชีวิตชาวเยเมนไปหลายหมื่นคน ในขณะที่ล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายหลักในการฟื้นฟูอำนาจให้กับระบอบการปกครองเดิมของเยเมนที่เป็นมิตรกับริยาด

    รัฐบาลเยเมนในขณะนั้นได้หลบหนีออกนอกประเทศท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจ ทำให้กลุ่มอันซอรุลลอฮ์ ซึ่งเป็นขบวนการต่อต้านของประชาชนในเยเมน เริ่มเข้ามาบริหารประเทศ

    หลังจากการหยุดยิงที่เปราะบาง ซึ่งได้รับการไกล่เกลี่ยโดยสหประชาชาติในปี ค.ศ. 2022 สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และรัฐบาลอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเยเมนหลายระลอก

    การโจมตีเหล่านั้นมีเป้าหมายเพื่อทำลายศักยภาพของซานาในการโจมตีตอบโต้เป้าหมายของอิสราเอลเพื่อตอบโต้สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเทลอาวีฟในฉนวนกาซา


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 105 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31631279
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4865
11468
49775
31477753
338986
304350
31631279

พฤ 29 ต.ค. 2026 :: 12:47:31