สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Dilemma) อย่างรุนแรง ในการตัดสินใจว่าจะทำสงครามหรือรักษาสันติภาพกับอิหร่าน โดยในเบื้องหน้า โดนัลด์ ทรัมป์ และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ร่วมกับอิสราเอล ได้แสดงท่าทีข่มขู่และเตรียมพร้อมที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน นิวเคลียร์ และขีปนาวุธของอิหร่านทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2026
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง วอชิงตันกำลังติดหล่มทางยุทธศาสตร์ที่ไม่มีทางออกชัดเจน เนื่องจากอิหร่านได้แสดงศักยภาพในการป้องปรามที่แข็งแกร่งและครอบคลุมในทุกมิติ
ทัศนะของผู้เชี่ยวชาญในบทความมุมมองจากฝั่งอิหร่าน (ผ่านสื่อ Press TV) สรุปเป็นบทวิเคราะห์ข่าวได้ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. สามฉากทัศน์ (Scenarios) ของสหรัฐฯ ที่ถูกจำกัดด้วยความเสี่ยงทางทหารและเศรษฐกิจ
บทความได้วิเคราะห์ทางเลือกของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งแต่ละทางล้วนมีอุปสรรคและรากเหง้าของความล้มเหลวฝังอยู่ :
- การโจมตีทางอากาศและการส่งหน่วยคอมมานโดยึดคลังน้ำมันเกาะคาร์ก (Kharg Island): ทางเลือกนี้เสี่ยงต่อการทำให้กองทัพสหรัฐฯ ตกอยู่ภายใต้ห่ากระสุนและขีปนาวุธของอิหร่านที่ซ่อนอยู่ นอกจากนี้ นายพล อิสมาเอล คอว์ซารี (General Esmaeil Kowsari) ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ อ่อนล้าและสูญเสียอย่างหนักมาจากสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน ทำให้ผู้บัญชาการระดับสูงขาดความพร้อมในการเผชิญหน้าในพื้นที่ควบคุมอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
-
การปฏิบัติการภาคพื้นดินหรือสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดน : ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เป็น "ฝันร้าย" ของเพนตากอน เนื่องจากอิหร่านเป็นประเทศใหญ่ที่มีประชากรกว่า 90 ล้านคน และมีกำลังพลพร้อมรบกว่า 1 ล้านนาย การบุกอิหร่านจะต้องใช้ทหารอเมริกันหลายแสนถึงหนึ่งล้านนาย ซึ่งจะกลายเป็น "ปลักโคลน" ที่รุนแรงกว่าสงครามครั้งก่อน ๆ หลายเท่า
-
การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ (Economic D-Day) : ความพยายามลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านให้เหลือศูนย์ต้องล้มเหลวลง เนื่องจากจีนยังคงเป็นผู้ซื้อหลักรายใหญ่ (ซื้อน้ำมันอิหร่านถึง 90% ก่อนสงคราม) แม้แต่ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ยังยอมรับว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถคว่ำบาตรธนาคารหรือโรงกลั่นของจีนที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้ เพราะจะทำให้ระบบการเงินโลกพังทลายลงทันที
2. ไพ่ตายใบใหม่ของอิหร่าน: การยกระดับสู่สงครามดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานโลก
บทวิเคราะห์ชี้ว่า ดุลอำนาจในการป้องปราม (Deterrence) ได้เปลี่ยนมือมาสู่อิหร่านแล้ว โดยเตหะรานไม่ได้ขู่เพียงแค่การปิดเส้นทางลำเลียงน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป แต่ได้ขยายขอบเขตเป้าหมายไปสู่ :
-
การตัดสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้ทะเล : พลโท ยาดุลลอฮ์ ญาวานี (Yadollah Javani) รองผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ขู่ว่า หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านถูกโจมตี สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตหลัก 7 เส้น ใต้ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกตัดตัดขาดทันที
-
การโจมตีศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) : หลังจากศูนย์ข้อมูลของ Amazon ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนถูกโจมตีเมื่อเดือนมีนาคม ทำให้อิหร่านเพิ่มศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอเมริกัน เช่น Microsoft, Google, Apple และ NVIDIA ในภูมิภาค เข้าสู่บัญชีรายชื่อเป้าหมายอย่างเป็นทางการ
-
ความล้มเหลวของระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล : ข้อมูลจาก นายอาลีเรซา ดาวูดี (Alireza Davoudi) นักวิเคราะห์การเมือง ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล ทั้ง Iron Dome และ David's Sling ไม่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านที่เคยถล่มเป้าหมายในไฮฟาและเทลอาวีฟได้ ส่งผลให้สหรัฐฯ สูญเสียขีดความสามารถทางทหารและลอจิสติกส์ในภูมิภาคไปแล้วถึง 70%
- แรงกดดันจากพันธมิตรตะวันตกและการเปลี่ยนผ่านทางนิวเคลียร์
ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงเกินควบคุม (ซึ่งเคยแตะ $117 ต่อบาร์เรล) และวิกฤตเงินเฟ้อที่กำลังอัมพาต อุตสาหกรรมในยุโรป (เช่น เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส) ทำให้แม้แต่พันธมิตรของสหรัฐฯ เองก็ไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีและฝรั่งเศสต่างเตือนว่าสงครามครั้งใหม่นี้จะไม่มีใครเป็นผู้ชนะ
บทความสรุปทัศนะว่า หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลตัดสินใจใช้อาวุธรุนแรงหรืออาวุธนอกแบบ (เช่น ระเบิดทำลายล้างสูง หรือขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์) เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือการเลือกแต่งของตนเอง อิหร่านก็พร้อมที่จะทบทวนนโยบายความมั่นคงทั้งหมด ซึ่งรวมถึง "การเปลี่ยนผ่านหลักนิยมทางนิวเคลียร์" (Nuclear Doctrine) เพื่อใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือในการป้องปรามขั้นสูงสุดเช่นกัน
สรุปภาพรวมทางยุทธศาสตร์:
บทความนี้สะท้อนมุมมองจากฝั่งอิหร่าน (ผ่านสื่อ Press TV) ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังติดกับดักคำขู่ของตัวเอง ทรัมป์ไม่มีแผนปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพในการยุติความขัดแย้ง ในขณะที่อิหร่านได้พัฒนาขีดความสามารถทางทหารภายในประเทศจนสามารถสร้าง "การป้องปรามเบ็ดเสร็จ" ที่พร้อมจะลากเศรษฐกิจและการสื่อสารของโลกให้พังทลายลงไปด้วย หากสหรัฐฯ ตัดสินใจเปิดฉากสงครามครั้งใหม่
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่