นักรบฝ่ายต่อต้านได้วางแผนการซุ่มโจมตีอันกล้าหาญหลายครั้งต่อกองกำลังอิสราเอลที่รุกรานเข้ามาในพื้นที่จุดปะทะในเมืองกาซา ซึ่งมีรายงานว่า ทำให้พวกเขาต้องถอนกำลังออกไป ขณะเดียวกันก็ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และกองกำลังสูญหาย 4 ราย
สื่อกลุ่มต่อต้านหลายสำนักรายงานเมื่อวันเสาร์ (30 ส.ค.) ว่า การซุ่มโจมตีที่กินเวลานานสี่ชั่วโมง ซึ่งถูกสื่ออิสราเอลกล่าวหาว่าเป็น "เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย" เกิดขึ้นทั่วบริเวณย่านอัลไซตูนของเมือง
การปะทะดังกล่าวมีทั้งการยิงปืนอย่างหนักของนักรบใส่เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของอิสราเอลที่บินวนอยู่ การยิงถล่มอย่างหนักจากนักรบไปทั่วบริเวณใกล้เคียง และ "การต่อสู้ระยะประชิด" ระหว่างนักรบกับผู้รุกราน
ทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 11 นาย
ล่าสุดยังไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของทหารที่สูญหายทั้ง 4 นาย
ยังมีรายงาน "เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย" ดังกล่าวอีกสองกรณีในเขตอัลซาบราของเมืองและเมืองข่านยูนิสทางตอนใต้ของฉนวนกาซาด้วย
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของระบอบการปกครองอิสราเอลที่จะยึดครองเมืองกาซา ซึ่งเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดของฉนวนกาซา ในปฏิบัติการอันโหดร้ายที่สุดตลอดช่วงสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กับพื้นที่ชายฝั่งที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 จนถึงปัจจุบัน
ขบวนการต่อต้านในพื้นที่ดังกล่าวได้เริ่มจัดการโจมตีตอบโต้โดยละเอียด ส่งผลให้กองทหารเริ่มประกาศว่า เมืองกาซาเป็น "เขตการสู้รบที่อันตราย"
The New York Times รายงานถึงปัญหาการขาดแคลนที่กองทัพต้องเผชิญระหว่างการผลักดันโดยระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ความอ่อนล้าและความผิดหวังที่กองกำลังต้องเผชิญเป็นภัยคุกคามที่จะทำให้การโจมตีเมือง "ซับซ้อน" มากขึ้น
หลายประเทศยังคัดค้านการโจมตีดังกล่าวเนื่องจากละเลยความทุกข์ทรมานและความสูญเสียของพลเรือน
นักวิจารณ์ทั่วโลกประณามอย่างรุนแรงถึงความพยายามของระบอบการปกครองที่จะยึดครองเมืองโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนใด ๆ รวมถึงการบังคับให้ผู้คนหลายแสนคนอพยพไปทางตอนใต้ของฉนวนกาซาในระยะเวลาที่ไม่มากนัก
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2025 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่