สัญญาของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) เกี่ยวกับอนาคตของมนุษยชาติ และการจัดตั้งรัฐบาลโลกอิสลามที่สมบูรณ์แบบบนหน้าผืนแผ่นดิน อัลลอฮ์จะทรงมอบอำนาจการปกครองโลกนี้ให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาที่แท้จริง ประโยคที่ว่า "พวกเขาจะเคารพภักดีต่อข้าและไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อข้า" ชี้ให้เห็นว่า เป้าหมายของการมีอำนาจและการปกครองบนโลกนี้ ไม่ใช่เพื่อความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่เพื่อสร้างสังคมที่มนุษย์ทุกคนสามารถภักดีต่อพระเจ้าองค์เดียวได้อย่างเสรี โดยปราศจากการครอบงำของสิ่งเจือปน (ชิริก) หรือระบอบเผด็จการที่ตั้งตนเป็นพระเจ้า
พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่ง ทรงตรัสว่า :
وَعَدَ اللَّهُ الَّذِينَ آمَنُوا مِنكُمْ وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ لَيَسْتَخْلِفَنَّهُمْ فِي الْأَرْضِ كَمَا اسْتَخْلَفَ الَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ وَلَيُمَكِّنَنَّ لَهُمْ دِينَهُمُ
الَّذِي ارْتَضَىٰ لَهُمْ وَلَيُبَدِّلَنَّهُم مِّن بَعْدِ خَوْفِهِمْ أَمْنًا ۚ يَعْبُدُونَنِي لَا يُشْرِكُونَ بِي شَيْئًا ۚ وَمَن كَفَرَ بَعْدَ ذَٰلِكَ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الْفَاسِقُونَ
"อัลลอฮ์ทรงสัญญาไว้แก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกเจ้า และบรรดาผู้กระทำความดีทั้งหลายว่า แน่นอนพระองค์จะทรงให้พวกเขาเป็นผู้สืบทอด (อำนาจปกครอง) ในหน้าแผ่นดิน ดังเช่นที่พระองค์ทรงให้การสืบทอดมันแก่บรรดาชนก่อนหน้าพวกเขามาแล้ว และแน่นอนพระองค์จะทรงสถาปนาศาสนาของพวกเขาซึ่งพระองค์ทรงเลือกเฟ้นแล้วเพื่อพวกเขาให้มีความมั่นคง และแน่นอนพระองค์จะทรงเปลี่ยนสภาพของพวกเขาหลังจากความกลัวของพวกเขาให้กลายเป็นความปลอดภัย โดยที่พวกเขาจะเคารพภักดีต่อข้าและไม่ตั้งภาคีใดๆ ต่อข้า และผู้ใดปฏิเสธศรัทธาหลังจากนั้น ชนเหล่านั้นพวกเขาก็คือผู้ละเมิด"
โองการที่ยกมานี้คือ บท (ซูเราะฮ์) อัน-นูร โองการ (อายะฮ์) ที่ 55 ซึ่งเป็นหนึ่งในโองการที่สำคัญยิ่งในคัมภีร์อัลกุรอาน ที่กล่าวถึงสัญญาของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) เกี่ยวกับอนาคตของมนุษยชาติ และการจัดตั้งรัฐบาลโลกอิสลามที่สมบูรณ์แบบบนหน้าผืนแผ่นดิน
นี่คือคำอรรถาธิบาย และแง่คิดตามมุมมองของสำนักคิดอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)
การอรรถาธิบายตามมุมมองของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)
ในหนังสือตัฟซีร (การอรรถาธิบายคัมภีร์อัลกุรอาน) ของสายอะฮ์ลุลบัยต์ เช่น ตัฟซีร "นูรุษ-ษะเกาะลัยน์", ตัฟซีร "อัล-มีซาน" และจากรายงานฮะดีษต่างๆ บรรดาอิมาม (อ.) ได้เน้นย้ำว่า "สัญญาอันยิ่งใหญ่นี้ จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในยุคการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)" (ผู้นำทางจิตวิญญาณท่านที่ 12)
▪️ การเป็นตัวแทนของพระเจ้าในแผ่นดิน : บรรดาอิมาม (อ.) อธิบายว่า อัลลอฮ์จะทรงมอบอำนาจการปกครองโลกนี้ให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาที่แท้จริง ซึ่งคำว่า "แผ่นดิน" ในที่นี้หมายถึงทั่วทั้งโลก ไม่ใช่แค่ดินแดนใดดินแดนหนึ่ง มีรายงาน (ริวายะฮ์) จากท่านอิมาม อะลี บิน ฮุเซน หรือ ท่านอิมามซัจญาด (อ.) กล่าวว่า :
وهم واللهِ شيعتُنا أهل البيت، يفعلُ اللهُ ذلكَ بهم على يدي رجلٍ منّا، وهوَ مهديُّ هذهِ الأمّة...
"ขอสาบานต่ออัลลอฮ์! พวกเขาเหล่านั้น (ที่ถูกกล่าวในโองการ) คือชีอะฮ์ (ผู้ปฏิบัติตาม) ของเรา และอัลลอฮ์จะทรงทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของบุรุษผู้หนึ่งจากเรา ซึ่งเขาคือ 'มะฮ์ดี' แห่งประชาชาตินี้"
(ตัฟซีร อัล-มีซาน, อัลามะฮ์ฏอบาฏอบาอี)
▪️ การสถาปนาศาสนาที่พระองค์ทรงเลือกเฟ้น : ศาสนาอิสลามที่บริสุทธิ์และแท้จริง (ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเตาฮีด (การยอมรับในเอกานุภาพของพระเจ้า) และการยึดมั่นในท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)) จะถูกแผ่ขยายและตั้งมั่นอย่างมั่นคงทั่วโลก โดยไม่มีลัทธิหรืออำนาจมืดใด ๆ มาสั่นคลอนได้อีกต่อไป
▪️ การเปลี่ยนความกลัวเป็นความปลอดภัย : ในยุคก่อนการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) บรรดาผู้ศรัทธาและผู้แสวงหาความยุติธรรมต้องเผชิญกับการกดขี่ ความอยุติธรรม และความกลัว แต่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงสัญญาว่าในยุคของท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) ความกลัวเหล่านั้นจะหมดไป และโลกจะเต็มไปด้วยความสงบสุขและความปลอดภัยชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
บทเรียนและแง่คิดจากโองการ
จากมุมมองข้างต้น เราสามารถสรุปแง่คิดสำคัญในการดำเนินชีวิตได้ดังนี้ :
▪️ เงื่อนไขสองประการของความสำเร็จ : สัญญาของอัลลอฮ์ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่ผูกติดอยู่กับเงื่อนไข 2 ข้อ คือ "การศรัทธา (อีหม่าน)" และ "การทำความดี (อามัล ซอลิห์)" หากสังคมต้องการความเจริญรุ่งเรืองและการหลุดพ้นจากการกดขี่ จะต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างรากฐานศรัทธาที่ถูกต้องและการลงมือปฏิบัติความดีอย่างเป็นรูปธรรม
▪️ ความหวังและการรอคอยที่ขับเคลื่อนสังคม (อินติซอร) : โองการนี้ให้ความหวังอันยิ่งใหญ่แก่ผู้ถูกกดขี่และผู้ศรัทธาในทุกยุคสมัย ว่าท้ายที่สุดแล้ว "ความอธรรมจะปราชัย และความยุติธรรมจะชนะ" การรอคอย (อินติซอร) ในมุมมองของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ไม่ใช่การนั่งรออยู่เฉยๆ แต่คือการเตรียมพร้อมตนเอง สังคม และสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อรองรับการมาของผู้นำแห่งความยุติธรรม
▪️ เป้าหมายสูงสุดคือ "เตาฮีด" (การยอมรับในเอกานุภาพของพระเจ้า) ที่บริสุทธิ์ : ประโยคที่ว่า "พวกเขาจะเคารพภักดีต่อข้าและไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อข้า" ชี้ให้เห็นว่า เป้าหมายของการมีอำนาจและการปกครองบนโลกนี้ ไม่ใช่เพื่อความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่เพื่อสร้างสังคมที่มนุษย์ทุกคนสามารถภักดีต่อพระเจ้าองค์เดียวได้อย่างเสรี โดยปราศจากการครอบงำของสิ่งเจือปน (ชิริก) หรือระบอบเผด็จการที่ตั้งตนเป็นพระเจ้า
▪️ การตักเตือนผู้ที่คิดจะทรยศหลังจากนั้น : ตอนท้ายของโองการเตือนว่า ใครก็ตามที่ปฏิเสธศรัทธาหรือเนรคุณหลังจากที่ได้รับความโปรดปราน ความปลอดภัย และสัจธรรมแล้ว พวกเขาคือ "ผู้ละเมิด" (ฟาซิกูน) ซึ่งหมายถึงการเตือนสติผู้ศรัทธาให้รักษาจุดยืนและความบริสุทธิ์ใจไว้เสมอแม้ในยามที่สังคมประสบความสำเร็จแล้วก็ตาม
บทความ : เชคมูฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่