สิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้า

สิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้า

     ในระบอบการสร้างของพระผู้เป็นเจ้านั้น สิ่งถูกสร้างบางส่วนจะมีความดีงามและความประเสริฐเหนือกว่าอีกบางส่วน ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้เราจะพบเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกประเภทของสิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้า

     สิ่งถูกสร้างที่เป็นวัตถุไร้ชีวิตทั้งมวลก็ไม่เท่าเทียมกัน “หะญะรุ้ลอัสวัด” (หินดำ ณ บัยตุ้ลลอฮ์) มีความประเสริฐเหนือกว่าหินชนิดอื่นๆ พืชและต้นไม้ต่างๆ ก็ไม่เท่าเทียมกัน บางส่วนของมันเนื่องจากผลและผลิตผลที่มีคุณค่าและคุณประโยชน์ของมันทำให้มันมีคุณค่ามากกว่าอีกบางชนิด

     สถานที่และเวลาต่างๆ ก็มีความแตกต่างกัน “มัสยิดิลฮะรอม” มีความประเสริฐเหนือกว่ามัสยิดอื่นๆ การนมาซในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้มีภาคผลมากกว่าการนมาซในมัสยิดอื่นๆ ถึงหนึ่งแสนเท่า

     กลางคืนและและกลางวันของวันศุกร์ก็มีความเหนือกว่าวันอื่นๆ ในสัปดาห์ กลางคืนและกลางวันของ “อัลก็อดร์” ก็มีความประเสริฐเหนือกว่าวันทั้งหลายของปี

لَيْلَةُ الْقَدْرِ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ

“ลัยละตุ้ลก็อดร์นั้น มีความประเสริฐกว่าหนึ่งพันเดือน”

(อัลกุรอานบทอัลก็อดร์ โองการที่ 3)

     ความประเสริฐและความเหนือกว่าดังกล่าวนี้ก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์เช่นเดียวกัน ผู้มีความรู้นั้นมีความประเสริฐกว่าผู้ที่ไม่มีความรู้ ผู้รู้ที่มีความเคร่งครัดย่อมประเสริฐกว่าผู้รู้ที่ไม่เคร่งครัด อิมามมะอ์ซูมย่อมมีความประเสริฐกว่าประชาชนทั่วไป และบรรดาศาสดาย่อมมีความประเสริฐเหนือกว่าประชาชาติทั้งหลาย ดังเช่นที่คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวว่า

هَلْ يَسْتَوِي الَّذِينَ يَعْلَمُونَ وَالَّذِينَ لَا يَعْلَمُونَ ۗ إِنَّمَا يَتَذَكَّرُ أُولُو الْأَلْبَابِ

“ผู้ที่มีความรู้และผู้ที่ไม่รู้นั้นจะเท่าเทียมกันหรือ แท้จริงบรรดาผู้มีสติปัญญาเท่านั้นที่จะใคร่ครวญ”

(อัลกุรอานบทอัซซุมัร โองการที่ 9)

تِلْكَ الرُّسُلُ فَضَّلْنَا بَعْضَهُمْ عَلَى بَعْضٍ

“ปวงศาสนทูตเหล่านั้น เราได้ทำให้บางส่วนของพวกเขาประเสริฐเหนือกว่าอีกบางส่วน”

(อัลกุรอานบทอัลบะกอเราะฮ์ โองการที่ 253)

وَلَقَدْ فَضَّلْنَا بَعْضَ النَّبِیِّینَ عَلَى بَعْضٍ

“และเราได้ทำให้ศาสดาบางคนประเสริฐเหนือกว่าอีกบางคน”

(อัลกุรอานบทอัลอิซรออ์ โองการที่ 55)

      ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ความดีกว่าและความเหนือกว่าของมนุษย์ที่มีต่อกันและกันในกิจการต่างๆ ทางด้านวัตถุนั้น ก็เนื่องมาจากมนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากกันและกัน และมีการรับใช้บริการซึ่งกันและกัน คัมภีร์อัลกุรอานกล่าวว่า

نَحْنُ قَسَمْنَا بَیْنَهُم مَّعِیشَتَهُمْ فِی الْحَیَاةِ الدُّنْیَا وَرَفَعْنَا بَعْضَهُمْ فَوْقَ بَعْضٍ دَرَجَاتٍ لِیَتَّخِذَ بَعْضُهُم بَعْضًا سُخْرِیًّا

“เราได้จัดสรรปัจจัยดำรงชีพของพวกเขาระหว่างพวกเขากันเอง ในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และเราได้ยกบางคนจากพวกเขาให้มีฐานันดรเหนือกว่าอีกบางคน เพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากกันและกัน”

(อัลกุรอานบทอัซซุครุฟ โองการที่ 32)

      แต่มิใช่ว่าคนที่มีความร่ำรวยมั่งคั่งมากกว่า จะดูถูกดูแคลนและเหยียดหยามคนที่ยากจนกว่า ในระบอบทางธรรมชาตินั้น มนุษย์ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร มีความรู้หรือมีฐานะอย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะจัดการกับระบอบการดำเนินชีวิตของตนนั้น จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

      ความประเสริฐกว่าและความเหนือกว่าของมนุษย์ในทางจิตวิญญาณนั้น เป็นเพราะมนุษย์ทุกคนไม่มีความสามารถที่จะรับวะห์ยู (วิวรณ์) ได้โดยตรงจากพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่ง และทำความเข้าใจสาส์นของพระองค์ได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นพระองค์จึงทรงคัดเลือกบุคคลที่มีความคู่ควรและความสามารถเพื่อการรับสาส์น (วะห์ยู) และทำหน้าที่ชี้นำประชาชน

اللّهُ أَعْلَمُ حَیْثُ یَجْعَلُ رِسَالَتَهُ

“อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ยิ่ง ว่าพระองค์จะทรงกำหนดตำแหน่งศาสนทูตของพระองค์ไว้ที่ใด (และให้แก่บุคคลใด)

(อัลกุรอานบทอัลอันอาม โองการที่ 124)

      ดังนั้นพระองค์ได้ทรงคัดเลือกบรรดาศาสดาและบรรดาอิมามมะอ์ซูมให้เหนือมนุษย์ทั้งหลาย เนื่องจากความสะอาดบริสุทธิ์ทางด้านจิตวิญญาณของพวกท่าน และได้แนะนำท่านเหล่านั้นในฐานะแบบอย่างทางด้านความรู้และการปฏิบัติตน เพื่อการชี้นำสังคมของมนุษยชาติ


ที่มา : คุฏบะฮ์นมาซวันศุกร์ ณ มัสยิดซอฮิบุซซะมาน (อ.)

บทความโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 364 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

25828819
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1861
3896
25908
25771458
16635
136052
25828819

พฤ 03 เม.ย. 2025 :: 08:47:54