หัวหน้า IRGC : อิหร่านจะไม่เริ่มสงคราม แต่จะตอบโต้ภัยคุกคามอย่างเด็ดขาด
หัวหน้า IRGC : อิหร่านจะไม่เริ่มสงคราม แต่จะตอบโต้ภัยคุกคามอย่างเด็ดขาด

ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกมาเตือนว่า ถึงแม้สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะไม่พยายามก่อสงครามแต่อย่างใด แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะตอบโต้อย่างเด็ดเดี่ยวต่อการคุกคามหรือการกระทำรุกรานจากศัตรู

    นายพลฮุสเซน ซาลามี ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า หลังจากที่วอชิงตันกล่าวหาเตหะรานว่าให้ความช่วยเหลือกองกำลังทหารเยเมนในปฏิบัติการต่อต้านอิสราเอลเมื่อเร็ว ๆ นี้ และเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการสนับสนุนกลุ่มต่อต้านอันซอรุลลอฮ์ของเยเมน

    นายพลซาลามีกล่าวว่า“อิหร่านจะไม่เป็นผู้เริ่มสงคราม แต่ในกรณีที่มีภัยคุกคาม การตอบโต้จะต้องเด็ดขาด หนักแน่นและเป็นข้อสรุป”

“ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวหาปฏิบัติการของกลุ่มอันซอรุลลอฮ์ในเยเมนว่า เป็นฝีมือของอิหร่านอีกครั้ง และเตือนประชาชนอิหร่านให้หยุดสนับสนุนกลุ่มต่อต้านนี้”

    หัวหน้า IRGC เน้นย้ำว่า ชาวเยเมนเป็นประเทศเอกราชและเสรีในดินแดนของตนและดำเนินนโยบายที่เป็นอิสระ โดยกล่าวว่า “อิหร่านยอมรับความรับผิดชอบอย่างเปิดเผยและชัดเจนสำหรับการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเมื่อใดและที่ใดก็ตาม”

    ซาลามีเน้นย้ำว่า “เราไม่ใช่ประเทศที่ดำเนินการภายใต้ความลับ แต่เราเป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการยอมรับในระดับโลก เมื่อเราดำเนินการทางทหารหรือให้การสนับสนุน เราจะประกาศอย่างเปิดเผยและชัดเจน”

    ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ประกาศในรบนแพลตฟอร์ม X ว่า เขาได้สั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉาก “การดำเนินการทางทหารที่เด็ดขาดและทรงพลัง” ต่อกลุ่มอันซอรุลลอฮ์ในเยเมน

    อย่างไรก็ตาม การรุกรานของอเมริกามุ่งเป้าไปที่พลเรือนชาวเยเมนในเมืองหลวงซานาและอีกหลายแห่งเท่านั้น

    การโจมตีครั้งใหญ่ทำให้มีผู้เสียชีวิตซึ่งไม่ใช่นักรบอย่างน้อย 18 ราย และบาดเจ็บอีกเกือบ 20 ราย

    กองกำลังติดอาวุธของเยเมนเริ่มโจมตีสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์และอ่อนไหวของอิสราเอลในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 หลังจากที่ระบอบการปกครองได้เปิดฉากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในฉนวนกาซา และเพิ่มข้อจำกัดในการนำอาหาร ยา และเสบียงสำคัญอื่น ๆ ที่จำเป็นอย่างยิ่งเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่งดังกล่าว

    การโจมตีของเยเมน ควบคู่ไปกับการโจมตีเรือและเรือเดินทะเลที่เป็นของและกำลังขนส่งของอิสราเอลในทะเลแดงและทะเลอาหรับ ส่งผลเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของรัฐบาลเทลอาวีฟ

พร้อมตอบโต้แบบ 'ทำลายล้าง' ต่อภัยคุกคาม             

    ในพิธีรำลึกถึงการเสียสละของเหล่าวีรชนแห่งจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันออก ที่เมืองหลวงทาบริซ เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังเตือนด้วยว่า สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะตอบโต้ด้วย “ความรุนแรง” ต่อภัยคุกคามใด ๆ ก็ตาม

     ซาลามีเน้นย้ำว่า ชาติอิหร่านมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะปกป้องผลประโยชน์ ค่านิยม อัตลักษณ์ และความชอบธรรมของตน

    เขากล่าวว่า “เราจะยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อต้านภัยคุกคามใด ๆ และหากมีภัยคุกคามใด ๆ เกิดขึ้น เราจะตอบโต้ด้วยวิธีการที่รุนแรงที่สุด นั่นคือ การตอบโต้ที่เด็ดขาด รุนแรง และทำลายล้าง”

    เขากล่าวเสริมว่า “ศัตรูกำลังทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และล้มเหลวที่จะเรียนรู้จากบทเรียนของกาซา เลบานอน เยเมน และอัฟกานิสถาน พวกเขายังคงเดินต่อไปบนเส้นทางที่ผิดพลาดเดิม ๆ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่ความพ่ายแพ้”

    ซาลามีเน้นย้ำว่า ศัตรูพูดจา “หลอกลวง” ถึงการเจรจาโดยตรงในขณะเดียวกันก็ออกคำขู่ด้วย

    เขากล่าวว่า “สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขาไม่เข้าใจชาติอิหร่านอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ชาติอิหร่านก็ตระหนักดีถึงศัตรูของตนเอง และจะไม่มีวันถูกหลอกลวงด้วยคำพูดผิวเผินของพวกเขา”

    นอกจากนี้ ซาลามียังยืนยันอีกว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ฉีกข้อตกลงแผนปฏิบัติการร่วมครอบคลุม (JCPOA) และหันไปใช้มาตรการที่ก้าวร้าวและรุนแรง เช่น การกดดัน การคว่ำบาตร และการคุกคาม

    ซาลามีอ้างถึงการตัดสินใจของทรัมป์ในปี 2018 ที่จะถอนวอชิงตันออกจาก JCPOA โดยฝ่ายเดียวและกำหนดมาตรการคว่ำบาตรที่ผิดกฎหมายหลายชุดต่อสาธารณรัฐอิสลาม

    เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต โดยกล่าวว่า “หากเราไม่เรียนรู้จากประสบการณ์อันขมขื่น เราก็จะถูกบังคับให้ต้องทำซ้ำอีก”

     สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์อ้างในการสัมภาษณ์กับ Fox News ว่าเขาได้ส่งจดหมายถึงอยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน เพื่อเตือนอิหร่านให้เปิดการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะถูกจัดการทางทหาร

    เมื่อวันพุธ อับบาส อาราฆชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่า จดหมายฉบับดังกล่าวถูกส่งมอบให้เขาโดยผ่าน อันวาร์ การ์กาชที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    ในวันเดียวกัน อยาตุลลอฮ์ คอเมเนอี กล่าวว่า ข้อเสนอการเจรจาของทรัมป์เป็น “การหลอกลวง” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อสร้างความรู้สึกว่า อิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจาเท่านั้น

    อยาตุลลอฮ์ คอเมเนอีกล่าวว่า อิหร่านเคยเจรจากับสหรัฐฯ มานานหลายปีแล้ว แต่ “คน ๆ นี้ (ทรัมป์) กลับโยนการเจรจาที่สรุปแล้วและลงนามไปแล้วทิ้งไป”


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2025 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 193 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

25828648
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1690
3896
25737
25771458
16464
136052
25828648

พฤ 03 เม.ย. 2025 :: 08:19:07