เดอะวอชิงตันโพสต์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องของกองทัพสหรัฐฯ ในการรับมือกับการตอบโต้จากอิหร่าน พร้อมทั้งได้เผชิญหน้าและตำหนิ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม (กลาโหม) เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญของสหรัฐฯ
รายงานจากเดอะวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เผชิญหน้าและคาดคั้นคำตอบจากพีท เฮกเซธ ที่แคมป์เดวิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องด้านขีดความสามารถทางทหารของสหรัฐฯ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนขีปนาวุธนำวิถีระยะไกลและขีปนาวุธสกัดกั้นภัยทางอากาศ
ปัญหาการขาดแคลนอาวุธดังกล่าวได้กลายเป็นข้อจำกัดต่อทางเลือกในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ โดยเวลานี้สหรัฐฯ กำลังตกอยู่ในภาวะขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูง (THAAD) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ปกป้องกำลังพลของอเมริกันตามฐานทัพต่าง ๆ ที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีตอบโต้จากอิหร่าน
ข้อมูลจากบุคคลสองรายที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ ซึ่งได้รับการเปิดเผยโดยเดอะวอชิงตันโพสต์ ระบุว่า ความเดือดดาลของทรัมป์ต่อสถานการณ์ดังกล่าว ได้ระเบิดออกมาระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี
แหล่งข่าวเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์รายวันฉบับดังกล่าวว่า ความไม่พอใจปะทุถึงขีดสุดในประเด็นที่ว่า "ทำไมเขา (เฮกเซธ) ถึงปล่อยให้มีการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตการขาดแคลนกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างรุนแรง ซึ่งในเวลานี้กำลังส่งผลกระทบและจำกัดทางเลือกในการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน"
แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้บอกกับเฮกเซธว่า ตนเองเข้าใจและเชื่อมาโดยตลอดว่า ปัญหาเรื่องการขาดแคลนกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์นั้น "ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว"
มีรายงานว่า เฮกเซธ ได้โยนความรับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนอาวุธและการล้มเหลวในการรายงานขนาดของปัญหาอย่างเหมาะสม ไปให้ สตีเฟน ไฟน์เบิร์ก (Stephen Feinberg) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงคราม (กลาโหม)
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า เหตุการณ์เผชิญหน้าดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง
คาโรลีน เลวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว ได้ชี้แจงกับเดอะวอชิงตันโพสต์ว่า รายงานข่าวดังกล่าว "เป็นเท็จ" พร้อมทั้งปฏิเสธเรื่องราวการโต้เถียงกันระหว่างทรัมป์และเฮกเซธอย่างสิ้นเชิง
การลดน้อยลงจนขาดแคลนของระบบ THAAD ถือเป็นเรื่องที่รุนแรงและมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อกองทัพสหรัฐฯ เนื่องจากปฏิบัติการโจมตีของอิหร่านนั้นพุ่งเป้าไปที่กำลังพลและฐานที่มั่นต่าง ๆ ของอเมริกาในภูมิภาคนี้โดยตรง
ปัญหาการขาดแคลนอาวุธดังกล่าวยังถูกระบุว่า เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ ยังคงระงับการสั่งการโจมตีครั้งใหญ่เพิ่มเติมต่ออิหร่าน
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เดอะ อินเตอร์เซปต์ (The Intercept) สื่อสืบสวนสอบสวนของอเมริกา ได้อ้างอิงคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งที่ระบุว่า อิหร่านได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในการโจมตีสิ่งปลูกสร้างและฐานทัพทางทหารของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันตก (ตะวันออกกลาง) ด้วยการผสานการใช้โดรนโจมตีร่วมกับขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missiles) รุ่นล้ำสมัย
รายงานระบุในขณะนั้นว่า สาธารณรัฐอิสลาม (อิหร่าน) ได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้ต่อฐานปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ อย่างน้อย 9 แห่ง ทั่วภูมิภาค นับตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวซึ่งขอสงวนนามเตือนว่า สิ่งปลูกสร้างและฐานทัพหลายแห่งได้รับ "ความเสียหายอย่างรุนแรง"
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่