ผู้นำละหมาดวันศุกร์ในกรุงเตหะรานเน้นย้ำถึง ความจำเป็นในการเฝ้าระวังนโยบายของสหรัฐฯ
ผู้นำละหมาดวันศุกร์ในกรุงเตหะรานเน้นย้ำถึง ความจำเป็นในการเฝ้าระวังนโยบายของสหรัฐฯ

ฮุจญะตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน มูฮัมมัด ญะวาด ฮัจญ์ อาลี อัคบารี อิหม่ามผู้นำละหมาดวันศุกร์แห่งกรุงเตหะราน ได้เน้นย้ำในระหว่างการกล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคว่า ประชาชนชาวอิหร่านมีประสบการณ์มากมายต่อพฤติกรรมของสหรัฐฯ และตระหนักดีว่า การเรียกร้องให้มีการเจรจา การส่งสาร หรือการส่งผู้ไกล่เกลี่ยนั้น ไม่ได้หมายความว่าภัยคุกคามจะลดลงเสมอไป

    ตามรายงานของสำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานว่า ฮุจญะตุลอิสลาม ฮัจญ์ อาลี อัคบารี ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังต่อโยบายของสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า "ประสบการณ์ในอดีตได้แสดงให้เห็นว่า ในบางช่วงเวลา เมื่อฝ่ายตรงข้ามพูดถึงการเจรจา ส่งข้อความ หรือส่งคนกลางมาเจรจานั้น อาจมีภัยคุกคามที่รุนแรงยิ่งกว่ารออยู่เบื้องหน้า

    อิหม่ามผู้นำละหมาดวันศุกร์ได้กล่าวเสริมว่า ประชาชนชาวอิหร่านซึ่งมีความรู้และความเข้าใจในประวัติศาสตร์พฤติกรรมของสหรัฐฯ จะไม่ถูกหลอกด้วยภาพลักษณ์ทางการทูต แต่จะประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ โดยอิงจากประสบการณ์ในอดีตและพฤติกรรมในทางปฏิบัติของอีกฝ่ายเป็นหลัก

    ฮุจญะตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน ฮัจญ์ อาลี อัคบารี ได้ชี้ถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ทางสังคมและการเมือง โดยกล่าวว่า หนึ่งในองค์ประกอบหลักของความแข็งแกร่งของประชาชนชาวอิหร่านคือ การมีส่วนร่วมและความหยัดยืน ซึ่งการมีส่วนร่วมนี้ได้มีบทบาทสำคัญในระยะเวลาที่อ่อนไหวเพื่อรักษาความสามัคคีและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติในช่วงเวลาวิกฤต

    เขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องนี้ โดยกล่าวเสริมว่า ประชาชนซึ่งตระหนักดีถึงบทบาทของตนเองในสมการอำนาจ และจะไม่ละทิ้งเวทีนี้ การมีส่วนร่วมนี้เองที่จะเป็นแรงสนับสนุนเสาหลักให้ประเทศสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้

    อิหม่ามผู้นำละหมาดวันศุกร์ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการรักษาความพร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยระบุว่า จะต้องมีการยืนหยัดต่อสู้อย่างจริงจังและตื่นตัวต่อความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างต่อเนื่อง และประชาชนชาวอิหร่านจะต้องขับเคลื่อนแนวทางของตนเองต่อไป โดยพึ่งพาขีดความสามารถภายในประเทศและความสามัคคีสมานฉันท์ของชาติ

    ฮุจญะตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน ฮัจญ์ อาลี อัคบารี ได้ชี้ถึงความไร้ความสามารถของสหรัฐฯ และไซอนิสต์ในการเผชิญหน้ากับการยืนหยัดต่อสู้ของอิหร่าน โดยกล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในสมรภูมิการเผชิญหน้า หลังจากความล้มเหลวในแผนการก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการบรรลุเป้าหมายของพวกเขาในการต่อกรกับประชาชนชาวอิหร่าน

ความเป็นปรปักษ์และความเป็นศัตรูของสหรัฐฯ ต่อประชาชนชาวอิหร่าน เริ่มต้นขึ้นจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1953

    อิหม่ามผู้นำพิธีละหมาดวันศุกร์แห่งกรุงเตหะราน ได้กล่าวในระหว่างการอ้างถึงประวัติศาสตร์การเผชิญหน้าของสหรัฐฯ กับอิหร่านว่า ความจงเกลียดจงชังและความเป็นศัตรูของสหรัฐฯ ต่อประชาชนชาวอิหร่านนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เหตุการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เท่านั้น แต่ต้องสืบสาวย้อนกลับไปถึงรากเหง้าในเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1953 (ซึ่งเป็นรัฐประหารที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรร่วมกันบงการเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้การนำของมูฮัมมัด มอสซาเดะห์) และนี่คือแนวทางที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาร่วม 7 ทศวรรษ ผ่านการแทรกแซงและมาตรการต่าง ๆ ที่มุ่งเป้าเล่นงานประชาชนชาวอิหร่าน

    ฮุจญะตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน ฮัจญ์ อาลี อัคบารี ได้ชี้ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน (วันครบรอบการเข้ายึดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน) ซึ่งเป็น "วันต่อต้านรุกรานจักรวรรดินิยมโลกแห่งชาติ" โดยกล่าวว่า วันนี้ก่อตัวขึ้นจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 3 เหตุการณ์ ซึ่งในแต่ละเหตุการณ์นั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นเรื่องลัทธิจักรวรรดินิยมและบทบาทของสหรัฐฯ ในการเผชิญหน้ากับประชาชนชาวอิหร่านอย่างชัดเจน

    อิหม่ามผู้นำพิธีละหมาดวันศุกร์แห่งกรุงเตหะราน ได้เน้นย้ำว่า การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงแค่พัฒนาการตามสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงมิติต่าง ๆ ของการเผชิญหน้านี้ โดยกล่าวว่า มาตรการต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ที่ใช้เล่นงานประชาชนชาวอิหร่านนั้น ส่วนหนึ่งถูกดำเนินการโดยตรง และส่วนใหญ่ถูกดำเนินการผ่านระบอบปาห์ลาวี, ซัดดัม ฮุสเซน รวมถึงกลุ่มตัวแทนที่เป็นหุ่นเชิดของสหรัฐฯ

    ฮุจญะตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน ฮัจญ์ อาลี อัคบารี ได้ชี้ถึงการที่สหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในการเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์พลีชีพของท่านนายพลผู้ล่วงลับ ฮัจญ์ กอซิม สุไลมานี ไปจนถึงสงคราม 12 วัน และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา สหรัฐฯ ได้เข้ามาพัวพันในสมรภูมิการเผชิญหน้ากับประชาชนชาวอิหร่านโดยตรงมากกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด

     เขาได้ชี้ถึงการยืนหยัดต่อสู้ของประชาชนชาวอิหร่านต่อแรงกดดันของสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า สหรัฐฯ พยายามที่จะเข้ามาครอบงำอิหร่านมาโดยตลอดตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็ต้องเผชิญกับการต่อต้านของประชาชน และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

     ผู้นำละหมาดวันศุกร์ในกรุงเตหะราน ได้ชี้ถึงความล้มเหลวของนโยบายสหรัฐฯ ในการรับมือกับอิหร่าน โดยกล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในสมรภูมิการเผชิญหน้ากับประชาชนชาวอิหร่านนั้น ไม่ควรถูกมองว่าเป็นหลักฐานแสดงถึงความแข็งแกร่งของประเทศนี้ แต่ในทางกลับกัน มันสะท้อนให้เห็นถึงความไร้ความสามารถและความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายที่เคยพยายามดำเนินการผ่านช่องทางอื่น ๆ มาก่อน และเมื่อแผนการต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ไม่สัมฤทธิ์ผล พวกเขาจึงหันมาใช้การเผชิญหน้าโดยตรง ถึงกระนั้น ประชาชนชาวอิหร่านก็ยังคงหยัดยืนต่อสู้กับแรงกดดันเหล่านี้โดยพึ่งพาการยืนหยัดและการมีศรัทธาของตนเอง

    ฮุจญะตุลอิสลาม วัลมุสลิมีน ฮัจญ์ อาลี อัคบารี ได้ชี้ถึงสัญญาแห่งพระผู้เป็นเจ้า ในการช่วยเหลือผู้ศรัทธาและความล้มเหลวของศัตรู โดยกล่าวว่า ประชาชนชาวอิหร่านตกอยู่ภายใต้พฤติกรรมอันเป็นศัตรู แต่พวกเขายังคงขับเคลื่อนแนวทางการต่อต้านการครอบงำต่อไปโดยพึ่งพาคำมั่นสัญญาแห่งพระผู้เป็นเจ้าและความหยัดยืนของตนเอง พร้อมทั้งยืนหยัดต่อสู้กับลัทธิจักรวรรดินิยมโลกที่นำโดยสหรัฐฯ และการมีส่วนร่วมของระบอบไซอนิสต์


ที่มา : สำนักข่าว อัล อาลัม

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 237 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31645698
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
9341
9943
64194
31477753
353405
304350
31645698

ศ 30 ต.ค. 2026 :: 22:10:46