เจ้าหน้าที่สื่อระดับสูงจากขบวนการอันซอรุลลอฮ์ของเยเมน ได้ระบุว่า อารัมโก (Aramco) บริษัทปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบหลักต่อการก่ออาชญากรรมอันโหดร้ายที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อประเทศในคาบสมุทรอาหรับแห่งนี้
นัสรุดดิน อามีร์ รองหัวหน้าสำนักงานสื่อของขบวนการอันซอรุลลอฮ์ ได้อธิบายว่า บริษัทพลังงานที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองดะฮ์รานแห่งนี้ คือผู้สนับสนุนให้ทุนหลักในการโจมตีอย่างไม่ลดละของซาอุดีอาระเบียทั่วทั้งประเทศเยเมน
เขาเตือนว่า การโจมตีและการปิดล้อมเยเมนที่ยังคงดำเนินต่อไปนั้น จะทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียต้องตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการตอบโต้ที่สร้างความเสียหายอย่างย่อยยับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อโครงการทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนวิสัยทัศน์ Vision 2030
อามีร์ กล่าวเสริมว่า การมีส่วนร่วมอย่างล้นหลามของนักรบชนเผ่าเยเมนในการสู้รบกับกองกำลังที่สนับสนุนโดยซาอุดีอาระเบียนั้น ส่งสารสำคัญว่า ราชวงศ์ซาอุ (House of Saud) ต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ต่อการสังหารหมู่ประชาชนชาวเยเมน รวมถึงความป่าเถื่อนทารุณและการก่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวันต่อพวกเขา
เขาตั้งข้อสังเกตว่า การรุกรานดังกล่าวยังเป็นสิ่งผลักดันให้ครอบครัวชาวเยเมนต้องส่งคนที่พวกเขารักไปยังแนวหน้า เพื่อเผชิญหน้ากับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจต่างชาติ
เจ้าหน้าที่สื่อระดับสูงของขบวนการอันซอรุลลอฮ์กล่าวว่า ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ยืนอยู่แถวหน้าของกลุ่มภาคีที่สนับสนุนเงินทุนในสงครามต่อต้านเยเมน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า รายได้ของบริษัทถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการสร้างวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันตก
เขาตั้งข้อสังเกตว่า อาชญากรรมที่กำลังถูกก่อขึ้นในโลกอาหรับและโลกอิสลามนั้น มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับผลประโยชน์และทรัพยากรทางการเงินของบรรดาองค์กรหรือกลุ่มต่าง ๆ ที่เป็นผู้ให้ทุนสนับสนุน
อามีร์ ได้กล่าวชื่นชมปฏิบัติการตอบโต้ที่กองทัพเยเมนดำเนินการต่อสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของบริษัทอารัมโก โดยระบุว่า การรุกรานที่ยังคงดำเนินต่อไปของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการระดมกำลังพล นายทหาร และยุทโธปกรณ์ของริยาด บีบให้กองทัพเยเมนจำเป็นต้องตอบโต้อย่างรุนแรงต่อจุดกำเนิดของการโจมตี และมุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนทางการเงินเหล่านั้น
เขาเรียกร้องให้บรรดาผู้ถือหุ้นของซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) หันมาใส่ใจและจริงจังกับกองทัพเยเมน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า การขยายระยะเวลาของการรุกรานและการปิดล้อมโดยซาอุดีอาระเบีย จะทำให้การลงทุนของพวกเขาต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างรุนแรง
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม รัฐบาลซานา (Sana’a government) ได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อ 'การปิดล้อมที่ไม่ยุติธรรมและกดขี่' ต่อเยเมน ที่ดำเนินมาเป็นเวลานานเกือบ 12 ปี
ในเวลาต่อมา กองทัพเยเมน (กลุ่มฮูซี) ได้รายงานถึงความสำเร็จของชุดปฏิบัติการหลายครั้ง ที่มุ่งเป้าไปยังเรือที่มีความเชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง นอกจากนี้ กองกำลังเยเมนยังได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ต่อเป้าหมายต่าง ๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอีกด้วย
เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 ซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรได้ร่วมกันปิดล้อมเยเมน พร้อมทั้งเปิดฉากการบุกโจมตีทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านการทหาร การเมือง และการส่งกำลังบำรุง (โลจิสติกส์) จากสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอีกหลายประเทศ
ชาวเยเมนหลายแสนคนต้องเสียชีวิตลง ทว่าซาอุดีอาระเบียกลับประสบความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายหลัก ซึ่งก็คือการจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดขึ้นมาใหม่ในเยเมนเพื่อคอยรับใช้ผลประโยชน์ของตนเอง
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่