Powered by OrdaSoft!

มารยาทในการดื่มและรับประทานอาหาร ตามแบบฉบับท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

อิสลาม ยอมรับว่าการรับประทานอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตทางด้านร่างกายของมนุษย์ ที่จะต้องเจริญเติบโต ใช้กำลังงานและสร้างพลานามัยที่แข็งแรง แต่ขณะเดียวกัน มนุษย์ก็มิได้เกิดมาเพียงเพื่อรับประทานอย่างเดียวเหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เท่านั้น แต่มนุษย์ยังต้องการมารยาทในการรับประทานและดื่ม ดังนั้น อิสลามจึงได้กำหนดมารยาทในการรับประทานและดื่มไว้ โดยท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ปฏิบัติเป็นแบบฉบับไว้

     ท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) กล่าวว่า “มีผู้นำอาหารมาให้ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) เนื่องจากท่านเห็นว่าอาหารนั้นยังร้อนอยู่ ท่านจึงกล่าวว่า จงวางมันไว้ให้เย็นก่อน ซึ่งความจำเริญ (ความดีงาม) ของมันจะมีมากกว่า พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงประทานอาหารร้อนให้แก่เรา” (1)

      ท่านอิมามฮุเซน (อ.) กล่าวว่า : เมื่อใดก็ตามที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) จะรับประทานอาหาร ท่านจะกล่าวว่า

اللّهُمَّ بَارِكْ لَنَا فِیهِ وَ ارْزُقنَا خَیْراً مِنْهُ

"ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า! โปรดประทานความจำเริญแก่เหล่าข้าพระองค์ในอาหารนี้ และโปรดประทานสิ่งที่ดีงามกว่ามันเป็นปัจจัยดำรงชีพแก่เหล่าข้าพระองค์ด้วยเถิด”

    และทุกครั้งที่ท่านจะดื่มนมท่านจะกล่าว่า

اللَّهُم بارِكْ لَنَا فِیهِ وَ ارزُقنَا فِیه

“ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า! โปรดประทานความจำเริญแก่เหล่าข้าพระองค์ในนมนี้ และโปรดประทานปัจจัยดำรงชีพแก่เหล่าข้าพระองค์ในสิ่งนี้ด้วยเถิด” (2)

    ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า “ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์นับจากช่วงเริ่มแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสดา จวบจนถึงวาระสุดท้ายแห่งอายุขัยของท่าน ท่านไม่เคยที่จะรับประทานอาหารในสภาพที่นั่งพิงสิ่งใดเลย และตลอดเวลาท่านจะรับประทานอาหารเหมือนทาสคนหนึ่งและนั่งเหมือนทาสคนหนึ่ง และท่านจะกระทำเช่นนี้เพื่อแสดงความนอบน้อมและถ่อมตนต่อพระผู้เป็นเจ้า (3)

     นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวอีกว่า “ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ไม่ชอบที่จะรับประทานและดื่มและหยิบสิ่งใดด้วยมือซ้าย” (4)

     ผู้รายงานได้กล่าวว่า : ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) จะใช้มือขวาในการรับประทานอาหาร การดื่มและการทำวุฎูอ์ (5)

     อะนัส ได้เล่าว่า “ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ไม่เคยพูดไม่ดี (บ่น) เกี่ยวกับอาหาร ถ้าหากท่านชอบอาหารนั้น ท่านก็จะรับประทานมัน แต่ท่านไม่ชอบท่านก็จะไม่รับประทาน” (6)


เชิงอรรถ :

[1] อุยูน อัคบาริรริฎอ เล่มที่ 2 หน้าที่ 40
[2] อุยูน อัคบาริรริฎอ เล่มที่ 2 หน้าที่ 39
[3] อัลกาฟี เล่มที่ 6 หน้าที่ 270-271
[4] มะการิมุลอัคลาก หน้าที่ 142
[5] อัลญามิอุซซอฆีร เล่มที่ 2 หน้าที่ 372
[6] มะการิมุลอัคลาก หน้าที่ 30
[7] มะฟาตีฮุ้ลหะยาต หน้าที่ 155-156-157


ที่มา : afkarnews.ir

แปลและเรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2017 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 78 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0148183
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1110
1043
5175
138929
11495
24476
148183

พฤ 15 พ.ย. 2018 :: 17:52:54