ครรลองจริยธรรม

บทความ : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ  Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่  ท่านคือมัยซัม อิบนุ ยะห์ยา อัล-ตัมมาร อดีตทาสที่ได้รับการปลดปล่อยโดยท่านอิมามอะลี (อ.) และบางแหล่งข้อมูลกล่าวว่าท่านมาจากนัจรอนและมีเชื้อสายเปอร์เซีย (อะญัม) นามแฝงของท่านคืออบู ซาลิม และได้รับฉายาว่า "อัล-ตัมมาร" เนื่องจากท่านเป็นพ่อค้าขายอินทผลัมในเมืองกูฟะฮ์ ท่านเสียชีวิตในฐานะชะฮีด (มรณสักขี) ในปีฮิจเราะห์ศักราชที่ 60 ประมาณหนึ่งเดือนก่อนเหตุการณ์โศกนาฏกรรมแห่งกัรบะลา ตามคำสั่งของทรราช อุบัยดิลลิฮ์ อิบนิ ซิยาด

สมรภูมิมรณสักขี (ชะฮาดัต) ของท่านมัยซัมตัมมาร  วันนี้เป็นวันครบรอบการเป็นชะฮีด (มรณสักขี) ของมัยซัม ตัมมาร (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ซอฮาบะฮ์ผู้ทรงเกียรติ ในวันที่ 22 เดือนซุลฮิจญะฮ์ ฮ.ศ. 60 มัยซัม ตัมมาร (ميثم التمار) เป็นหนึ่งในสหายคนสนิทของท่านอิมามอะลี (อ.) และเป็นหนึ่งในผู้ที่ใกล้ชิดท่านมากที่สุดทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

สองตราชูที่สมดุล ในคำพูดของอิมามมูซา กาซิม (อ.)   ตามคำพูดของท่านอิมามมูซา กาซิม (อ.) ความศรัทธา (อีหม่าน) ของคนเรายิ่งมากขึ้นเพียงใดก็ตาม การทดสอบและความทุกข์ยาก (บะลาอ์) ของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้นเพียงนั้น ทั้งนี้เนื่องจากว่า หากไม่มีความทุกข์ยาก (บะลาอ์) และการทดสอบของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ย่อมไม่อาจรับรู้ถึงระดับของการยึดมั่นและความมั่นคงในคำสอนต่าง ๆ ของศาสนาของคนเราได้

ส่วนหนึ่งจากคำพูดของอิมามโคมัยนี ที่มีต่อมวลมุสลิมและผู้ถูกกดขี่ของโลก  วันที่ 4 มิถุนายน เนื่องในโอกาสการรำลึกถึงวันครบรอบการอสัญกรรมของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ผู้วางรากฐานการปฏิวัติอิสลามและผู้ปลุกประชาชาติมุสลิมและบรรดาผู้อ่อนแอผู้ถูกกดขี่ (มุสตัฎอะฟีน) ของโลกให้ตื่นขึ้น และหันกลับมาสู่อัตลักษณ์ของตนเองและคำสอนของพระผู้เป็นเจ้า จึงขอนำสุนทโรวาทบางส่วนของท่านที่เกี่ยวกับการตื่นตัวของอิสลามมานำเสนอไว้ในที่นี้...

อิมามฮาดี (อ.) แบบอย่างสำหรับผู้แสวงหาสัจธรรม  ท่านอิมามฮาดี (อ.) คือแบบอย่างในด้านของความรู้ คุณธรรม ความยำเกรงพระเจ้า (ตักวา) และความสมบูรณ์แบบ (กะมาล) ของความเป็นมนุษย์ และการดำรงอยู่ของท่านคือภาพฉายของความประเสริฐทางด้านจริยธรรมและและเป็นแบบอย่างสำหรับบรรดาผู้แสวงหาสัจธรรมและผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อความอธรรมทั้งหลาย

ความเป็นมาและความสำคัญของการทำกุรบาน  ส่วนหนึ่งจากอะมั้ล (การกระทำ) ที่บรรดาฮุจญาจ (ผู้แสวงบุญ) ในแผ่นดินมินาจะต้องกระทำในวันที่ 10 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ หลังจากการขว้างเสาหินต้นท้ายสุด (ร็อมยุลอะกอบะฮ์) ก็คือการเชือดอูฐ วัวหรือแกะ และแจกจ่ายเนื้อเหล่านั้นให้กับผู้ยากจนขัดสน เพื่อว่าการกระทำอะมั้ลดังกล่าวนี้ จะทำให้เขาเข้าใกล้ชิดความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า สัตว์ที่ถูกเชือดพลีจึงถูกเรียกว่า “กุรบาน” หมายถึงสื่อที่ทำให้มนุษย์เข้าใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า

วันอีดกุรบาน คือวันแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จของปวงบ่าวในการปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพระผู้เป็นเจ้า ชัยชนะของพวกเขาที่มีเหนืออารมณ์ใฝ่ต่ำ และการปฏิบัติตาม (ฆ่อรีซะฮ์) สัญชาตญาณแห่งความเป็นสัตว์ หรือกล่าวอีกสำนวนหนึ่งก็คือ วันอีดกุรบาน คือวันแห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะของสติปัญญาของมนุษย์ที่มีเหนืออารมณ์ใฝ่ต่ำของตน   วันอีดกุรบาน คือวันแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จของปวงบ่าวในการปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพระผู้เป็นเจ้า ชัยชนะของพวกเขาที่มีเหนืออารมณ์ใฝ่ต่ำ และการปฏิบัติตาม (ฆ่อรีซะฮ์) สัญชาตญาณแห่งความเป็นสัตว์ หรือกล่าวอีกสำนวนหนึ่งก็คือ วันอีดกุรบาน คือวันแห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะของสติปัญญาของมนุษย์ที่มีเหนืออารมณ์ใฝ่ต่ำของตน

“ฮัจญ์” การแสดงออกถึงความเป็นบ่าวที่สมบูรณ์แบบที่สุด  เป้าหมายหลักของการสร้างมนุษย์คือ เพื่อการรู้จักพระผู้เป็นเจ้า และการบรรลุถึงระดับของความรัก ความผูกพันและความใกล้ชิดต่อพระองค์ สิ่งดังกล่าวนี้จะขึ้นอยู่กับความสะอาดบริสุทธิ์ด้านในและความเป็นอิสระของจิตใจของมนุษย์ (จากการยึดติดสิ่งทั้งหลาย) จิตใจของคนเราหากมีความใสสะอาดและบริสุทธิ์มากเพียงใด ความรักและความผูกพันต่อพระผู้เป็นเจ้าก็จะมีมากขึ้นเพียงนั้น

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 341 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30198499
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6093
9330
15423
30132469
106634
228994
30198499

จ 15 มิ.ย. 2026 :: 20:19:55