Powered by OrdaSoft!

วารีบำบัดในคัมภีร์อัลกุรอาน

     ท่านผู้อ่านผู้มีเกียรติบางท่านเมื่อได้เห็นหัวข้อของบทความนี้อาจจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยว่า “น้ำ” ก็มีคุณสมบัติในการบำบัดโรคได้ด้วยหรือ?

     ความประหลาดใจและสงสัยของท่านจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อได้รับรู้ถึงคำกล่าวอ้างที่ว่าคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเป็นสิ่งที่ให้แสงสว่างแก่ความมืดมนทั้งมวลก็ยอมรับ และยังได้ชี้ให้เห็นโดยนัยถึงความถูกต้องของสิ่งดังกล่าวนี้

     ก่อนที่จะวิเคราะห์ตรวจสอบและอธิบายถึงมุมมองของคัมภีร์อัลกุรอานเกี่ยวกับเรื่องนี้ จำเป็นที่จะต้องชี้ให้เห็นถึงเนื้อหาและประวัติที่มาของการบำบัดโรคด้วยน้ำหรือ "วารีบำบัด" นี้โดยสังเขป

อะไรคือ "การบำบัดด้วยน้ำ"

     ในการให้คำจำกัดความง่ายๆ ก็คือ ทุกๆ การเยียวยาและการรักษาโรคโดยใช้น้ำนั้น จะถูกเรียกว่า "ไฮโดรเทอราปี” (Hydrotherapy) หรือ "วารีบำบัด"

     ในปัจจุบันนี้การบำบัดโรคด้วยน้ำเป็นวิธีการใหม่ที่ผ่านการทดลองอย่างได้ผล และได้รับการรับรองในการรักษาโรคบางอย่าง การบำบัดโรคด้วยวิธีนี้มีปรัชญาที่ลึกซึ้ง ซึ่งเป็นการดำเนินรอยตามภูมิปัญญาโดยธรรมชาติของปรากฏการณ์ของโลกแห่งการสร้างสรรค์

     การบำบัดรักษาด้วยน้ำ เป็นวิธีการรักษาที่มีพื้นฐานอยู่บนธรรมชาติ (ธรรมชาติบำบัด) และหลักการของความสะอาด เป็นการรักษาความสะอาดร่างกายอย่างสมบูรณ์จากสารพิษทั้งมวล และปัจจัยต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดความเจ็บป่วย และความเจ็บป่วยจะถูกเยียวยารักษาโดยวิธีการแบบธรรมชาติอย่างแท้จริงโดยปราศจากการใช้ยาเคมีบำบัดหรือการผ่าตัดรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคต่างๆ ที่ไม่มีทางเยียวยารักษาให้หายได้ ตัวอย่างเช่นโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) (โรคผิวหนังชนิดหนึ่ง) ซึ่งทางการแพทย์ทั่วไปได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าโรคชนิดนี้ไม่สามารถรักษาให้หายได้ (ข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่เว็บไซต์ : งานวิจัย – การบำบัด "ชะฟากัร" ภายใต้การควบคุมดูแลของ ดร.ญะลาลียอน) 

     เพื่อที่จะเยียวยารักษาความเจ็บป่วยทางกายภาพของท่านศาสดาฮัยยูบ (อ.) คัมภีร์อัลกุรอานได้ใช้ให้ท่านกระทืบเท้าของท่านลงบนพื้นดิน ทันใดนั้นก็มีตาน้ำไหลออกมาจนทำให้ท่านสามารถใช้น้ำนั้นชำระล้างร่างกายและดื่ม จนในที่สุดร่างกายของท่านก็ได้รับการเยียวยาจนหายเป็นปกติ

มุมมองของวิชาการแพทย์ในปัจจุบัน

     "ไฮโดรเทอราปี” (Hydrotherapy) หรือ "วารีบำบัด" โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงวิธีการอย่างหนึ่งของการเยียวยารักษา โดยที่ในวิธีการดังกล่าวนี้จะมีการการเคลื่อนไหวท่าทางต่างๆ และการออกกำลังกายในน้ำด้วยรูปแบบเฉพาะที่ได้จัดเตรียมไว้ หลักการขั้นพื้นฐานของการเยียวยารักษาด้วยวิธีนี้คือการทำให้ร่างกายรู้สึกเบาและผ่อนคลายในขณะที่แช่อยู่ในน้ำ

      ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองที่ผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วยกำลังเพียงเล็กน้อย ในทำนองเดียวกัน เนื่องจากแรงเสียดทานของข้อต่อต่างๆ ได้ลดน้อยลงนี่เองที่จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวอื่นๆ และที่นอกเหนือไปจากนี้ เนื่องจากน้ำมีคุณสมบัติที่ทำให้เกิดความกระชุ่มกระชวยและความเบิกบานใจ จึงช่วยเสริมสร้างความอยากที่จะฝึกฝนและทำการเคลื่อนไหวต่างๆ ซ้ำ (ดู : บทความการฝึกวารีบำบัด)

      ดร.ฮะซัน ญะลาลียอน เป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้ทำให้วิธีการบำบัดด้วยน้ำนี้เป็นที่แพร่หลายในอิหร่าน ท่านได้เขียนไว้ในคำนำของหนังสือ "วารีบำบัด หนทางสู่สุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ทางด้านร่างกายและจิตใจ" โดยกล่าวว่า

      "น้ำนั้นมีความจำเป็นต่อสิ่งถูกสร้างทั้งมวล และเลือดซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับชีวิตของมนุษย์ก็ประกอบไปด้วยน้ำ 70 เปอร์เซ็นต์ และเกลือแร่ชนิดต่างๆ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ จะสังเกตได้ว่าน้ำนั้นเป็นรากฐานของชีวิต และด้วยน้ำเช่นเดียวกันที่มีคุณประโยชน์ในการเยียวยารักษาโรค ทั้งนี้เนื่องจากในยาเคมีทั้งหลายนั้น ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาแคปซูล เซรุ่มชนิดต่างๆ และยาฉีดทั้งหลาย ล้วนแล้วแต่จะต้องมีส่วนประกอบจากน้ำในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือแม้แต่พืชชนิดต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพร รากฐานของพืชเหล่านั้นก็มาจากน้ำ และวิธีการบำบัดอื่นๆ อย่างเช่นการบำบัดด้วยดอกไม้ การบำบัดด้วยโคลน การบำบัดด้วยสมุนไพร การรักษาโรคโดยใช้สารธรรมชาติ (Homeopathy) และการรักษาโรคด้วยสี ทั้งหมดนี้ก็ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำทั้งสิ้น และน้ำก็มีส่วนร่วมอยู่ในวิธีการบำบัดเหล่านั้น นอกเหนือไปจากสิ่งที่กล่าวไปแล้วทั้งหมดนั้น และน้ำที่ปราศจากการประกอบกับสิ่งใดนั้น โดยลำพังตัวมันเองก็มีบทบาทสำคัญในการเยียวยารักษาโรคต่างๆ ที่ร้ายแรงได้ และเป็นวิธีการเดียวสำหรับการทำความสะอาดสารพิษและสิ่งสะสมต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก และวารีบำบัดนี้เป็นวิธีการใหม่อย่างหนึ่งและมีผลอย่างสูงในการเยียวยารักษาโรค"

ประวัติความเป็นมาของ "การบำบัดด้วยน้ำ"

       การเยียวยารักษาและบำบัดด้วยน้ำ เป็นวิธีการที่ถูกยอมรับและเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์นับจากหลายศตวรรษที่ผ่านมา และกลายเป็นที่แพร่หลายในหมู่ประชาชนอันเกิดจากประสบการณ์และการใช้ประโยชน์จากน้ำแร่ การบำบัดด้วยน้ำนั้นมีประวัติอันยาวนานในสมัยกรีก โรมันและจีน จากศตวรรษที่ 18 การใช้ประโยชน์จากน้ำได้กลายเป็นที่แพร่หลายในทางการแพทย์ และกลายเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในนาม "ไฮโดรเทอราปี” (Hydrotherapy) หรือ "วารีบำบัด" และในศตวรรษที่ 19 คลีนิกวารีบำบัดแห่งแรกได้เปิดขึ้นในยุโรป

      ต่อมาในศตวรรษที่ 20 คุณสมบัติของน้ำและการบำบัดด้วยน้ำร้อนและเย็นได้ถูกพิสูจน์ ผลการวิจัยต่างๆ ได้ชี้ให้เห็นว่า น้ำนั้นเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพมากและเป็นสิ่งที่ชัดเจนในการบำบัดความเจ็บป่วยบางอย่าง และกระทั่งว่ามันสามารถถอนรากถอนโคนอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและปวดข้อต่างๆ ช่วยเยียวยารักษาความผิดปกติทางกายภาพ เร่งระยะเวลาในการฟื้นฟูกระดูกอันเกิดจากกระทบกระทั่ง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกล้ามเนื้อ กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อที่เสื่อมสภาพ เร่งการไหลเวียนของหลอดเลือดในเส้นเลือด และบรรเทาความเจ็บป่วยต่างๆ ทางจิต เป็นต้น

วิธีการต่างๆ ของ "การบำบัดด้วยน้ำ"

     "ไฮโดรเทอราปี” (Hydrotherapy) หรือ "วารีบำบัด" สามารถกระทำได้หลายวิธี ซึ่งวิธีที่แพร่หลายมากที่สุดได้แก่

  1. งดการรับประทานอาหารทุกประเภทและการดื่มน้ำบริสุทธิ์สำหรับช่วงเวลาที่ถูกกำหนดเฉพาะ
  2. การอาบน้ำและชำระร่างกายในน้ำ
  3. การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายบางอย่างในน้ำ
  4. ในบางวิธีใช้ฝักบัวโดยอาศัยการฉีดของน้ำผ่านรูเล็กๆ ของมัน น้ำจะไปสัมผัสกับอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วยแรงดันของน้ำนั้น ซึ่งจะเป็นสื่อช่วยในกระตุ้นเส้นประสาท การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และทำให้เลือดในหลอดเลือดแดงไหลเวียนได้สะดวก

คัมภีร์อัลกุรอานกับ "ไฮโดรเทอราปี” (วารีบำบัด)

     เรื่องเล่าจากเรื่องราวของท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) คัมภีร์อัลกุรอานได้ชี้ถึงวิธีการบำบัดดังกล่าวโดยนัย เรื่องราวโดยสังเขปมีดังนี้คือ

     ท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) เป็นผู้ที่มีทรัพย์สมบัติ ลูกๆ และปัจจัยอำนวยสุขในชีวิตมากมาย ท่านจะกล่าวสรรเสริญสดุดีและขอบคุณต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เป็นเนืองนิตย์ ชัยฏอน (ซาตานมารร้าย) ได้ทูลกล่าวต่อพระผู้เป็นเจ้าว่า ที่พระองค์ทรงพบว่าอัยยูบเป็นผู้ขอบคุณนั้นเนื่องจากเนี๊ยะอ์มัต (ปัจจัยอำนวยสุข) อันมากมายที่พระองค์ทรงประทานให้กับเขา หากเนี๊ยะอ์มัต (ปัจจัยอำนวยสุข) เหล่านั้นถูกเอาคืนไปจากเขาแล้ว แน่นอนยิ่งเขาก็คงจะไม่ใช่บ่าวที่ขอบคุณอีกต่อไป

     พระผู้เป็นเจ้าจึงอนุญาตให้ชัยฏอน (มารร้าย) พิชิตเหนือชีวิตทางวัตถุของท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) เริ่มต้นนั้นเขาได้ทำให้ทรัพย์สิน ฝูงแกะและไร่สวนต่างๆ ของท่านศาดาอัยยูบ (อ.) ประสบกับภัยพิบัติและความเสียหาย แต่สิ่งนั้นก็มิได้ส่งผลใดๆ ต่อท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) เลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นชัยฏอน (มารร้าย) ได้พิชิตเหนือร่างกายของท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) จนเป็นเหตุทำให้ท่านประสบกับความเจ็บป่วยและต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยนั้นจนถึงขั้นต้องนอนอยู่กับที่นอน แต่กระนั้นก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้การขอบคุณของท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) ลดน้อยถอยลงไปได้เลย

      เนื่องจากท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) ได้ผ่านการทดสอบของพระผู้เป็นเจ้านี้ไปได้ด้วยดี พระองค์ทรงทำให้เนี๊ยะอ์มัต (ปัจจัยอำนวยสุข) ต่างๆ ของพระองค์กลับคืนมาสู่ท่านอีกครั้งหนึ่ง และสุขภาพร่างกายของท่านก็กลับมาเป็นปกติ (พิจารณาดูใน : ตัฟซีรนะมูเนฮ์ ในการอธิบายอัลกุรอานโองการที่ 43 ของบทซ๊อด) และด้วยเหตุดังกล่าวนี้เองพระองค์จึงทรงบัญชาแก่ท่านศาสดาอัยยูบ (อ.) ว่า

ارْكُضْ بِرِجْلِكَ هَذَا مُغْتَسَلُ بَارِدٌ وَ شَرَاب

     “เจ้าจงใช้เท้าของเจ้ากระทืบพื้นดินเถิด (เมื่อเขาได้กระทำเช่นนั้น พลันก็มีตาน้ำพวยพุ่งออกมา แล้วเราได้กล่าวกับเขาว่า) นี่คือน้ำเย็นเพื่อใช้ในการอาบและการดื่ม (เจ้าจงอาบน้ำนั้นและจงดื่มมันเพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วยของเจ้า)”

(อัลกุรอานบทซ๊อด โองการที่ 42)

     นักภาษาศาสตร์ได้ให้ความหมาย คำว่า “มุฆตะซัล” (مُغْتَسَلُ) ไว้สองความหมายคือ
1) น้ำที่ใช้ชำระล้าง 2) สถานที่ชำระล้าง

ประเด็นที่หนึ่ง

     การอธิบายถึงน้ำด้วยคุณลักษณะว่า " بَارِدٌ" (เย็น) สามารถชี้ให้เห็นถึงคุณสมบัติและผลในทางบำบัดโรคของน้ำเย็น ดังเช่นการค้นพบต่างๆ ทางการแพทย์ในปัจจุบันก็ได้เน้นย้ำในเรื่องนี้ไว้เช่นเดียวกัน

ประเด็นที่สอง

     คำว่า " شَرَاب " (เครื่องดื่ม) ยังสามารถทำให้เข้าใจได้ว่า นอกจากการว่ายน้ำและการกระแทกเท้าในน้ำเย็นแล้ว การดื่มน้ำก็สามารถเป็นยารักษาโรคสำหรับความเจ็บป่วยทางร่างกายและผิวหนังบางอย่างได้


เขียนโดย : ชุกูรี (ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มศาสนาและแนวคิดของเว็บไซต์ติบยาน)

แปลและเรียบเรียง : เชคมูฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2017 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 54 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0148155
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1082
1043
5147
138929
11467
24476
148155

พฤ 15 พ.ย. 2018 :: 17:47:55