Powered by OrdaSoft!

ความไม่ใส่ใจต่อคำสั่งของศาสนา คือตัวอย่างของความเป็นคนไร้ศาสนา

       การไม่ให้ความสำคัญต่อคำสอนและหลักปฏิบัติของศาสนานั้นคือบ่อเกิดของความขาดทุนและการลงโทษจากพระผู้เป็นเจ้า จากคำพูดของบรรดามะอ์ซูม (อ.) ที่ได้อธิบายถึงคนที่ไม่ใส่ใจต่อคำสอนและคำสั่งของศาสนาว่าเป็นคนไร้ศาสนานั้น สามารถกล่าวได้ว่า “หนึ่งในผลของความไม่ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามคำสอนและคำสั่งใช้ของศาสนาคือ ความเป็นคนไม่มีศาสนา”

       ศาสนา คือ ประมวลข้อบัญญัติและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้า เพื่อคุ้มครองและพิทักษ์ปกป้องมนุษย์ในทุกกิจการของการดำเนินชีวิตทั้งทางด้านวัตถูและด้านจิตวิญญาณ และในตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ปวงศาสดา บรรดามะอ์ซูม (ผู้บริสุทธิ์) และบรรดาเอาลิยาอุลลอฮ์ (อ.) ได้ทุ่มเทความอุตสาห์พยายามในการปฏิบัติและการประกาศเผยแผ่

      ในท่ามกลางศาสนาทั้งหมดนี้ ศาสนาอิสลามในฐานะศาสนาสุดท้ายแห่งพระผู้เป็นเจ้าจึงถูกนับว่าเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ที่สุดและมีเนื้อหาครอบคลุมครบถ้วนมากที่สุด ในการอธิบายถึงคุณค่าของศาสนาอิสลามนั้น เพียงพอแล้วจากพระดำรัสของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสูงส่งที่ทรงตรัสว่า :

إِنَّ الدِّينَ عِندَ اللَّهِ الْإِسْلَامُ ۗ وَمَا اخْتَلَفَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ إِلَّا مِن بَعْدِ مَا جَاءَهُمُ الْعِلْمُ بَغْيًا بَيْنَهُمْ ۗ وَمَن يَكْفُرْ بِآيَاتِ اللَّهِ فَإِنَّ اللَّهَ سَرِيعُ الْحِسَابِ

"แท้จริงศาสนา ณ อัลลอฮ์นั้นคือ อิสลาม และบรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ มิได้ขัดแย้งกันนอกจากหลังจากที่ความรู้ได้มายังพวกเขาแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากพฤติกรรมการละเมิด (และความเป็นอิจฉาริษยา) ระหว่างพวกเขา และผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาโองการของอัลลอฮ์ แน่นอนอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรวดเร็วในการสอบสวน" (1)

       หรือในอีกโองการหนึ่งที่พระองค์ทรงตรัสว่า :

اَلْیوْمَ أَکمَلْتُ لَکمْ دینَکمْ وَ أَتْمَمْتُ عَلَیکُمْ نِعْمَتی وَ رَضیتُ لَکُمُ الْإِسْلامَ دیناً

"วันนี้ข้าได้ทำให้ศาสนาของพวกเจ้าสมบูรณ์แล้วสำหรับพวกเจ้า และข้าได้ทำให้ความโปรดปรานของข้าครบถ้วนบริบูรณ์แล้วสำหรับพวกเจ้า และข้าพึงพอใจที่จะให้อิสลามเป็นศาสนาสำหรับพวกเจ้า" (2)

       สองโองการจากพระดำรัสของพระผู้เป็นเจ้าข้างต้นนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่อธิบายถึงความเป็นสัจธรรม (ฮักกอนียะฮ์) และความมีเนื้อหาสมบูรณ์ครอบคลุม (ญามิอียะฮ์) ของศาสนาอิสลาม ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ การไม่เอามาใส่ใจและการหันห่างออกจากคำสอนในบทบัญญัติต่างๆ ของอิสลาม ก็เท่ากับการหันห่างออกจากพระผู้เป็นเจ้า และการหันห่างออกจากพระผู้เป็นเจ้านั้นจะทำให้มนุษย์ประสบกับอัปยศในชีวิตทางโลกนี้และการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้าในปรโลก

       ดังนั้นสมควรยิ่งที่คนเราทุกคนจะเป็นผู้เคร่งครัดและปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาอิสลาม เนื่องจากความเป็นผู้ไม่เคร่งครัดต่อศาสนาหรือไม่ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนานั้นจะเป็นบ่อเกิดของความขาดทุนในชีวิตและการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้า

       ในทัศนะของอิสลาม คนไม่มีศาสนาหรือคนไม่เอาศาสนานั้นไม่ได้หมายถึง "ผู้ปฏิเสธศรัทธา" (กาฟิร) และ "ผู้ตั้งภาคี" (มุชริก) เนื่องจากคนสองกลุ่มนี้คือผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อศาสนาอย่างชัดเจน แต่ในอิสลามได้ชี้ให้เห็นถึงคนที่ไม่ให้ความสำคัญและหย่อนยานต่อการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาและไม่เคร่งครัดที่จะปฏิบัติตนตามครรลองที่พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดว่าเป็น "คนไม่มีศาสนา" (مَنْ لا دِینَ لَهُ ) ดังตัวอย่างของวจนะของศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ที่ได้กล่าวถึงในเรื่องนี้ไว้

       ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

لاَ دِينَ لِمَنْ لاَ عَهْدَ لَه

"ไม่มีศาสนาสำหรับบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา" (3)

      ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

مَنْ لَمْ يَكُنْ لَهُ حَيَاء فَلا دِينَ لَهُ ، وَمَنْ لَمْ يَكُنْ لَهُ حَياء في الدُّنْيَا لَمْ يَدْخُل الجنة

“ใครก็ตามที่ไม่มีความละอาย ก็ย่อมไม่มีศาสนาสำหรับเขา และผู้ใดที่ไม่มีความละอายในโลกนี้ เขาจะไม่ได้เข้าสู่สวรรค์” (4)

      ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้กล่าวในฮัจญะตุ้ลวิดาอ์ว่า :

اَیُّهَا النّاسُ اَدُّوا زَکاةَ اَمْوالِکُمْ فَمَنْ لا یُزَکِّی لا صَلاةَ لَهُ وَمَنْ لا صَلاةَ لَهُ لا دِینَ لَهُ وَمَنْ لا دِینَ لَهُ لا حَجَّ وَلا جِهادَ لَهُ

“โอ้ประชาชนเอ๋ย! จงจ่ายทานซะกาตทรัพย์สินของพวกท่านเถิด เพราะผู้ใดที่ไม่จ่ายทานซะกาต ก็เท่ากับเขาไม่มีนมาซ (นมาซจะไม่ถูกยอมรับ) และผู้ใดไม่มีนมาซ เขาย่อมไม่มีศาสนา และผู้ใดไม่มีศาสนา ก็ไม่มีฮัจญ์และญิฮาดสำหรับเขา” (5)

       อีกตัวอย่างหนึ่งจากผลของความไม่ใส่ใจต่อหลักคำสอนของศาสนาและการละเลยจากการปฏิบัติตนตามครรลองของอิสลามที่เป็นเหตุทำให้ได้ชื่อว่าเป็นคนไร้ศาสนา (مَنْ لا دِینَ لَهُ) คือการไม่ใส่ใจต่อสภาพความเป็นอยู่และความทุกข์สุขของพี่น้องร่วมศรัทธาของตนเองในสังคมทุกระดับชั้น โดยที่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า :

مَنْ أَصْبَحَ لا يَهْتَمُّ بِأُمُورِ الْمُسْلِمِينَ فَلَيْسَ بِمُسْلِمٍ.

“ผู้ใดที่ตื่นเช้าขึ้นมา โดยที่เขาไม่ได้ใส่ใจต่อเรื่องราวของชาวมุสลิม ดังนั้นเขาไม่ใช่มุสลิม” (6)

       ดังนั้นในการดำเนินชีวิตของเราจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามข้อบัญญัติและคำสอนต่างๆ ของศาสนา ต้องเอาศาสนาเป็นที่ตั้ง เอาคำสั่งของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่ง ของศาสดา (ซ็อลฯ) และอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) เป็นบรรทัดฐานและครรลองสำหรับการดำเนินชีวิต อันจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จและความผาสุกที่แท้จริงในชีวิตทั้งโลกนี้และปรโลก


แหล่งอ้างอิง:

1.อัลกุรอานบทอาลิอิมรอน โองการที่ 19

2.อัลกุรอานบทอัลมาอิดะฮ์ โองการที่ 3

3.บิฮารุ้ลอันวาร, เล่ม 72, หน้า 69

4.กันซุลอุมมาล, เล่ม 3, หน้า 125

5.ญามิอ์ อะฮาดีษิชชีอะฮ์, ซัยยิด บุรูญัรดี, เล่ม 8, หน้า 7

6.อัลกาฟี, เล่ม 2, หน้า 164


ที่มา : คุฏบะฮ์วันศุกร์ มัสยิดซอฮิบุซซะมาน (อ.) วันที่ที่ 24 สิงหาคม 2561

เรียงเรียงโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 81 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0148187
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1114
1043
5179
138929
11499
24476
148187

พฤ 15 พ.ย. 2018 :: 17:55:10