การปฏิวัติอิสลาม คือการเตรียมพื้นฐานการปฏิวัติครั้งใหญ่ของอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)
Powered by OrdaSoft!

การปฏิวัติอิสลาม คือการเตรียมพื้นฐานการปฏิวัติครั้งใหญ่ของอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)

“ตามที่คำพูดของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านนั้น การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเป็นการเตรียมพื้นฐานและจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งใหญ่ของโลกอิสลามภายใต้การนำของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)”

การปฏิวัติอิหร่านจุดเริ่มต้นของการปรากฏตัวของอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)

     การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่จำเริญและการระเบิดของรัศมี (นูร) ที่เกิดขึ้นในท่ามกลางความมืดมนของการหลงทาง ซี่งเปรียบเสมือนสายฟ้าผ่าลงบนบรรดาทรราชย์ และจากการปฏิวัตินี้คือการเกิดใหม่ของชนชาติหนึ่ง ซี่งเป็นความปรารถนาอันยาวนานของปวงศาสดาและบรรดาเอาลิยาอ์ (ผู้ใกล้ชิด) ของพระผู้เป็นเจ้าได้ถูกทำให้เป็นจริงขึ้นโดยสื่อของขบวนการเคลื่อนไหวนี้ นับเป็นสิ่งที่สวยงามที่จะกล่าวว่า การปฏิวัตินี้ คือ “ซุฮูร ซุฆรอ” (การเตรียมพื้นฐานของการปรากฏตัว) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) เพื่อนำไปสู่ “ซุฮูร กุบรอ” (การปรากฏตัว) ของท่าน และเป็นไปตามคำพูดของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ผู้เป็นสถาปนิกและผู้นำการปฏิวัตินี้ ซึ่งท่านได้กล่าวว่า :

     “การปฏิวัติของประชาชนอิหร่าน คือจุดเริ่มต้นการปฏิวัติครั้งใหญ่ของโลกอิสลามภายใต้การนำของท่านฮุจญะฮ์ อิมามมะฮ์ดี (เราขอพลีดวงวิญญาณของเราเพื่อท่าน) ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าทรงกรุณาเหนือมวลมุสลิมและพลเมืองโลก พระองค์ทรงกำหนดให้การปรากฏตัว (ซุฮูร) และการคลี่คล้ายความทุกข์ยาก (ฟะรัจญ์) ของท่านอยู่ในยุคนี้” (1)

รากฐานที่มาทางริวายะฮ์ (คำรายงาน)

     และกรณีที่กล่าวว่าการปฏิวัตินี้เป็นหนึ่งในการเตรียมพื้นฐานสำหรับการเตรียมพื้นฐานของการปรากฏตัว (ซุฮูร) และรัฐบาลโลกของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) นั้น มีรากฐานที่มาอยู่ในความหมายของริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ ของเรา ซึ่งจะขอกล่าวถึงบางส่วนเป็นสังเขปในที่นี้

คำสัญญาของพระเจ้า

     ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้เล่าว่า  พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งตรัสกับฉันในค่ำคืนเมี๊ยะอ์รอจว่า : โอ้มุฮัมมัด! ... ส่วนหนึ่งจากสิ่งที่ข้ามอบให้แก่เจ้าคือ จะมีมะฮ์ดีสิบเอ็ดคนจากเชื้อสายของเจ้าและคนสุดท้ายจากพวกเขาคือผู้ที่อีซา บุตรของมัรยัม จะนมาซตามหลังเขา และโดยสื่อจากเขาโลกจะเต็มไปด้วยความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม เมื่อฉันทูลถามว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งได้ทรงตรัสถึงสัญญาณต่างๆ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ การยืนหยัดขึ้นต่อสู้และการปฏิวัติของบุรุษผู้หนึ่งจากลูกหลานของฮุเซน บุตรของอะลี (ก่อนการปรากฎตัวของมะฮ์ดี (2)

      ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทนี้ ผู้บอกข่าวคือพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างและผู้รับฟัง คือท่านศาสดา (ซ็อลฯ) เป็นที่ชัดเจนว่า เมื่อพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งทรงบอกข่าวเกี่ยวกับการยืนหยัดต่อสู้และการปฏิวัติของบุคคลใดแล้ว เขาผู้นั้นย่อมไม่ใช่คนธรรมดาและการปฏิวัติของเขาจะต้องเป็นการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ และในประวัติศาสตร์อย่างน้อยที่สุดจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการปฏิวัติเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน และจากพยานหลักฐานอื่นๆ ที่จะชี้ถึงที่สิ่งนี้ สามารถที่จะยืนยันได้ว่ามันคือการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน

การรวมตัวเป็นหนึ่งด้วยสื่อรูฮุลลอฮ์

     ท่านอิมามบากิร (อ.) กล่าวว่า : วันหนึ่งอุมัร อบูบักร ซุเบร อิบนุเอาวามและอับดุรเราะห์มาน บินเอาฟ์ ได้รวมตัวกันอยู่ในบ้านของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้นั่งลงในท่ามกลางพวกเขาในขณะที่รองเท้าของท่านขาด ท่านได้ส่งรองเท้าให้ท่านอิมามอะลี (อ.) ซ่อม ในช่วงเวลานั้นเองท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

ان عن يمين الله عزوجل ـ او عن يمين العرش ـ قوما منا على منابر من نور وجوههم من نور, وثيابهم من نور, تغشى وجوههم إبصار الناظرين دونهم, قال إبوبكر: من هم يا رسول الله؟ فسكت, فقال الزبير: من هم يا رسول الله؟ فسكت, فقال عبدالرحمن:من هم يا رسول الله؟ فسكت, فقال على عليه السلام من هم يا رسول الله؟ فقال: هم قوم تحابوا بروح الله على غير انساب و لا اموال اولئك شيعتك و انت امامهم يا على

     “แท้จริงทางด้านขวาของอัลลอฮ์ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกร หรือทางด้านขวาของอะรัช (บัลลังก์) จะมีชนกลุ่มหนึ่งจากเรานั่งอยู่บนมิมบัร (ธรรมมาส) ต่างๆ จากนูร (รัศมี) ใบหน้าของพวกเขาก็เป็นนูร (รัศมี) และเสื้อผ้าของพวกเขาก็เป็นนูร (รัศมี) ใบหน้าของพวกเขาจะทะลุทะลวงสายตาของผู้มองคนอื่นๆ จากพวกเขา”

     อบูบักรได้กล่าวขึ้นว่า “โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ พวกเขาเป็นใครกันหรือ?” ท่านศาสนทูตนิ่งเงียบ ดังนั้นซุบัยร์จึงกล่าวขึ้นว่า “โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ พวกเขาเป็นใครกันหรือ?” ท่านก็ยังคงนิ่งเงียบ อับดุรเราะฮ์มานก็ได้กล่าวว่า “โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์พวกเขาเป็นใครกันหรือ?” ท่านก็ยังคงนิ่งเงียบ ดังนั้นท่านอะลี (อ.) จึงกล่าวว่า “โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์พวกเขาเป็นใครกันหรือ?” ท่านกล่าวตอบว่า “พวกเขาคือกลุ่มชนที่ต่างมีความรักใคร่ต่อกันด้วยสื่อของรูฮุลลอฮ์ โดยมิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทางเชื้อสาย และมิได้มีส่วนร่วมใดๆ ทางทรัพย์สิน โอ้อะลีเอ๋ย! พวกเขาเหล่านั้นคือชีอะฮ์ของเจ้า และเจ้าคืออิมามของพวกเขา” (3)

     หลังจากชัยชนะของการปฏิวัติอิสลาม อายะตุลลอฮ์ซ็อดดูกี ได้กล่าวถามในขณะที่พบกับท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ว่า “โอ้ท่าน (อิมาม)! คำว่า “รูฮุลลอฮ์” ในฮะดีษที่ว่า “تحابوا بروح الله”  (พวกเขาคือกลุ่มชนที่ต่างมีความรักใคร่ต่อกันด้วยสื่อของรูฮุลลอฮ์) นั้น คือท่านใช่ไหม?” เนื่องจากวันนี้ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างรวมตัวเป็นเอกภาพด้วยสื่อการเป็นผู้นำและความรักที่มีต่อท่าน ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ยิ้มแล้วเดินผ่านไป (4)

การยืนหยัดขึ้นของประชาชนจากทิศตะวันออก

     ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวว่า :

يخرج ناس من المشرق فيوطّئون للمهدى يعنى سلطانه

     “ประชาชนกลุ่มหนึ่งจากทิศตะวันออกจะยืนหยัดขึ้น โดยที่พวกเขาจะเตรียมพื้นฐานสำหรับมะฮ์ดี หมายถึงอำนาจการปกครองของเขา” (5)

     ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้ชี้ให้เห็นว่า พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสูงส่งจะทรงทำให้เมืองกุมและชาวเมืองกุมเป็นตัวแทนของอิมามมะฮ์ดี (อ..) ในการส่งสาส์นของอิสลามไปยังทั่วโลกและความรู้จะแพร่กระจายจากเมืองนี้ไปสู่แผ่นดินต่างๆ ในตะวันออกและตะวันตกของโลก แล้วเมื่อนั้นท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ก็จะปรากฏคัว (ซุฮูร) โดยท่านกล่าวว่า :

ستخلو كوفة من المؤمنين ويأزر عنها العلم كما تأزر الحية في جحرها، ثم يظهر العلم ببلدة يقال لها قم، وتصير معدنا للعلم والفضل حتى لا يبقى في الأرض مستضعف في الدين حتى المخدرات في الحجال، وذلك عند قرب ظهور قائمنا، فيجعل الله قم وأهله قائمين مقام الحجة، ولولا ذلك لساخت الأرض بأهلها ولم يبق في الأرض حجة، فيفيض العلم منه إلى سائر البلاد في المشرق والمغرب، فيتم حجة الله على الخلق حتى لا يبقى أحد على الأرض لم يبلغ إليه الدين والعلم، ثم يظهر القائم عليه السلام ويسير سببا لنقمة الله وسخطه على العباد، لان الله لا ينتقم من العباد إلا بعد إنكارهم حجة

     “ในไม่ช้าเมืองกูฟะฮ์จะว่างเปล่าจากบรรดาผู้ศรัทธา (มุอ์มิน) และความรู้จะหายไปจากมันเสมือนดั่งงูที่หายลงไปในรูของมัน แล้วหลังจากนั้น ความรู้จะไปปรากฏในเมืองหนึ่งที่ถูกเรียกว่า (เมือง) “กุม” และมันจะกลายเป็นแหล่งแห่งความรู้และความดีงาม จนกระทั่งจะไม่มีผู้อ่อนแอ (ไร้ความรู้) ในศาสนาเหลืออยู่ในแผ่นดิน แม้แต่หญิงสาวที่ถูกขังอยู่ตามลำพังในเรือนหอ และนั่นจะเป็นช่วงเวลาใกล้การปรากฏตัวของกออิม (มะฮ์ดี) ของเรา ในช่วงเวลานั้นเอง อัลลอฮ์จะทรงทำให้เมืองกุมและชาวเมืองของมันเป็นผู้ทำหน้าที่แทนของฮุจญะฮ์ (ข้อพิสูจน์ของพระองค์ซึ่งหมายถึงมะฮ์ดี) และหากไม่เป็นเช่นนั้นแล้วแผ่นดินจะดูดกลืนชาวแผ่นดินทั้งหมดและจะไม่มีข้อพิสูจน์ (ของพระเจ้า) คนใดเหลืออยู่ในแผ่นดิน แล้วความรู้จะแพร่กระจายออกจากมัน (เมืองกุม) ไปยังดินแดนทั้งหลายในตะวันออกและตะวันตก (ของโลก) แล้วหลักฐานของอัลลอฮ์ก็จะเป็นที่สมบูรณ์เหนือมนุษย์ทั้งมวล จนกระทั่งว่า ไม่เหลือมนุษย์คนใดในแผ่นดินที่ศาสนาและความรู้ไปไม่ถึงเขา ต่อจากนั้นกออิม (อ.) จะปรากฏตัวขึ้น และเขาจะเป็นสื่อการลงโทษและความพิโรธของอัลลอฮ์ที่มีเหนือปวงบ่าว ทั้งนี้ เนื่องจากอัลลอฮ์จะไม่ทรงลงโทษปวงบ่าว เว้นแต่หลังจากที่พวกเขาปฏิเสธผู้เป็นข้อพิสูจน์ (ของพระองค์)” (6)

     ท่านอิมามบากิร (อ.) กล่าวว่า :

كَانّي بِقَومٍ قَد خَرَجُوا بِالمَشرِقِ يطلُبونَ الحَقَّ فَلايعطُونَهُ ثُمَّ يطلُبونَهُ فَلايعطُونَهُ فَاِذا رَأوا ذلِكَ وَضَعُوا سُيوفَهُم عَلي عَواتِقِهِم فَيعطونَ ما سَألوا فَلا يقبَلونَه حَتّي يقُومُوا وَ لايدفَعونَها إِلا إِلي صاحِبِكُم، قَتلاهُم شُهَداءُ أما إِنّي لَو أدرَكتُ ذلِكَ لَاستَبقَيتُ نَفسي لِصاحِبِ هذَاالاَمرِ

    "ประหนึ่งว่า ฉันได้เห็นชนกลุ่มหนึ่งได้ยืนหยัดขึ้นในทิศตะวันออก พวกเขาจะเรียกร้องสิทธิ์ แต่พวกเขาจะไม่ถูกมอบให้ ต่อจากนั้นพวกเขาจะเรียกร้องมัน (อีกครั้ง)  แต่ก็จะไม่ถูกมอบให้ (เช่นเคย) เมื่อพวกเขาได้เห็นเช่นนั้น พวกเขาจะวางดาบลงบนต้นคอของพวกเขา แล้วพวกเขาก็จะถูกมอบสิทธิ์ที่พวกเขาขอ แต่ (ถึงเวลานั้น) พวกเขาก็จะไม่รับมันอีกแล้ว จนกระทั่งพวกเขาจะยืนหยัดขึ้นต่อสู้ และจะไม่มอบมัน (ธงแห่งการชี้นำ, การปฏิวัติ) ให้ใคร นอกจากแก่เจ้าของของพวกท่าน (หมายถึงท่านอิมามมะฮ์ดี) บรรดาผู้ถูกฆ่าตายของพวกเขา คือ ชะฮีด (ผู้สละชีพในทางของพระเจ้า) หากฉันมีชีวิตอยู่ถึงยุคสมัยนั้น ฉันจะรักษาชีวิตของฉันเอาไว้ เพื่อให้การช่วยเหลือแก่เจ้าของกิจการนี้ (หมายถึงท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.))” (7)

     ริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทนี้ได้อธิบายอย่างน่ามหัศจรรย์เกี่ยวกับการปฏิวัติอิสลาม และแจ้งข่าวดีถึงการเชื่อมต่อของการปฏิวัตินี้กับการปฏิวัติโลกของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)


แหล่งอ้างอิง :

1.ซฮฮีเฟเย่ นูร, อิมามโคมัยนี, เล่ม 21, หน้า 108

2.กะมาลุดดีน วะ อิตมามุนนิอ์มะฮ์, เชคซอดูก, เล่ม 1, หน้า 251

3.บิฮารุ้ลอันวาร, อัลลามะฮ์มัจญ์ลิซี, เล่ม 68, หน้า 139

4.ออยันเดะฮ์ ซอซอน, มุฮัมมัด ดัชตี, หน้าที่ 70

5.ซุนัน อิบนิมาญะฮ์, เล่ม 2, หน้า 1368, ฮะดีษที่ 4088

6.อักดุดดุร๊อร, มุก็อดดะซี ชาฟิอี, หน้า 125

7.บิฮารุ้ลอันวาร, อัลลามะฮ์มัจญ์ลิซี, เล่ม 52, หน้า 243


บทความ : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2018 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 206 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0746192
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
140
597
2445
739295
2028
20389
746192

ศ 05 มิ.ย. 2020 :: 06:40:56