การคาดคิดว่าอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะนำศาสนาใหม่มา
Powered by OrdaSoft!
No result.

การคาดคิดว่าอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะนำศาสนาใหม่มา

เมื่อท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ปรากฏตัว ประชาชนต่างคิดว่าท่านอิมามได้นำศาสนาใหม่มา (ในขณะที่สิ่งดังกล่าวนี้เป็นไปไม่ได้และศาสนานั้นมาจากท่านศาสดา) ในที่นี้จะขอยกฮะดีษบางส่วนพร้อมกับแหล่งที่มาที่ชี้ให้เห็นว่าท่านอิมามซะมาน (อ.ญ.) ได้นำเนื้อหาใหม่มา

        อายะตุลลอฮ์อิบรอฮีม อามีนี กล่าวไว้ในหนังสือ "ดอดกุสตะเร่ ญะฮอน" ที่ทรงคุณค่าของท่านว่า :

        ในฮะดีษบางบท มีการกล่าวว่า ท่านอิมามซะมาน (อ.ญ.) จะนำศาสนาใหม่มา  ตัวอย่างเช่น อับดุลลอฮ์ บิน อะฏออ์ กล่าวว่า :

سَأَلْتُهُ عَنْ سِیرَةِ الْمَهْدِیِّ کَیْفَ سِیرَتُهُ قَالَ یَصْنَعُ مَا صَنَعَ رَسُولُ اللَّهِ (ص) یَهْدِمُ‏ مَا کَانَ قَبْلَهُ کَمَا هَدَمَ رَسُولُ اللَّهِ (ص) أَمْرَ الْجَاهِلِیَّةِ وَ یَسْتَأْنِفُ الْإِسْلَامَ جَدِیدا

"ฉันถามท่านอิมามซอดิก (อ.) ว่า : แนวทางปฏิบัติของท่าน (อิมามมะฮ์ดี) เป็นอย่างไร? ท่านกล่าวว่า : เขาจะทำสิ่งเดียวกับที่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ทำ เขาจะทำลายสิ่งที่มีอยู่ก่อนหน้าเขา เช่นเดียวกับที่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้ทำลายรากฐานของความเขลา (ญาฮิลียะฮ์) และเขาจะทำให้อิสลามเริ่มต้นขึ้นมาใหม่" (1)

        นอกจากนี้ อบูคอดีญะฮ์รายงานจากท่านอิมามซอดิก (อ.) ซึ่งท่านกล่าวว่า :

إِذَا قَامَ الْقَائِمُ (ع) جَاءَ بِأَمْرٍ جَدِیدٍ کَمَا دَعَا رَسُولُ اللَّهِ فِی بَدْوِ الْإِسْلَامِ إِلَی أَمْرٍ جَدِید

“เมื่อกออิมยืนหยัดขึ้น เขาจะนำสิ่งใหม่ เช่นเดียวกับที่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้เชิญชวนผู้คนมาสู่สิ่งใหม่ในช่วงเริ่มต้นของอิสลาม” (2)

       แต่แน่นอนว่าจุดประสงค์ของฮะดีษเหล่านี้ไม่ใช่ว่าท่านอิมามซะมาน (อ.ญ.) จะมายกเลิกศาสนาอิสลามและนำเสนอศาสนาใหม่ เนื่องจากอิสลามนั้นเป็นศาสนาสุดท้ายและศาสดาของอิสลามเป็นศาสดาท่านสุดท้าย ในฮะดีษจำนวนมากมีการกล่าวอย่างชัดไว้ว่า ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) จะปกป้องศาสนาและคัมภีร์อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังท่านศาสดา (ซ็อลฯ)

       ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวว่า :

الْقَائِمُ مِنْ وُلْدِی اسْمُهُ اسْمِی وَ کُنْیَتُهُ کُنْیَتِی وَ شَمَائِلُهُ شَمَائِلِی وَ سُنَّتُهُ سُنَّتِی یُقِیمُ النَّاسَ عَلَی مِلَّتِی وَ شَرِیعَتِی وَ یَدْعُوهُمْ إِلَی کِتَابِ اللَّهِ عَزَّ وَ جَل

"กออิมเป็นลูกหลานคนหนึ่งของฉันและชื่อของเขาก็คือชื่อเดียวกับฉันและชื่อเสริมของเขาก็คือชื่อเดียวกับฉัน อุปนิสัยของเขาก็คืออุปนิสัยเดียวกับฉัน และซุนนะฮ์ของเขาก็คือซุนนะฮ์ของฉัน เขาจะทำให้ผู้คนปฏิบัติตามศาสนาและบทบัญญัติของฉันและเรียกร้องเชิญชวนพวกเขามาสู่คัมภีร์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกริกเกียรติเกรียงไกร" (3) (4)

        และในริวายะฮ์ (คำรายงาน) ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวว่า :

یَخْرُجُ رَجُلٌ مِنْ أَهْلِ بَیْتِی وَ یَعْمَلُ بِسُنَّتِی‏

"บุรุษผู้หนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยติ์ของฉันจะยืนหยัดขึ้นและจะปฏิบัติตามซุนนะฮ์ (แบบฉบับ) ของฉัน" (5)

       ดังนั้น ตามการชี้ชัดของรายงานเหล่านี้ ในยุคสมัยของท่านอิมามซะมาน (อ.ญ.) ศาสนาก็คือศาสนาอิสลามและอัลกุรอานก็คืออัลกุรอานเดียวกันกับที่ถูกประทานลงมายังท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) นั่นเอง

        เมื่อพิจารณาถึงประเด็นนี้แล้ว จำเป็นต้องกล่าวว่า จุดประสงค์ของริวายะฮ์ (คำรายงานกลุ่มแรกก็คือ ในช่วงเวลาแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) อุตริกรรม (บิดอะฮ์) ต่าง ๆ จะถูกทำให้เกิดขึ้นในศาสนา และข้อบัญญัติต่า งๆ ของคัมภีร์อัลกุรอานและอิสลามถูกตีความและอรรถาธิบายตามความประสงค์ของผู้คน ข้อบัญญัติและข้อบังคับมากมายถูกลืมราวกับว่าไม่มีอยู่ในอิสลามเลย ชาวมุสลิมจำนวนมากละทิ้งเสาหลัก (รุกน์) ของอิสลามและพอใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของมัน พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอิสลามเลย นอกจากการนมาซ การถือศีลอด และการหลีกเลี่ยงจากนะญิส (สิ่งสกปรกตามศาสนบัญญัติ) ในตลาด ตรอก ถนนและบ้าน ไม่มีร่องรอยของศาสนาอิสลามของพวกเขา พวกเขาไม่ถือว่าจริยธรรมและระเบียบทางสังคมเป็นส่วนหนึ่งอิสลาม พวกเขาจะทำให้ข้อห้าม (ฮัรรอม) ต่าง ๆ ของพระเจ้ากลายเป็นที่อนุญาตด้วยกลอุบายและการตีความต่าง ๆ และยับยั้งตนจากการจ่ายภาระทางทรัพย์สินที่เป็นวาญิบ (ขอบังคับทางศาสนา)

        เป็นเรื่องปกติที่ในสถานการณ์เช่นนี้ หากท่านอิมามซะมาน (อ.ญ.) ปรากฏตัวและทำการลบล้างบิดอะฮ์ (อุตริกรรม) ทั้งหลายและทำให้ข้อบัญญัติและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของอิสลามถูกนำมาปฏิบัติอย่างครบถ้วนพร้อมกับทุกมิติทางสังคม การเมือง วัฒนธรรม ฯลฯ และปฏิบัติตามบทลงโทษของอิสลามอย่างเคร่งครัดโดยไม่ละเลย ศาสนาดังกล่าวจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับประชาชน และจะแตกต่างไปจากความคิดที่พวกเขามีต่ออิสลาม ในการยืนยันถึงประเด็นนี้ เราอ้างอิงถึงริวายะฮ์ (คำรายงาน) จากท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้ที่ท่านกล่าวว่า :

إِذَا قَامَ الْقَائِمُ (ع) دَعَا النَّاسَ إِلَی الْإِسْلَامِ جَدِیداً وَ هَدَاهُمْ إِلَی أَمْرٍ قَدْ دَثَرَ وَ ضَلَّ عَنْهُ الْجُمْهُورُ وَ إِنَّمَا سُمِّیَ الْقَائِمُ مَهْدِیّاً لِأَنَّهُ یُهْدَی إِلَی أَمْرٍ مَضْلُولٍ عَنْهُ وَ سُمِّیَ الْقَائِمَ لِقِیَامِهِ بِالْحَقِّ

“เมื่อกออิม (อ.) ได้ยืนหยัดขึ้น เขาจะเชิญชวนประชาชนมาสู่อิสลามใหม่อีกครั้ง และชี้นำพวกเขาไปยังสิ่งที่ถูกลืมและประชาชนทั่วไปได้หันเหออกไปจากมัน และแท้จริงที่กออิมได้ถูกเรียกว่ามะฮ์ดี เนื่องจากเขาได้รับการชี้นำไปยังบางสิ่งที่ผู้คนหันหลังหนี และที่เขาถูกเรียกว่า กออิม เนื่องจากเขาจะดำรงสัจธรรม" (6)

        กล่าวโดยสรุป สิ่งที่ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) จะเรียกร้องเชิญชวนไปสู่มันนั้นไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากอิสลามอันบริสุทธิ์และแท้จริง และเป็นสิ่งที่ถูกประทานลงมาให้ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) นั่นเอง แต่เนื่องจากการที่ประชาชนได้ออกห่างจากอิสลามนี้ตลอดหลายศตวรรษและการปรากฏขึ้นของอุตริกรรม (บิดอะฮ์) ต่าง ๆ ในศาสนา อิสลามนี้จึงดูเป็นสิ่งใหม่สำหรับพวกเขา (7)


แหล่งที่มา :

1.บิฮารุลอันวาร, เล่ม 52, หน้า 353

2.บิฮารุลอันวาร, เล่ม 52, หน้า 338

3.บิฮารุลอันวาร, เล่ม 51, หน้า 73

4.อิษบาตุลฮุดาฮ์, เล่ม 7, หน้า 52

5.บิฮารุลอันวาร, เล่ม 52, หน้า 82

6.บิฮารุลอันวาร, เล่ม 51, หน้า 30

7.ที่มาจากหนังสือ "ดอดกุสตะเร่ ญะฮอน", หน้า 323-328


บทความโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2018 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 10 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

1668081
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
177
1248
177
1660177
34969
34388
1668081

อ 29 ม.ค. 2023 :: 05:48:22