Powered by OrdaSoft!

27 รอญับ วันมับอัษ วันแห่งการแต่งตั้งศาสนทูตท่านสุดท้ายแห่งอิสลาม

สังคมในยุคก่อนอิสลาม ก่อนวันแห่งมับอัษที่ยิ่งใหญ่ แม้จะประสบความสำเร็จด้านอำนาจและวัตถุสักเพียงใดก็ตาม อารยธรรมเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ขาดซึ่งหลักพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่มีในศาสนาแห่งพระเจ้าองค์เดียว ที่มีพื้นฐานบนความเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยการแบ่งแยกสีผิว เชื้อชาติ ภาษา และชนชั้นและมีความยุติธรรมในสังคม ทั้งในด้านสิทธิของสตรีในทรัพย์สินหรือการแต่งงานตามที่ตนพอใจ ได้รับการปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีด้วยการดำรงตนอย่างอ่อนน้อมภายใต้ผ้าคลุม (ฮิญาบ) ที่จะไม่มีใครล่วงละเมิดได้ ร่วมไปถึงการมีความเมตตากรุณา ให้อภัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การรักษาสัจจะวาจา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเป็นเครื่องช่วยส่งเสริมสันติภาพและภราดรภาพในสังคมมนุษย์

     ก่อนหน้าที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสดานั้น ท่านมักจะเก็บตัวอยู่ที่เชิงเขาในถ้ำ และละทิ้งการดำเนินชีวิตที่สบาย เพื่อหลีกห่างจากสภาพสังคมที่เสื่อมโทรม และเพื่อเรียนรู้ถึงสัจธรรมของบรรดาสรรพสิ่งที่ถูกสร้างของพระองค์ (เช่น มนุษย์ หรือแม้แต่สัตว์และพืช หรือสิ่งไม่มีชีวิตบนผืนโลก)  จากรายงานของนักชีวประวัติได้เห็นพร้องตรงกันทั้งหมดว่า "ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้ไปทำอิบาดะฮ์ (เคารพภักดี) ต่อพระผู้เป็นเจ้าที่ "ถ้ำฮิรออ์" ทุกๆ ปี เป็นเวลาหลายเดือน

    "ถ้ำฮิรออ์" อยู่ทางตอนเหนือของเมืองมักกะฮ์ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็สามารถปีนลงไปในถ้ำได้ สภาพภูเขาทั่วไปเห็นหินดำ มันเป็นถ้ำที่มนุษย์สามาถปีนลงไปได้ ซึงจุดต่ำสุดของถ้ำมีขนาดพอที่คนหนึ่งคนจะยืนได้ ภายในถ้ำบางส่วนจะได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์  ความสำคัญของถ้ำนี้เถึงขนาดว่าป็นที่รู้จักของผู้คน ก็เพราะมันเป็นประจักษ์พยานสำคัญถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์อิสลาม ที่ทำให้ผู้คนตลอดทุกยุคทุกสมัยปรารถนาที่จะได้ไปเยือน ถึงแม้จะต้องลำบากในการปีนไปดูก็ตาม

    เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้น ณ ถ้ำฮิรออ์นั้น ก็คือ การประทานโองการแห่งพระมหาคัมภัร์อัลกุรอาน และเป็นสถานที่ที่ท่านศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ของอิสลามได้ใช้เวลาอยู่ในถ้ำแห่งนี้  ด้วยเหตุนี้ถ้ำนี้จึงได้สื่อด้วยภาษาของมันและบอกกับพวกเราว่า นี่แหละคือสถานที่เคารพภักดีต่อพระผู้อภิบาลของบุรุษผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชน ท่านได้ใช้ชีวิตก่อนหน้าที่จะได้รับตำแหน่งศาสนทูตอยู่ที่นี่ทั้งคืนทั้งวัน  ท่านได้เลือกสถานที่นี้ทำการเคารพภักดีพระเจ้า ก็เพราะมันห่างไกลจากความวุ่นวายทั้งปวง ตลอดเดือน  รอมฎอนท่านจะพำนักอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ส่วนช่วงเวลาอื่นท่านจะหาโอกาสมาที่นี่บ่อยครั้ง จนภรรยาที่รักของท่านทราบดีว่า ถ้าท่านไม่กลับบ้านก็แสดงว่าท่านอยู่ที่ถ้ำฮิรออ์

   ก่อนหน้าที่ท่านจะได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตนั้น ท่านเฝ้าครุ่นคิดอยู่ 2 เรื่อง คือ

   เรื่องแรก ท่านมักจะครุ่นคิดเรื่องอำนาจการปกครองชั้นฟ้าและผืนแผ่นดิน อำนาจของพระเจ้า และต้องการจะประจักษ์แจ้งในความรอบรู้ของพระองค์

   เรื่องที่สอง ท่านคิดถึงแต่เรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวท่าน ท่านจะแก้ไขปัญหาสภาพสังคมในยุคนั้นได้อย่างไร?  สังคมที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทราบและไร้ซึ่งขื่อแปร ซึ่งท่านเห็นว่ามันไม่ยากที่จะแก้ไข

    เนื่องจากการเคารพบูชารูปปั้นที่พวกมักกะฮ์กระทำกันนั้น มันสร้างความปวดร้าวให้กับท่านมาก แต่ในตอนนั้นท่านยังไม่ได้รับคำสั่งให้กระทำการใด  ท่านจึงจำเป็นต้องปลีกวิเวกไปอยู่ในสถานที่เช่นนั้น

เหตุการณ์เมื่อเริ่มประทานสาส์น

    มะลาอิกะฮ์องค์หนึ่งซึ่งได้รับพระบัญชาจากเอกองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้นำโองการหนึ่ง ซึ่งเป็นปฐมบทสำหรับการชี้นำมนุษยชาติมาให้ท่านอ่าน เพื่อยืนยันสถานะการเป็นศาสนทูตและศาสดาของพระองค์  มะลาอิกะฮ์องค์นั้นคือ "ญิบรออีล"  และวันนั้นคือวันที่ 27 เดือนรอญับ เป็นวันแห่งมับอัษ (ประกาศการแต่งตั้งการเป็นศาสนทูต)

   เมื่อวันนั้นมาถึง ท่านญิบรออีลได้จำแลงกายมาเบื้องหน้าท่าน แล้วกล่าวกับท่านว่า "อิกเราะฮ์  (จงอ่าน)"  และเนื่องจากท่านไม่เคยได้รับการประศาสน์ความรู้จากที่ใดมาก่อน  ท่านจึงตองไปว่า "ฉันอ่านไม่ได้"   มะลาอิกะฮ์ญิบรออีลจึงได้บีบคั้นท่านให้อ่านอีก  ท่านก็ตอบแบบเดิม มะลาอิกะฮ์ได้กระทำเช่นนี้ถึง 3 ครั้ง จนท่านเริ่มรู้สึกว่าท่านสามารถอ่านได้ แล้วท่านก็อ่านตามที่ท่านเห็นสาส์นที่อยู่ในมือของมะลาอิกะฮ์ที่กล่าวว่า

قْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ ﴿١﴾ خَلَقَ الْإِنسَانَ مِنْ عَلَقٍ ﴿٢﴾ اقْرَأْ وَرَبُّكَ الْأَكْرَمُ ﴿٣﴾ الَّذِي عَلَّمَ بِالْقَلَمِ ﴿٤﴾ عَلَّمَ الْإِنسَانَ مَا لَمْ يَعْلَمْ ﴿٥﴾

"จงอ่าน ด้วยพระนามของพระเจ้า ผู้ทรงสร้างมนุษย์จากก้อนเลือด

จงอ่าน พระผู้อภิบาลของเจ้านั้น ทรงเกียรติยิ่ง

พระองค์ทรงสอนด้วยปากกา ทรงสอนมนุษย์ให้รู้ในสิ่งที่เขาไม่รู้"

(อัลกุรอานบทอัลอะลัก โองการที่ 1-5)

     เมื่อท่านญิบรออีลได้ทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จสมบูรณ์ และท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ก็ออกมาจากถ้ำฮิรออ์ กลับไปยังบ้านของท่าน

     โองการที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ได้สร้างความกระจ่างให้กับแผนงานโดยรวมของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ว่า..   

     ท่านจะต้องนำเสนอศาสนา ที่วางอยู่บนหลักการของการอ่านและการเรียนรู้แก่ประชาขาติทั่วไป

     หลังจากได้รับประทานโองการแรกจบสิ้นลง จิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) เต็มไปด้วยรัศมีและความเรืองรอง สิ่งที่ท่านได้รับการบอกกล่าวจากญิบรออีลนั้น มันฝังแน่นอยู่ในดวงจิตของท่าน และหลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป (ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ท่านเดินลงมาจากถ้ำฮิรออ์) ท่านญิบรออีลก็ได้มาหาท่านอีก แล้วกล่าวกับท่านว่า...

        "มุฮัมมัดเอ๋ย!! ท่านคือศาสดาของพระเจ้า และฉันคือญิบรออีล"

     ท่านเดินกลับเข้าบ้านด้วยความกระวนกระวายใจและความเหนื่อยล้า เมื่อภรรยาสุดที่รักของท่าน (ท่านหญิงคอดิญะฮ์) เห็นท่านในสภาพเช่นนั้น  นางจึงได้ไต่ถามท่าน แล้วท่านก็ได้เล่าถึงสิ่งที่ท่านได้พบเห็นให้นางฟัง ท่านหญิงคอดีญะฮ์ (ซ.) มองท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) อย่างให้เกียรติแล้วขอดุอาอ์ (ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า) ให้กับท่านว่า... "พระเจ้าจะทรงช่วยเหลือท่าน"


ที่มา : เรียบเรียงจากหนังสือ "มุฮัมมัด (ซ็อลฯ.) รัศมีนิรันดร" 

เขียนโดย : ท่านอัลลามะฮฺ ญะอฺฟัร ซุบฮานี

Copyright © 2018 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 46 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

0377144
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
378
1947
5236
363840
21154
34997
377144

ศ 24 พ.ค. 2019 :: 02:56:00