ผู้สื่อข่าวของ Axios รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รู้เกี่ยวกับแผนการโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์พาร์ส (South Pars) ของอิหร่านโดยอิสราเอล แต่เปลี่ยนท่าทีและปฏิเสธว่า ไม่รู้เรื่องมาก่อน หลังจากที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านโจมตีถล่มแหล่งก๊าซของกาตาร์เพื่อตอบโต้
ในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) บารัค ราวิด อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า สหรัฐฯ ทราบดีว่า อิสราเอลเตรียมโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส (South Pars) ที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านในวันพุธ และวอชิงตันยังอนุมัติการโจมตีครั้งนี้ด้วย
เขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทรัมป์ปฏิเสธว่า ไม่รู้เรื่องแผนการของอิสราเอลมาก่อน หลังจากที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันราสลาฟฟานในกาตาร์เพื่อตอบโต้
ราวิดกล่าวว่า “ตรงกันข้ามกับคำกล่าวของทรัมป์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลและสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ รู้เรื่องการโจมตีของอิสราเอลล่วงหน้าและยังอนุมัติการโจมตีดังกล่าวเพื่อกดดันอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีแหล่งก๊าซของกาตาร์ ทรัมป์จึงเปลี่ยนท่าที”
คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ทรัมป์กล่าวในบัญชี Truth Social ของเขาว่า อิสราเอล “ด้วยความโกรธแค้นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง” จึงได้โจมตีโรงงานผลิตก๊าซหลักของอิหร่าน โดยอ้างว่า “สหรัฐอเมริกาไม่รู้เรื่องการโจมตีครั้งนี้เลย”
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังให้คำมั่นสัญญาด้วยว่า “อิสราเอลจะไม่โจมตีแหล่งน้ำมันเซาท์พาร์สที่สำคัญและมีค่าอย่างยิ่งนี้อีกต่อไป” โดยบางส่วนเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดเพื่อเน้นย้ำ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงน้ำมันของอิหร่านระบุว่า โรงกลั่นน้ำมัน 4 แห่ง ในเมืองอาซาลูเยห์ เมืองชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติของอิหร่านที่รู้จักกันในชื่อแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล
หลังจากการโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ออกคำสั่งอพยพฉุกเฉินสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานผลิตพลังงานที่สำคัญในสามรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
แถลงการณ์ของ IRGC ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียได้เพิกเฉยต่อคำเตือนของอิหร่าน ยังคง “ยอมจำนนอย่างไม่ลืมหูลืมตา” และตัดสินใจในสิ่งที่ไม่ได้สะท้อนเจตจำนงของประชาชน
ในบันทึกระบุว่า “เราได้เตือนผู้นำของคุณหลายครั้งแล้วว่า อย่าเดินตามเส้นทางอันตรายนี้ และอย่าลากประชาชนของตนเข้าไปพัวพันกับการเสี่ยงครั้งใหญ่กับชะตากรรมของพวกเขา” พร้อมเตือนว่า “ดังนั้น พวกเขาจึงต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลที่ตามมาทั้งหมดจากแนวทางนี้”
ในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เมื่อคืนวันพุธ มูฮัมมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เน้นย้ำว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลรู้สึกผิดหวังกับประชาชนอิหร่าน เนื่องจากพวกเขาได้ขัดขวางแผนการทั้งหมดของศัตรู
กาลิบาฟ กล่าวเพิ่มเติมในโพสต์ของเขาว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านนั้น สหรัฐฯ และอิสราเอลพยายามปกปิดความพ่ายแพ้ในสนามรบของตน
อย่างไรก็ตาม กาลีบาฟเน้นย้ำว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน “เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายของพวกเขาเอง หลักการตาต่อตาฟันต่อฟันกำลังเกิดขึ้น และการเผชิญหน้าในระดับใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”
การยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถือเป็นการขยายขอบเขตความขัดแย้งอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจระดับโลก ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นหลังจากการโจมตีที่แหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งสูงกว่า 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่มา : สำนักข่าว PressTv
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่