เมียร์สไฮเมอร์ : อิหร่านได้เรียนรู้กลยุทธ์ในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ/การกลับมาโจมตีอีกครั้งจะไม่ก่อให้เกิดผลใด ๆ
เมียร์สไฮเมอร์ : อิหร่านได้เรียนรู้กลยุทธ์ในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ/การกลับมาโจมตีอีกครั้งจะไม่ก่อให้เกิดผลใด ๆ

นักทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชื่อดังและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า อิหร่านได้เรียนรู้กลยุทธ์ในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ และระบุว่า การกลับมาทิ้งระเบิดและโจมตีอิหร่านอีกครั้งจะไม่ก่อให้เกิดผลใด ๆ แก่โดนัลด์ ทรัมป์

    จอห์น เมียร์สไฮเมอร์ กล่าวเพิ่มเติมในการสัมภาษณ์ว่า เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของทรัมป์คือการได้รับความช่วยเหลือจากจีนเพื่อยุติสงครามอิหร่าน เขากำลังมองหาทางออกอย่างสิ้นหวังจากวิกฤตนี้ แต่จนถึงขณะนี้ ทรัมป์ยังไม่ประสบความสำเร็จ เขาอาจหวังว่า จีนจะกดดันอิหร่านให้บรรลุข้อตกลง แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้

    จอห์น เมียร์สไฮเมอร์ กล่าวต่อไปว่า ทรัมป์เข้าใจว่า จีนจะไม่ยอมให้อิหร่านยอมจำนน แน่นอนว่า ปักกิ่งอยากให้สงครามยุติลง แต่ไม่มีอำนาจที่จะยุติได้ คนเดียวที่จะหยุดสงครามได้จริง ๆ คือทรัมป์ และนั่นคือการยอมอ่อนข้อให้อิหร่าน ซึ่งเขาไม่เต็มใจที่จะทำในขณะนี้

    เมียร์สไฮเมอร์กล่าวเสริมว่า “เขาพูดถึงการกลับมาทิ้งระเบิดอีกครั้งในวันนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่า การทิ้งระเบิดอีกครั้งไม่ใช่ทางออก สหรัฐฯ และอิสราเอลทิ้งระเบิดอิหร่านเป็นเวลา 40 วัน แต่ไม่ได้ผลใด ๆ จากนั้นพวกเขาก็หันมาใช้การปิดล้อม และนั่นก็ล้มเหลวเช่นกัน”

    นักทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชื่อดังและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า “วิธีเดียวที่จะยุติสงครามได้คือ การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน สหรัฐฯ อาจจะได้ข้อตกลงบางอย่างเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ แต่ไม่ใช่ข้อตกลงใหญ่ ๆ ในที่สุด หลายคนจะสรุปว่า อิหร่านชนะสงครามนี้ และทรัมป์จะถูกบังคับให้ยอมรับความพ่ายแพ้ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเขาในขณะนี้”

    เขากล่าวต่อไปว่า “เป็นเรื่องปกติที่อิหร่านจะเสริมสร้างการป้องกันและฟื้นฟูขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ ในทุกสงคราม ฝ่ายต่าง ๆ เรียนรู้และปรับตัว อิหร่านได้เรียนรู้ถึงวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ และอิสราเอล นอกจากนี้ รัสเซียและจีนก็กำลังช่วยเหลืออิหร่านด้วย”

เมียร์สไฮเมอร์กล่าวเสริมว่าว่า “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการกลับมาทิ้งระเบิดจึงไม่น่าจะมีผลกระทบอย่างเด็ดขาด”

    เขากล่าวต่อไปว่า “ประเทศในอ่าวเปอร์เซียก็กังวลเช่นกัน เพราะรู้ว่า หากสงครามปะทุขึ้นอีกครั้ง น้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของพวกเขาจะตกเป็นเป้าหมาย”

    นักทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชื่อดังและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวเสริมว่า “อิหร่าน รัสเซีย และจีน ต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันในการเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกา จากมุมมองของทั้งสามประเทศ สหรัฐอเมริกาคือศัตรูหลัก และด้วยเหตุนี้จึงมีการประสานงานกันมากขึ้น เมื่อปูตินไปเยือนจีน ความสัมพันธ์ของเขากับสี จิ้นผิง น่าจะอบอุ่นกว่าความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง มาก”


ที่มา : สำนักข่าวอัล อาลัม

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 120 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30006744
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3842
10791
33389
29914649
143873
454213
30006744

พ 20 พ.ค. 2026 :: 11:38:44