โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า ความพยายามของเจ้าหน้าที่อเมริกันบางคนในการให้เหตุผลสนับสนุนสงครามรุกรานที่สหรัฐฯ กระทำต่ออิหร่านนั้น ชวนให้นึกถึงความคิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และแนวคิดนาซีและฟาสซิสต์ก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
อิสมาเอล บาเกอี กล่าวแสดงความคิดเห็นในโพสต์บนบัญชีแฟลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ของเขา เมื่อคืนวันอังคาร (31 มี.ค.) หลังจากที่วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ลินด์เซย์ เกรแฮม ผู้มีอิทธิพลในพรรครีพับลิกัน อ้างว่า ความพยายามทำสงครามของอเมริกาในปี 2026 กับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอาจยุติ "ความขัดแย้งที่ยาวนาน 2,000 ปี"
ในทำนองเดียวกัน สตีฟ แบนนอน นักยุทธศาสตร์การเมืองชาวอเมริกันและนักทฤษฎีหัวรุนแรงของพรรครีพับลิกัน เพิ่งแนะนำทำเนียบขาวให้ดำเนินการในสิ่งที่อเล็กซานเดอร์มหาราชทำกับอิหร่านเมื่อประมาณ 2,300 ปีก่อน โดยการโค่นล้มราชวงศ์อะเคเมนิด
บาเกอีกล่าวว่า “การอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนเช่นนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีความคล้ายคลึงกับความคิดของนาซีและฟาสซิสต์ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ใช้คำว่า 'Lebensraum' (พื้นที่อยู่อาศัย) และยกย่องจักรวรรดิโรมันเพื่ออ้างความชอบธรรมในการรุกรานประเทศอื่น ๆ ส่วนมุสโซลินี (Mussolini)ใช้ความรุ่งโรจน์ของจักรวรรดิโรมันมาเป็นข้ออ้างในการรุกรานแอฟริกาเหนือ”
เขากล่าวเสริมว่า “ถึงแม้สหรัฐฯ จะไม่มีจักรวรรดิโบราณ แต่หากตอนนี้สหรัฐฯ อ้างว่า ตนเป็นตัวแทนของ 'ตะวันตก' และใช้ประวัติศาสตร์ยุโรปมาเป็นข้ออ้างในการรุกรานอิหร่านอย่างโหดร้าย นั่น ก็เท่ากับเป็นการฟื้นฟูความคิดแบบฟาสซิสต์ที่อันตรายก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นการทำลายค่านิยมสมัยใหม่ด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศที่ตะวันตกอ้างว่า ยึดมั่นนั่นเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง”
ในโพสต์อีกโพสต์บนแฟลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เมื่อวันอังคารเช่นกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ประณามผู้รุกรานที่โจมตีโรงงานผลิตยาของอิหร่าน พร้อมเตือนว่า ผู้ที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากความเป็นจริงของสงคราม อาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของผู้รุกรานก็ได้
บาเกอีเน้นย้ำว่า “การโจมตีโรงงานผลิตยาเป็นอีกมิติหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรทางอาญา ซึ่งเป็นมาตรการคว่ำบาตรเดียวกันกับที่ทำให้ชาวอิหร่านขาดแคลนยารักษาชีวิตมาเป็นเวลานาน นี่เป็นอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอย่างโจ่งแจ้ง ผู้ที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากความเป็นจริงของสงครามที่ผิดกฎหมายนี้โดยหมกมุ่นอยู่กับราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค ควรระมัดระวังอย่าให้ตนเองกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในความโหดร้ายเหล่านี้”
เมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ขีปนาวุธของอิสราเอลได้โจมตีบริษัทผลิตยาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ทำลายหน่วยผลิตวัตถุดิบและหน่วยวิจัยและพัฒนาของบริษัทจนราบเป็นหน้ากอง
การโจมตีบริษัท โทฟิก ดารู (Tofigh Daru) เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลเพิ่มการโจมตีทางก่อการร้ายต่ออิหร่าน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สลับไปมาระหว่างการขู่ว่า จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศและการพูดถึงการพยายามทำข้อตกลงกับอิหร่าน
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่า อิสราเอลกำลัง "ทิ้งระเบิดบริษัทผลิตยาอย่างเปิดเผยและไม่ละอายใจ"
กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ในช่วงเย็นว่า ได้โจมตีโรงงานโทฟิก ดารู โดยอ้างว่า โรงงานดังกล่าวแอบจัดหายาอันตรายถึงชีวิตให้กับองค์การนวัตกรรมและการวิจัยด้านการป้องกันประเทศของอิหร่าน
นายแพทย์มะห์ดี ปิร์ซาเลฮี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและประธานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น “ความพยายามที่จะขัดขวางระบบสาธารณสุขของประเทศ”
ปิร์ซาเลฮีกล่าวว่า บริษัทแห่งนี้เป็น “หนึ่งในผู้ผลิตวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดสำหรับยาที่ใช้ในโรงพยาบาลและยาที่ใช้ในห้องผ่าตัด” และยังผลิตวัตถุดิบสำหรับยารักษามะเร็งบางชนิดที่นี่ด้วย
บริษัท โทฟิก ดารู (Tofigh Daru) เป็นของกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน นาย ปิร์ซาเลฮี กล่าวว่า “บริษัทดังกล่าวเป็นของบรรดาผู้เกษียณอายุของประเทศ และการกระทำนี้มุ่งเป้าไปที่สุขภาพและชีวิตของผู้คน”
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ทำให้บริษัทเภสัชกรรมต่างชาติแทบไม่สามารถดำเนินงานในประเทศต่อไปได้ ส่งผลให้การผลิตยาเกือบทั้งหมดต้องดำเนินการภายในประเทศ
ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ผู้บัญชาการต้องแยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารและเป้าหมายพลเรือน
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่