หนึ่งในแผนการของสหรัฐฯ สำหรับการปล่อยตัวประกัน คือ การยึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งไม่ได้ดำเนินการด้วยเหตุผลสำคัญประการหนึ่ง เอกสารลับที่ซีไอเอและหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยในอีกหลายปีต่อมา ว่า มีการพิจารณาทางเลือกมากมายในการประชุมของสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ตั้งแต่การกดดันทางเศรษฐกิจไปจนถึงปฏิบัติการทางทหาร
ตามรายงานของนักข่าวการเมืองจากสำนักข่าวตัสนีม ตั้งแต่เริ่มต้นสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับไซออนิสต์ต่ออิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ได้อ้างถึงการโจมตีเกาะคาร์กหรือปฏิบัติการภาคพื้นดิน ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะชะงักงันในสงคราม แต่แผนการเหล่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คิดถึง
หลังจากยึดฐานสอดแนมของสหรัฐฯ นักศึกษาที่ปฏิบัติตามแนวทางของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ได้จับกุมเจ้าหน้าที่สถานทูตเพื่อบังคับให้รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งตัวชาห์กลับไปอิหร่านเพื่อดำเนินคดี และส่งคืนทรัพย์สินของอิหร่านที่เก็บไว้ในต่างประเทศ
ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของจิมมี คาร์เตอร์ ไม่ยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้และแสวงหาวิธีอื่นเพื่อยุติปัญหาตัวประกันชาวอเมริกัน
เอกสารลับที่ซีไอเอและหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยในอีกหลายปีต่อมา แสดงให้เห็นว่า มีการพิจารณาทางเลือกมากมายในการประชุมของสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ตั้งแต่การกดดันทางเศรษฐกิจไปจนถึงปฏิบัติการทางทหาร และแม้แต่แผนการที่อุกอาจ เช่น การลักพาตัวผู้นำการปฏิวัติบางคน
หนึ่งในสถานการณ์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการประชุมเหล่านี้คือ การยึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย
มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการยึดครองเกาะบูมูซี เกาะตุนบ์ใหญ่ และตุนบ์เล็ก เป็นการชั่วคราว รวมถึงการโจมตีแหล่งน้ำมันในคาร์ก
เป้าหมายของมาตรการดังกล่าวคือการสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองต่ออิหร่านเพื่อบังคับให้ปล่อยตัวประกัน
ข้อเสนอบางอย่างถึงกับพูดถึงการโจมตีโดยตรงบนดินแดนอิหร่านหรือการดำเนินการทางทหารแบบจำกัดเพื่อแสดงแสนยานุภาพของสหรัฐฯ
เอกสารที่เปิดเผยออกมาแสดงให้เห็นว่า ในที่สุดเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็ละทิ้งสถานการณ์ดังกล่าว เพราะการโจมตีทางทหารต่าง ๆ ของสหรัฐฯ อาจทำให้ตัวประกันได้รับอันตรายหรือถูกย้ายไปยังสถานที่ที่ไม่ทราบแน่ชัด
นอกจากนี้ ยังมีศักยภาพที่จะจุดชนวนสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน ขยายวงกว้างกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคครั้งใหญ่ และเป็นภัยต่อความมั่นคงของอ่าวเปอร์เซีย
ในเอกสารส่วนหนึ่ง สแตน เทอร์เนอร์ ผู้อำนวยการซีไอเอในขณะนั้น ได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำรอบเกาะคาร์ก ซึ่งซบิกนีเยฟ เบรอซินสกี (ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของคาร์เตอร์) เชื่อว่า จะทำร้ายมิตรประเทศของเราเท่านั้น
เทอร์เนอร์ ผู้อำนวยการซีไอเอในขณะนั้น ยังเชื่อว่า การยึดเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเปอร์เซียจะมีข้อดีมากกว่า แต่บร์เซซินสกีได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญระหว่างการเจรจาว่า "นี่จะทำให้พวกเขาไม่พอใจ พวกเขา (อิหร่าน) มี 'สัญชาตญาณด้านดินแดนที่แข็งแกร่ง' และการโจมตีเกาะคาร์กจะสร้างวิกฤตน้ำมันโลก"
ในขณะนั้น ฮาโรลด์ บราวน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็เชื่อว่า การยึดครองเกาะเล็ก ๆ สามเกาะจะไม่ทำให้เรามีอำนาจต่อรองใด ๆ
แต่ประเด็นสำคัญคือวลีที่บร์เซซินสกีใช้ ; บร์เซซินสกีใช้คำว่า "สัญชาตญาณแห่งดินแดน" เพื่อบ่งชี้ว่า ปฏิกิริยาของอิหร่านจะรุนแรงและควบคุมไม่ได้ และความอ่อนไหวของชาวอิหร่านต่อดินแดนของตนเองนั้น เกินกว่าความรักชาติ
จากเอกสารเหล่านี้ เดวิด โจนส์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ ก็เชื่อเช่นกันว่า การโจมตีทหารอิหร่านอาจทำให้ชาวอิหร่านที่อาจเป็นประโยชน์ต่อเราหันมาต่อต้านเรา
ท้ายที่สุด รัฐบาลคาร์เตอร์ตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันอย่างลับ ๆ แทนการยึดครองดินแดนอิหร่าน ปฏิบัติการนี้เรียกว่า ปฏิบัติการกรงเล็บนกอินทรี (Operation Eagle Claw) วางแผนไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1979 เพียง 2 วันหลังจากกลุ่มนักศึกษาอิหร่านบุกยึดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และเปิดปฏิบัติการ 24 เมษายน ค.ศ.1980 แต่ภารกิจนี้ก็ล้มเหลวในทะเลทรายทาบาส เนื่องจากพายุทรายและการชนกันระหว่างเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบิน
ที่มา : สำนักข่าว อัล อาลัม
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่