ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้ปฏิเสธการปิดล้อมอิหร่านของสหรัฐฯ อย่างเปิดเผย โดยประกาศว่า การเจรจาต้องเป็นไปอย่าง “เป็นระบบ” และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทูต ไม่ใช่แรงกดดันทางทหารหรือการบีบคั้นทางเศรษฐกิจ
ประธานาธิบดี มาครง กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ที่ผ่านมา ในการประชุมสภายุโรปอย่างไม่เป็นทางการที่ไซปรัส ว่า เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพในอิหร่านและเลบานอน พร้อมเรียกร้องให้มีการเจรจาทางการทูตอย่างแท้จริง เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเตหะราน
ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่า “การเจรจากับอิหร่านต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ผ่านการปิดล้อมหรือมาตรการที่คล้ายคลึงกัน”
มาครงยืนยันว่า ฝรั่งเศสและอังกฤษกำลังประสานงานทางทหารและเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเน้นย้ำว่า ปารีสกำลังปฏิบัติตามความรับผิดชอบในเรื่องนี้
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากสงครามขนาดใหญ่และไร้เหตุผลต่ออิหร่าน โดยสังหารผู้นำการปฏิวัติอิสลามอิหร่านและผู้บัญชาการทหารระดับสูงอีกหลายคน
เพื่อตอบโต้ กองทัพอิหร่านได้ทำการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่เป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นเวลากว่า 40 วัน ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมาก
การต่อต้านอย่างไม่ย่อท้อของอิหร่านได้ทำลายแผนการของผู้รุกราน บีบให้พวกเขาต้องยอมรับการหยุดยิงในวันที่ 7 เมษายน ซึ่งวอชิงตันได้ขยายเวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนดในวันที่ 21 เมษายน
คำกล่าวของมาครง เป็นหลักฐานแสดงถึงความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ของตะวันตก หลังจากได้เห็นแสนยานุภาพในการป้องกันประเทศที่ไม่ย่อท้อของอิหร่าน และราคาอันแสนสาหัสที่ระบอบไซออนิสต์และผู้บงการชาวอเมริกันต้องจ่าย แม้แต่ยุโรปก็กำลังพยายามถอยห่างจากความล้มเหลวของการปิดล้อมที่ส่งผลร้ายอย่างร้ายแรง
ข้อเรียกร้องของฝรั่งเศสเรื่อง “การเจรจาอย่างเป็นระบบ” สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยืนกรานมาโดยตลอดว่า อิหร่านจะไม่ยอมนั่งเจรจาภายใต้การข่มขู่ การคว่ำบาตร หรือการใช้กำลังทางทหาร
ข้อตกลงที่แท้จริงใด ๆ ก็ตามจะต้องเคารพสิทธิอธิปไตยของเตหะราน รวมถึงโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพและระบบป้องปรามขีปนาวุธที่ชอบด้วยกฎหมาย
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่