มีรายงานว่า เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พยายามขอข้อมูลเชิงลึกแบบ 'ตรงไปตรงมาและไม่มีการคัดกรอง' จากบรรดานายพลอเมริกัน เกี่ยวกับสงครามรุกรานอิหร่าน ในขณะที่การสู้รบยังคงยืดเยื้อ ขณะที่คลังอาวุธของสหรัฐฯ ที่กำลังลดน้อยลงเรื่อย
หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ที่ผ่านมา โดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทั้งในอดีตและปัจจุบันหลายคนว่า แวนซ์ ได้โทรศัพท์สายตรงเป็นการส่วนตัวไปยังผู้บัญชาการทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตก (ตะวันออกกลาง) รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารในยุโรปและเอเชีย เพื่อขอทราบมุมมองส่วนตัวของแต่ละคนที่มีต่อสถานการณ์สงคราม
รายงานระบุว่า การต่อสายตรงดังกล่าวเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสงครามเปิดฉากขึ้น และยังคงดำเนินต่อไปตลอดช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เนื่องจากปฏิบัติการโจมตีทางทหารได้ยืดเยื้อเกินกว่ากรอบเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ที่ทางผู้วางแผนของกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) ได้ตั้งงบประมาณและประเมินไว้ในตอนแรก
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ในระหว่างการหารือ ซึ่งครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น เป้าหมาย, กลยุทธ์, การประเมินยอดผู้เสียชีวิต และความเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นของฝ่ายอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ แวนซ์ยังได้ขอให้สรุปบัญชีโดยละเอียดเกี่ยวกับจำนวนอาวุธที่เหลืออยู่ในคลังของผู้บัญชาการแต่ละแห่ง รวมถึงซักถามว่า การโยกย้ายอาวุธไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันตก (ตะวันออกกลาง) จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของพวกเขาในการป้องปรามจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ อย่างไรด้วย
รายงานระบุว่า 'ในประเด็นสุดท้ายนี้ บรรดาผู้บัญชาการทหารได้ตอบอย่างตรงไปตรงมา โดยพวกเขากังวลมากที่สุดเกี่ยวกับคลังขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต (Patriot) ที่ร่อยหรอลง ซึ่งขีปนาวุธนี้ ถือเป็นกระดูกสันหลังของระบบป้องกันภัยทางอากาศของพวกเขา และเมื่อถึงช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่ปฏิบัติการแห่งหนึ่งเหลือขีปนาวุธดังกล่าวไม่ถึง 100 ลูกด้วยซ้ำ
สงครามยังทำให้คลังระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีกองทัพบก (ATACMS) ของยุทธบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีระยะยิงไกลถึง 190 ไมล์ ขาดแคลนลงอย่างหนัก รวมถึงคลังขีปนาวุธโจมตีแม่นยำสูง (PrSM) ที่ตั้งเป้าเอาไว้ว่า จะนำมาใช้ทดแทนขีปนาวุธรุ่นเก่าด้วย โดยบรรดาผู้บัญชาการทหารได้บอกกับรองประธานาธิบดีว่า คลังอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดเหล่านี้ ลดต่ำลงอย่างมากที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็นมา
การประเมินสถานการณ์ที่รุนแรงขั้นวิกฤตของผู้บัญชาการทหารเหล่านั้น ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ได้ประกาศ 'ชัยชนะ' ในสงครามที่ผิดกฎหมายนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า และปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับคลังอาวุธที่กำลังลดลงอย่างมาก
รายงานระบุว่า 'มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างการประเมินสถานการณ์เป็นการส่วนตัวอันน่าเคร่งเครียดที่ แวนซ์ ได้รับ กับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ได้แถลงต่อสาธารณชน โดยทรัมป์ ยังคงกล่าวอ้างอย่างเป็นเท็จต่อไปว่า สหรัฐฯ ได้ชนะสงครามครั้งนี้แล้ว
ทั้งนี้ แวนซ์ คัดค้านสงครามกับอิหร่านมาตั้งแต่แรกเริ่ม อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้แสดงความอึดอัดใจออกมาอย่างเปิดเผย แต่กลับปกป้องการตัดสินใจของทรัมป์ อย่างแข็งขันในระหว่างการปรากฏตัวต่อสาธารณชน
รายงานระบุว่า ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงแห่งชาติอย่างจำกัดก่อนก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ในตอนนี้แวนซ์ 'กำลังจมดิ่งอยู่กับสงครามที่สิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลและยังหาข้อสรุปไม่ได้ ซึ่งอาจกลายเป็นเงาตามตัวเขาในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 2028 ที่อาจเกิดขึ้นได้
สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเริ่มสงครามรุกรานอิหร่านอย่างผิดกฎหมายเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
สี่สิบวันต่อมา ในวันที่ 8 เมษายน ศัตรูทั้งสองถูกบังคับให้ยอมรับการหยุดยิงท่ามกลางการต่อต้านของอิหร่าน ปฏิบัติการตอบโต้ที่ประสบความสำเร็จ และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างแข็งแกร่ง
ในเดือนกรกฎาคม สหรัฐอเมริกาได้โจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงต่ออิหร่านและปิดล้อมทางทะเลของประเทศ ซึ่งเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MoU) กับสาธารณรัฐอิสลามที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติสงคราม
เพื่อตอบโต้ กองทัพอิหร่านได้โจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของอเมริกาในเอเชียตะวันตกอย่างรุนแรง และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่