หากต้องการได้รับความเมตตา ก็จงเริ่มต้นด้วยความมีเมตตา
หากต้องการได้รับความเมตตา ก็จงเริ่มต้นด้วยความมีเมตตา

อิสลามเป็นศาสนาแห่งความเมตตา รากฐานสำคัญที่สอนให้มุสลิมขจัดความใจดำ ความเห็นแก่ตัว และความแข็งกระด้างออกจากจิตใจ แล้วแทนที่ด้วยความโอบอ้อมอารี เพราะหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งรอบตัว คือหัวใจที่ใกล้ชิดกับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้ามากที่สุด

    หนึ่งในฮะดีษ (วจนะ) ที่สำคัญและลึกซึ้งที่สุดในอิสลาม ซึ่งเน้นย้ำในเรื่องของ "ความเมตตากรุณา" โดยที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

              الرَّاحِمُونَ يَرْحَمُهُمُ الرَّحْمَنُ، ارْحَمُوا مَنْ فِي الْأَرْضِ يَرْحَمْكُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ

     "บรรดาผู้ที่มีความเมตตา (ต่อผู้อื่น) นั้น พระผู้ทรงเมตตา (อัลลอฮ์) ก็จะทรงเมตตาพวกเขา จงเมตตาต่อผู้ที่อยู่บนหน้าแผ่นดินเถิด แล้วผู้ที่อยู่ในฟากฟ้าก็จะทรงเมตตาพวกท่าน"  (มีซานุลฮิกมะฮ์, เรย์ ชะฮ์รี)

 

คำอธิบายใจความสำคัญ

     ฮะดีษบทนี้สอนหลักการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติตนต่อสิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้า มุ่งเน้นไปที่การสร้าง "ความเมตตากรุณา" ในหัวใจของมนุษย์ และชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ของการมีจิตใจที่เมตตา โดยสามารถแบ่งคำอธิบายออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ :

 

การตอบแทนตามการกระทำ (ผลสะท้อนของความดี)

      ▪️ الرَّاحِمُونَ يَرْحَمُهُمُ الرَّحْمَنُ : "บรรดาผู้ที่มีความเมตตา (ต่อผู้อื่น) นั้น พระผู้ทรงเมตตา (อัลลอฮ์) จะทรงเมตตาพวกเขา"

      ▪️ ประโยคนี้เป็นการบอกกฎแห่งผลกรรมในทางธรรม คือ "รางวัลและการตอบแทนจากพระองค์จะสอดคล้องกับพฤติกรรมของเรา" หากเราต้องการได้รับความรัก ความเมตตา และการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง เราก็จำเป็นต้องเริ่มจากการเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตาต่อผู้อื่นก่อน

 

เมตตาต่อ "ทุกสรรพสิ่ง" บนโลก

     ▪️ ارْحَمُوا مَنْ فِي الْأَرْضِ : "จงเมตตาต่อผู้ที่อยู่บนหน้าแผ่นดิน"

     ▪️คำว่า "ผู้ที่อยู่บนหน้าแผ่นดิน" (مَنْ فِي الْأَرْضِ) ในทางภาษาอาหรับมีความหมายที่กว้างมาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเพื่อนมนุษย์ มุสลิม หรือญาติพี่น้องเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคนยากจน คนต่างศาสนิก สัตว์เดรัจฉาน หรือแม้กระทั่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

▪️การไม่รังแกสัตว์ การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และการมีจิตใจที่อ่อนโยน ล้วนรวมอยู่ในข้อนี้

 

ความเมตตาจากฟากฟ้า

     ▪️ يَرْحَمْكُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ : "แล้วผู้ที่อยู่ในฟากฟ้าก็จะทรงเมตตาท่าน"

     ▪️คำว่า "ผู้ที่อยู่ในฟากฟ้า" หมายถึง อัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า (รวมถึงการขอดุอาอ์และสรรเสริญจากบรรดามลาอิกะฮ์บนฟากฟ้าด้วย)

     ▪️เมื่อมนุษย์แสดงความเมตตาต่อสิ่งถูกสร้างที่ต่ำกว่าตัวเขา พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสูงส่ง ก็จะทรงหลั่งไหลความเมตตาอันหาที่สุดไม่ได้ลงมาให้แก่เขา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

 

สรุปบทเรียนที่ได้รับ

     ฮะดีษนี้ต้องการขจัดความแข็งกระด้างออกจากหัวใจของมนุษย์ และส่งเสริมให้สังคมอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเกื้อกูลกัน โดยมีหลักคิดสำคัญว่า "หากเราอยากให้พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาเรา เราต้องรู้จักเมตตาผู้อื่นก่อน"

     อิสลามเป็นศาสนาแห่งความเมตตา หะดีษบทนี้นับเป็นรากฐานสำคัญที่สอนให้มุสลิมขจัดความใจดำ ความเห็นแก่ตัว และความแข็งกระด้างออกจากจิตใจ แล้วแทนที่ด้วยความโอบอ้อมอารี เพราะหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งรอบตัว คือหัวใจที่ใกล้ชิดกับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้ามากที่สุด


บทความ : เชคมูฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2017 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 118 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31628158
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1744
11468
46654
31477753
335865
304350
31628158

พฤ 29 ต.ค. 2026 :: 05:23:55