เยเมน : ไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัย’ ในซาอุดีอาระเบีย แหล่งผลิตพลังงานทั้งหมดคือเป้าหมายที่ชอบธรรม
เยเมน : ไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัย’ ในซาอุดีอาระเบีย แหล่งผลิตพลังงานทั้งหมดคือเป้าหมายที่ชอบธรรม

สมาชิกอาวุโสของขบวนการอันซอรุลลอฮ์ (กลุ่มฮูซี) แห่งเยเมน ได้ออกมาเตือนว่า ไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัยในซาอุดีอาระเบียอีกต่อไป พร้อมระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของราชอาณาจักรแห่งนี้คือเป้าหมายที่ชอบธรรม

    ฮิซาม อัล-อัสซาด สมาชิกสภาการเมืองของขบวนการอันซอรุลลอฮ์แห่งเยเมน กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน อุตสาหกรรม และส่วนสำคัญอื่น ๆ ทั่วซาอุดีอาระเบียไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการโจมตีของซาอุดีอาระเบียต่อทัณฑสถานแห่งหนึ่งในจังหวัด อัล เญ๊าฟ์ (al-Jawf) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่าสิบราย ซึ่งรวมถึงเด็กที่มาเยี่ยมญาติคนหนึ่งด้วย

    อัสซาดกล่าวว่า “พื้นที่แหล่งผลิตน้ำมัน แหล่งอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วซาอุดีอาระเบียไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

    เขายังได้เตือนอีกว่า คำขู่นี้อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงต่อราชอาณาจักรแห่งนี้ โดยกล่าวว่า 'อนาคตของการลงทุนในซาอุดีอาระเบียกำลังเสี่ยงที่จะถูกทำลาย

    คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทางการซาอุดีอาระเบียรายงานว่า สถานที่หลายแห่งซึ่งถูกระบุว่าเป็น 'พื้นที่พลเรือนและเศรษฐกิจ' ได้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีในเมืองอับฮา (Abha), คามิส มูชาอิต (Khamis Mushait), จาซาน (Jazan) และนัจรอน (Najran) โดยทางการอ้างว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 73 ราย จากผลของการโจมตีเหล่านี้

    ในขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในสถานที่หลายแห่งทางภูมิภาคตอนใต้ และทำให้การดำเนินงานบางส่วนต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว

    เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พลตรี ยะห์ยา ซารีอ์ โฆษกกองทัพเยเมน (กลุ่มฮูซี) แถลงว่า ระบอบการปกครองของริยาดได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศรอบใหม่ และก่อเหตุสังหารหมู่เพิ่มเติมในเยเมน ควบคู่ไปกับการปิดล้อมอย่างเข้มงวดต่อประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้แห่งนี้

    เขาชี้ให้เห็นว่า การก่อการร้ายครั้งล่าสุดของซาอุดีอาระเบียต่อเยเมนนั้น รวมถึงการโจมตีที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในจังหวัด อัล เญ๊าฟ์ (al-Jawf) ทางตอนเหนือ, การบินลาดตระเวนตรวจการณ์เหนือพื้นที่หลายอำเภอ และการส่งยุทโธปกรณ์ประเภทต่าง ๆ ให้กับกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรของซาอุดีอาระเบีย

    ซารีอ์ให้คำมั่นว่า กองกำลังทหารเยเมนจะไม่ปล่อยให้การก้าวร้าวรุกรานของซาอุดีอาระเบียผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้

    แหล่งข่าวจากเยเมนยังเปิดเผยอีกว่า การตอบโต้ต่อการโจมตีและอาชญากรรมของซาอุดีอาระเบียจะยังคงดำเนินต่อไป

    สมาชิกกลุ่มอันซอรุลลอฮ์รายงานว่า กองทัพเยเมนได้เปิดฉากโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียในจังหวัดอัล เญ๊าฟ์

    มูฮัมมัด อัล-ฟาราห์ สมาชิกสภาการเมืองของขบวนการอันซอรุลลอฮ์ เปิดเผยว่า กองทัพเยเมนสามารถตีโต้รุกไล่การบุกคืบของกองกำลังที่สนับสนุนโดยซาอุดีอาระเบีย ที่มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาอัล-บานัต ทางตะวันออกของจังหวัดอัล-เญ๊าฟ์ ได้สำเร็จ

    เขาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า กองกำลังเสริมและยุทโธปกรณ์ทางทหารของกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียในจังหวัดอัล-เญ๊าฟ์ ได้ตกเป็นเป้าหมายโดยขีปนาวุธนำวิถี หรือขีปนาวุธบอลลิสติก (ballistic missiles) หลายลูก

    สภาการเมืองสูงสุดของเยเมนได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุทิ้งระเบิดของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียในจังหวัดอัล-เญ๊าฟ์ พร้อมทั้งประกาศให้ระบอบการปกครองของซาอุดีอาระเบียต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ตามมาทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบ

    แถลงการณ์ระบุว่า เราถือว่า อาชญากรรมครั้งนี้เป็นการยกระดับสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งศัตรูอย่างซาอุดีอาระเบียต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด รวมถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาหลังจากนี้ด้วย

    แถลงการณ์เพิ่มเติมว่า การโจมตีพลเรือนและนักโทษ และการละเมิดอธิปไตยของสาธารณรัฐเยเมน “จะไม่มีวันได้รับการปล่อยผ่านไปโดยไม่ได้รับโทษ”

    สภาฯ ย้ำชัดว่าเยเมนจะไม่ยอมอยู่เฉยเมื่อเผชิญกับการยกระดับความก้าวร้าวรุกรานของซาอุดีอาระเบีย ภายใต้กรอบสิทธิ์อันชอบธรรมและเต็มรูปแบบในการปกป้องประชาชน อธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศตน

    สภายังเตือนอีกว่า ระบอบซาอุดีอาระเบียต้องเข้าใจว่า การเพิ่มระดับการรุกรานใด ๆ จะมีผลตามมา และหากริยาดยังคงดำเนินไปในเส้นทางนี้ สถานการณ์จะเข้าสู่ระยะใหม่ ซึ่งฝ่ายซาอุดีอาระเบียจะต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่

    ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงในหลายแนวรบในเมืองตาอิซและจังหวัดฮูดัยดาห์ที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งจากกองทัพเยเมนและทหารรับจ้างที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย

    การสู้รบได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในหลายจังหวัดของเยเมนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

    เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม รัฐบาลซานาประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้ "การปิดล้อมที่ไม่เป็นธรรมและกดขี่" ของริยาดต่อเยเมนเป็นเวลาเกือบ 12 ปี "การใช้ทรัพยากรของเราอย่างไม่เป็นธรรมและการปิดล้อมอย่างสมบูรณ์"

    ต่อมา กองกำลังติดอาวุธของเยเมนได้ประกาศความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจหลายครั้งที่มุ่งเป้าไปที่เรือที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง

    ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 ซาอุดีอาระเบียพร้อมด้วยพันธมิตรได้ปิดล้อมเยเมน และเปิดฉากโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนทางทหาร การเมือง และการขนส่งจากสหรัฐอเมริกาและบางประเทศตะวันตก

    ชาวเยเมนหลายหมื่นคนเสียชีวิต แต่ซาอุดีอาระเบียไม่ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายหลัก คือการฟื้นฟูระบอบการปกครองหุ่นเชิดที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของตน


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 242 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31054093
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4962
12273
24983
30971502
66150
362837
31054093

อ 08 ก.ย. 2026 :: 17:52:41