เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของอิหร่าน ได้ยืนยันว่า เตหะรานกำลังรับมือกับการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในฐานะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งถือว่าตนเองอยู่ในสภาวะสงครามกับสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อให้ดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดในการทำลายการปิดล้อม
สำนักข่าวฟาร์ส ได้รายงานอ้างอิงคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของอิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านตั้งสมมติฐานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และมองว่า การแสดงท่าทีทางการทูตของสหรัฐฯ นั้นหมดความน่าเชื่อถือแล้วไปแล้ว เขาย้ำว่า เตหะรานมองตัวเองว่า อยู่ในภาวะสงครามกับสหรัฐอเมริกา และมองว่าการปิดล้อมทางเศรษฐกิจและทางทะเลเป็นการรุกรานทางทหารอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ความเข้าใจนี้ได้รับการตอกย้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสุนทรพจน์ของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กรุงเอเธนส์ ซึ่งอิหร่านมองว่า คำกล่าวในสุนทรพจน์นั้นเป็นการให้ความชอบธรรมทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมในการทำสงครามต่อต้านอิหร่าน
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังได้ระบุอีกว่า "บรรดาผู้นำและกลุ่มชนชั้นนำในอิหร่านต่างได้ข้อสรุปและเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่แล้วว่า นโยบายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นถูกบงการมาจากกรุงเทลอาวีฟ" พร้อมทั้งมองว่า "อิสราเอล" จะไม่มีวันยอมให้สหรัฐอเมริกา บรรลุข้อตกลงหรือหาทางออกทางการทูตใด ๆ ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้กล่าวเสริมว่า แรงกดดันกำลังทวีความรุนแรงขึ้นในหมู่ประชาชนอิหร่านทุกภาคส่วน เพื่อให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดในการทำลายการปิดล้อม โดยอาศัยอำนาจตามสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย
และในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโอกาสที่การเผชิญหน้าจะขยายวงกว้างขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเน้นย้ำว่า การปะทุของสงครามเต็มรูปแบบและการดำเนินปฏิบัติการลอบสังหาร จะหมายความว่า การโจมตี 'บัญชีเป้าหมายทางการเมือง' ของสหรัฐฯ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
ที่มา : สำนักข่าวอัล อาลัม
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่