เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ระบุ นโยบายก้าวร้าวของอิสราเอลจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีของเนทันยาฮู
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ระบุ นโยบายก้าวร้าวของอิสราเอลจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีของเนทันยาฮู

เชค อาลี ดามูช  ประธานสภาบริหารของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ กล่าวว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายที่ก้าวร้าวของอิสราเอลอย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนชุดคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ก็ตาม

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮิซบุลลอฮ์ ระบุเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) ว่า “ธรรมชาติที่ต้องการขยายดินแดนของศัตรูไซออนิสต์จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพียงเพราะการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและกระแสการเมืองของฝ่ายบริหาร คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับการเลือกตั้งรัฐสภาในดินแดนที่ถูกอิสราเอลยึดครอง รวมถึงการเปลี่ยนนโยบายที่มีต่อเลบานอนและพื้นที่ส่วนที่เหลือของเอเชียตะวันตก ถือเป็นเรื่องเท็จและเข้าใจผิด”

    เขาเสริมว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่ของอิสราเอลต่างเห็นพ้องต้องกันในเรื่องการเวนคืนที่ดินของชาวปาเลสไตน์ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การก้าวร้าวรุกราน และการปฏิเสธสิทธิที่ไม่อาจพรากไปได้ของชาวปาเลสไตน์

    เชค ดามูช ชี้ให้เห็นว่า “ไม่มีความแตกต่างกันมากนักระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ของอิสราเอล เมื่อเป็นเรื่องของจุดยืนพื้นฐาน”

    เมื่อเช้ามืดวันศุกร์ คณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง (CEC) ได้เผยแพร่ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของการลงคะแนนเสียงเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม

    ทั้งกลุ่มการเมืองของเนทันยาฮูและพรรคร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยกาดี ไอเซนคอต (Gadi Eisenkot) ต่างก็ไม่ได้รับเสียงข้างมากตามที่กำหนดในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังได้ปฏิเสธ และตัดความเป็นไปได้ในการร่วมงานกับพรรคการเมืองที่มีชาวอาหรับเป็นแกนนำ อย่างพรรครวมอาหรับ (United Arab List หรือ Ra’am) หรือพรรคพันธมิตรร่วม (Joint List)

    กลุ่มพันธมิตรร่วมรัฐบาลของเนทันยาฮูได้รับที่นั่ง 53 ที่นั่งในสภาเนสเซต (Knesset) ที่มีสมาชิกทั้งหมด 120 คน ในขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยไอเซนคอตได้รับไป 48 ที่นั่ง

    ส่วนพรรค Ra’am และกลุ่ม Joint List ได้ที่นั่งรวมกันทั้งสิ้น 19 ที่นั้ง

    ทั้งนี้ พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้นั้น จำเป็นต้องครองที่นั่งอย่างน้อย 61 ที่นั่ง

    จากผลการเลือกตั้งที่ไม่มีฝ่ายใดได้เสียงข้างมาก ส่งผลให้เนทันยาฮูยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไป

เลบานอนควรให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับอิหร่าน

    นอกจากนี้ ในระหว่างการกล่าวถ้อยแถลงเมื่อวันศุกร์ เชค ดามูช ยังได้ชื่นชมสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านที่ให้การสนับสนุนเลบานอน รวมถึงช่วยเหลือในการปลดปล่อยดินแดนเลบานอนที่ถูกอิสราเอลยึดครอง และร่วมเผชิญหน้ากับการรุกรานอย่างโจ่งแจ้งของระบอบดังกล่าว หัวหน้าสภาบริหารของฮิซบุลลอฮ์กล่าวว่า การขยายความสัมพันธ์กับอิหร่านเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับเลบานอน โดยเน้นย้ำว่า การเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านนั้น พรรคการเมืองทุกพรรคในเลบานอนจำเป็นต้องเข้าใจพัฒนาการในภูมิภาคอย่างถ่องแท้และใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นั้นเพื่อผลประโยชน์ของชาติ

    เชค ดามูช กล่าวว่า “แม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็ง สนับสนุน และมีความรับผิดชอบ ซึ่งปกป้องสิทธิของพลเมืองเลบานอนทุกคนบนพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่การต่อต้านด้วยอาวุธเป็นสิทธิอันชอบธรรมและเป็นธรรมชาติในการเผชิญหน้ากับศัตรูไซออนิสต์ในขณะที่อธิปไตยของชาติถูกโจมตีและรัฐบาลเบรุตไม่สามารถปลดปล่อยดินแดนที่ถูกยึดครองที่เหลืออยู่จากเงื้อมมือของอิสราเอลได้”  

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮิซบุลลอฮ์เน้นย้ำว่า อาวุธที่ใช้ในการต่อต้านนั้นใช้เพื่อปลดปล่อยดินแดนเลบานอนที่ถูกอิสราเอลยึดครอง ช่วยเหลือครอบครัวผู้พลัดถิ่นให้กลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิม และรับประกันการฟื้นฟูบูรณะเท่านั้น

    เชค ดามูช กล่าวว่า “เมื่อบรรลุเป้าหมายทั้งหมดเหล่านี้แล้ว จะมีโอกาสในการเจรจากับทุกฝ่ายที่มุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงของเลบานอน”


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 144 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31652653
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6245
10051
71149
31477753
360360
304350
31652653

ส 31 ต.ค. 2026 :: 15:18:01