หัวหน้าที่ปรึกษาของผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เคลื่อนย้ายเรือรบและยุทโธปกรณ์ทางเรือออกห่างจากชายแดนของอิหร่านไปไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ในช่วงสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า กองกำลังอิหร่านได้ตอบโต้อย่างรวดเร็วต่อความพยายามใด ๆ ที่จะจะรุกล้ำเข้ามาใกล้ภูมิภาคนี้
พลเรือตรี อาลี ฟาดาวี กล่าวถ้อยแถลงเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ที่ผ่านมา โดยพูดถึงมิติทางเศรษฐกิจและการเมืองในการเผชิญหน้าระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน โดยระบุว่า สหรัฐฯ ได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดต่ออิหร่าน แต่ก็ล้มเหลวในการทำให้อิสราเอลยอมละทิ้งเป้าหมายของตน หรือยอมสยบต่อแรงกดดันดังกล่าว
เขากล่าวเสริมว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เอง ก็ออกมายอมรับอย่างเปิดเผยเช่นกันถึงความพ่ายแพ้ทางการเมืองของวอชิงตัน
พลเรือตรี ฟาดาวี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอ่าวเปอร์เซียและขีดความสามารถทางเรือของอิหร่าน โดยกล่าวว่า กองทัพอเมริกันได้ถอนเรือรบและยุทโธปกรณ์ทางเรืออื่น ๆ ออกห่างจากชายแดนของอิหร่านไปไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรในช่วงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
เขากล่าวเสริมว่า เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาส่งสัญญาณหรือพยายามที่จะขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น กองทัพของอิหร่านก็พร้อมตอบโต้อย่างทันท่วงทีและรวดเร็วในทันที
คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ พลตรี มุสตาฟา อิซาดิ รองผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ล่าถอยออกห่างจากอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมานไปไกลกว่า 500 กิโลเมตร เนื่องจากความกลัวต่ออิหร่าน พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าระยะห่างดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบันของวอชิงตัน
พลตรี อิซาดิ กล่าวว่า บรรดาประเทศในภูมิภาคต่างตระหนักแล้วว่า การคงอยู่ของกองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นคง แต่อาจส่งผลกระทบและบ่อนทำลายความมั่นคงแทน นอกจากนี้เขายังระบุว่า กองทัพของอิหร่านมีความพร้อมและเฝ้าระวังมากขึ้นผ่านความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน อิหร่านก็ได้เรียนรู้และเข้าใจยุทธวิธีของฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างดี
ที่มา : สำนักข่าว ตัสนีม
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่