นักวิชาการอังกฤษกล่าวกับกลุ่มอาชญากรไซออนิสต์ว่า จะไม่มีทางหนีจากขบวนการยุติธรรมได้
นักวิชาการอังกฤษกล่าวกับกลุ่มอาชญากรไซออนิสต์ว่า จะไม่มีทางหนีจากขบวนการยุติธรรมได้

นักวิชาการชาวอังกฤษและนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนปาเลสไตน์ประณามกลุ่มและบุคคลไซออนิสต์อย่างรุนแรงสำหรับบทบาทของพวกเขาในการเป็นผู้นำหรือสนับสนุนการโจมตีสังหารล้างเผ่าพันธุ์ที่ดำเนินอยู่ของระบอบการปกครองอิสราเอลในภูมิภาคเอเชียตะวันตก โดยระบุว่า พวกเขามุ่งเป้าไปที่กลุ่มไซออนิสต์พร้อมเปิดโปงความพยายามและเจตนาในการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ของพวกเขา

    คำพูดของเดวิด มิลเลอร์ที่โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ทวิตเตอร์ เมื่อวันอังคาร (25 มี.ค.) เกิดขึ้นท่ามกลางข้อกล่าวหาอีกครั้งจากคณะกรรมการผู้แทนชาวยิวในอังกฤษที่สนับสนุนอิสราเอล ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษดำเนินการกับเขา

    มิลเลอร์ ซึ่งเป็นอดีตนักวิชาการผู้ถูกเซ็นเซอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการวิพากษ์วิจารณ์ลัทธิไซออนิสต์และความรุนแรงของกลุ่มไซออนิสต์อย่างเปิดเผย ได้ประกาศว่า “ขบวนการไซออนิสต์ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสมาชิก ผู้ให้ทุน และผู้นำ จะต้องเผชิญหน้ากับความยุติธรรมและความรับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ขบวนการได้ก่อขึ้นในเลแวนต์ (ลิแวนต์ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า อัชชาม ตามความหมายดั้งเดิมหมายถึงบริเวณเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก) ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา”

    ลิแวนต์ (Levant) หมายความถึงพื้นที่อันกว้างใหญ่ของเอเชียตะวันตก ซึ่งรวมถึงปาเลสไตน์ เลบานอน และซีเรีย ซึ่งระบอบการปกครองกำลังก่อให้เกิดสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างยืดเยื้อหรือรุกรานจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

    “จะไม่มีทางหนีจากความยุติธรรมได้” เขากล่าวเสริม “การดำเนินคดี การออกหมายจับระหว่างประเทศ และผลทางกฎหมายที่คาดคิดได้ทั้งหมดจะถูกลงโทษ การข่มขืน การทรมาน การจำคุก การโจมตี และการลักขโมยของกลุ่มไซออนิสต์ที่ไม่หยุดหย่อนนี้มีราคาที่ต้องจ่าย และราคาที่ต้องจ่ายก็คือการเดินหน้าเพื่อความยุติธรรมอย่างไม่ลดละสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง”

    คำกล่าวของนักวิชาการกล่าวถึงการที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้ออกหมายจับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการทหาร โยอาฟ กัลแลนต์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากเทลอาวีฟมาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566

    การโจมตีทางทหารอันโหดร้าย ร่วมกับสงครามของอิสราเอลอีกครั้งกับเลบานอน ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นในซีเรียและเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ทำให้เกิดการชุมนุมเรียกร้องเพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์หลายครั้งที่เรียกร้องให้ยุติการรุกรานที่ไม่ลดละ และให้เจ้าหน้าที่อิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว

    แถลงการณ์ของมิลเลอร์ ตามมาหลังจากที่กลุ่มล็อบบี้ไซออนิสต์พยายามปิดปากการเคลื่อนไหวของเขาอีกครั้ง รวมถึงคณะผู้แทนชาวยิวในอังกฤษที่ได้เขียนจดหมายถึงกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรกล่าวหาว่าเขา "ยุยงให้เกิดความรุนแรง" ต่อบุคคลและสถาบันชาวยิวในอังกฤษ โดยไม่ได้เอ่ยถึงการประท้วงอย่างสันติเพื่อต่อต้านกลุ่มไซออนิสต์ที่สนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    ในวันอังคารที่ผ่านมา คณะกรรมการยังได้โจมตีมิลเลอร์ บนโพสต์บนแฟลตฟอร์ม X โดยพยายามโจมตีการรณรงค์ของเขาว่าเป็นวิธีการ "ยุยงให้เกิดความรุนแรง" มากกว่าการเคลื่อนไหวเพื่อชาวปาเลสไตน์อย่างสันติ

    โดยอ้างถึงการที่เขาเข้าร่วมงานศพของนายซัยยิด ฮัสซัน นัสรุลลอฮ์ อดีตเลขาธิการกลุ่มต่อต้านฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ซึ่งถูกลอบสังหารโดยระบอบการปกครองอิสราเอลเมื่อปีที่แล้ว

    หน่วยงานดังกล่าวระบุว่า กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ซึ่งยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อต่อต้านการทวีความรุนแรงของอิสราเอล เป็น "กลุ่มก่อการร้ายที่ถูกห้าม" โดยอ้างถึงสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอื่น ๆ ของระบอบอิสราเอล เช่น สหราชอาณาจักรที่ประณามกลุ่มนี้ในแง่ดังกล่าว

    มิลเลอร์เพิ่งเข้าร่วมงานศพอันยิ่งใหญ่ ซึ่งมีผู้คนและเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคและนานาชาติเข้าร่วมนับพันคน ขณะเดียวกันมิลเลอร์ได้ระบุว่า ‘ขบวนการไซออนิสต์ทั้งหมดทั่วโลก’ ต้องรับผิดชอบต่อ ‘การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ และควร ‘เป็นเป้าหมาย’

    ขณะที่มิลเลอร์ได้เรียกร้องให้ขบวนการไซออนิสต์ทั่วโลกรับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมเรียกร้องให้มีการบริหารกระบวนการยุติธรรมและกดดันให้ผู้นำไซออนิสต์รับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าว ทว่าตัวเขาเองกลับไม่ได้เสนอส่วนที่ "ควรจะเป็นเป้าหมาย" ตามที่คณะกรรมการอ้างว่าเขาได้เสนอไป

    นอกจากนี้ ยังระบุว่า นักวิชาการได้เน้นย้ำว่า ชาวยิวในอังกฤษส่วนใหญ่นั้น มี “ความผูกพันอันสำคัญและเป็นส่วนตัวกับอิสราเอล”

    ในขณะที่คำพูดของมิลเลอร์มักจะมุ่งเน้นไปที่ไซออนิสต์ในฐานะขบวนการทางการเมืองมากกว่าปัจเจกบุคคลชาวยิวในวงกว้าง

    คณะกรรมการยังชี้ไปที่แถลงการณ์อีกฉบับหนึ่งของมิลเลอร์ ซึ่งเขากล่าวว่า "การประท้วงยังไม่เพียงพอ... มีไซออนิสต์อยู่ทุกหนทุกแห่ง ในทุกเมือง... ค้นหาว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน"

    องค์กรต่าง ๆ ระบุว่า ความคิดเห็นเหล่านี้คือ "ภาษาที่คุกคาม" และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงทันที

    อย่างไรก็ตาม มิลเลอร์ยืนยันว่าคำพูดของเขาถูกบิดเบือนความจริงในความพยายามโดยเจตนาที่จะปิดปากเสียงที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์

    เขาได้อ้างถึงความพยายามทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มไซออนิสต์ในการทำให้การวิพากษ์วิจารณ์ระบอบการปกครองอิสราเอลเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงที่กว้างขึ้นในการปราบปรามการอภิปรายเกี่ยวกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในปาเลสไตน์

    ถ้อยแถลงล่าสุดของเขาสอดคล้องกับคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น ๆ ที่สนับสนุนปาเลสไตน์ว่าอุดมการณ์ของไซออนิสต์มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับนโยบายที่เหยียดเชื้อชาติ

    ผู้สังเกตการณ์โต้แย้งว่า เจ้าหน้าที่กลุ่มไซออนิสต์ส่งเสริมและเป็นผู้นำนโยบายดังกล่าวเพื่อพยายามหาเหตุผลในการรุกรานทางทหารเพื่อให้เกิดรูปแบบการกดขี่และการกวาดล้างชาติพันธุ์ที่กว้างขวางขึ้น

    การปะทะกันของมิลเลอร์กับทางการสหราชอาณาจักรและกลุ่มล็อบบี้ไซออนนิสต์รุนแรงขึ้นนับตั้งแต่เขากลับมาจากเลบานอน

    เมื่อเขากลับมาจากเลบานอน เขาได้เปิดเผยในรายงานพิเศษว่า ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษได้ร่วมมือกับกลุ่มไซออนิสต์ควบคุมตัวและสอบสวนเขาเพื่อข่มขู่และทำให้ทัศนคติทางการเมืองของเขากลายเป็นอาชญากรรม


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2025 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 356 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

25811077
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3324
4842
8166
25771458
134945
133021
25811077

จ 31 มี.ค. 2025 :: 17:53:36