กองทัพอิหร่านใช้โดรนอาราช-2 ที่ทันสมัยโจมตีสนามบินเบนกูเรียนได้สำเร็จ
กองทัพอิหร่านใช้โดรนอาราช-2 ที่ทันสมัยโจมตีสนามบินเบนกูเรียนได้สำเร็จ

กองทัพสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประสบความสำเร็จโดยใช้โดรนอาราช-2 ที่ทันสมัย โจมตีตอบโต้เป้าหมายยังสนามบินเบนกูเรียนในเทลอาวีฟ ซึ่งมีเครื่องบินเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจอดอยู่และโรงงานซ่อมบำรุงอากาศยานตั้งอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการโจมตีอิหร่าน

    พลตรี มูฮัมมัด อัครามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน ประกาศปฏิบัติการดังกล่าวในวันอาทิตย์ ท่ามกลางปฏิบัติการตอบโต้ต่อเนื่องของกองทัพอิหร่านต่อการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อประเทศ

    เขากล่าวว่า “โดรนส่วนใหญ่ที่ใช้โจมตีสนามบินเบนกูเรียน คือรุ่นอาราช -2 ซึ่งมีความทันสมัยและมีอำนาจทำลายล้างมากกว่าโดรนรุ่นเคียนและอาราช -1” พร้อมเสริมว่า อากาศยานไร้คนขับอาราช-2 “มีระยะทำการ 2,000 กิโลเมตร และเป็นที่รู้จักในฐานะโดรนโจมตีอิสราเอล”

    โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวเสริมว่า ด้วยพื้นที่หน้าตัดขนาดเล็ก โดรน อาราช -2 สามารถทะลุผ่านระบบเรดาร์ได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ศัตรูตรวจจับได้ยากมาก

    โดรน อาราช -2 ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ บินได้นาน และมีราคาต่ำเมื่อเทียบกับโดรนและขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานอื่น ๆ ที่เป็นเป้าหมายเดียวกัน

    อัครามิเนียกล่าวเพิ่มเติมว่า “อาราช-2 ผลิตเสร็จเร็วมากและสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เราตัดสินใจ เราก็สามารถปล่อยโดรนรุ่นนี้จำนวนมากได้อย่างง่ายดาย”

    ขณะเดียวกัน โฆษกกองทัพอิหร่านได้กล่าวว่า สนามบินเบนกูเรียนเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งมีเครื่องบินเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจอดอยู่

    เขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โรงงานซ่อมบำรุงอากาศยานตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินเบนกูเรียน ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการโจมตีอิหร่าน

    “เนื่องจากข้อจำกัดทางทะเลและทางบก การค้าของระบอบการปกครองมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จึงดำเนินการโดยสายการบิน โดยส่วนใหญ่ผ่านทางสนามบินเบนกูเรียน ซึ่งถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจหลัก และแรงขับเคลื่อนสำคัญของกลุ่มไซออนิสต์”

    การรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ด้วยการโจมตีทางอากาศที่สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้บัญชาการของอิหร่าน

    กองทัพอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโจมตีด้วยโดรนเกือบทุกวัน โดยมีเป้าหมายอยู่ในดินแดนที่อิสราเอลยึดครอง รวมถึงฐานทัพและทรัพย์สินของกองทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค

    สาธารณรัฐอิสลามได้ใช้สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองโดยการโจมตีตอบโต้ศัตรู ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน"


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 298 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

29256536
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
16725
16868
16725
29145351
325764
361470
29256536

อ 22 มี.ค. 2026 :: 18:25:52