อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะสังหารลูกหลานของผู้สังหารอิมามฮุเซน (อ.)
อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะสังหารลูกหลานของผู้สังหารอิมามฮุเซน (อ.)

ตามทรรศนะของชีอะฮ์ ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะลงโทษลูกหลานของผู้สังหารอิมามฮุเซน (อ.) จริง แต่การลงโทษนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะสายเลือดหรือความผิดของบรรพบุรุษ แต่เกิดขึ้นเนื่องจาก ลูกหลานเหล่านั้นมีความพึงพอใจ ยินดี และสนับสนุนการกระทำอันโหดร้ายอันเป็นบาปใหญ่ของบรรพบุรุษตนเอง

หลักการนี้มีการอธิบายไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานและการตีความเชิงเทววิทยาของชีอะฮ์ ดังนี้

    อรรถาธิบายจากรายงานคำสอน (ฮะดีษ)

    มีรายงานจากท่าน อิมามอะลี อัรริฎอ (อ.) (อิมามท่านที่ 8) เมื่อถูกตั้งคำถามถึงฮะดีษของท่านอิมามญะอ์ฟัร อัซซอดิก (อ.) ที่ว่า : "เมื่อกออิม (อิมามมะฮ์ดี) ปรากฏตัว เขาจะสังหารลูกหลานของผู้สังหารอิมามฮุเซน" ท่านได้อธิบายความหมายที่แท้จริงไว้ว่า :

    ◾️ ความจริงของฮะดีษ : ท่านอิมามริฎอ (อ.) ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความจริง

     ◾️ เหตุผลทางหลักการ : อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า "และไม่มีผู้แบกรับภาระคนใดที่จะแบกรับภาระ (บาป) ของผู้อื่นได้" (บท (ซูเราะฮ์) อัลอันอาม โองการที่ 164) แต่ทว่าลูกหลานเหล่านั้นถูกลงโทษเพราะ "พวกเขายินดีและภาคภูมิใจในความป่าเถื่อนของบรรพบุรุษตนเอง"

     ◾️ ความรับผิดชอบร่วม : ในทางศาสนาอิสลาม บุคคลใดก็ตามที่พึงพอใจและเห็นชอบกับการกระทำของกลุ่มชนหนึ่ง เสมือนว่า เขาได้มีส่วนร่วมในการกระทำนั้นด้วย ดังนั้น เมื่อพวกเขาสนับสนุนการหลั่งเลือดหลานชายของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) พวกเขาจึงต้องรับโทษทางบทบัญญัติแห่งสัจธรรม

ขอบเขตและบริบทของการลงโทษ

    1.ไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามสายเลือด : หากลูกหลานของฆาตกรในอดีตสำนึกผิด ปฏิเสธการกระทำของบรรพบุรุษ และหันมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง พวกเขาจะไม่ถูกลงโทษใด ๆ

    2. การลบล้างความอธรรมในภาพรวม : การแก้แค้นของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ต่อเหตุการณ์ กัรบะลาอ์ ไม่ใช่การล้างแค้นส่วนตัว แต่คือการปราบปราม "กลุ่มอุดมการณ์ทรราช" ที่ยังมีแนวคิดกดขี่ผู้บริสุทธิ์สืบทอดมาจนถึงยุคสุดท้าย

    3. การสถาปนาความยุติธรรม : ภารกิจหลักของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) คือการทำให้โลกเต็มไปด้วยความยุติธรรม ดังนั้น ทุกการลงโทษจะเป็นไปตามหลักนิติธรรมที่เที่ยงตรงที่สุด โดยไม่มีผู้บริสุทธิ์คนใดต้องถูกหลั่งเลือดอย่างไม่เป็นธรรม

เนื้อหาหะดีษเกี่ยวกับเรื่องนี้

    1. ฮะระวีเล่าว่า : ฉันถามท่านอิมามริฎอ (อ.) ว่า : "โอ้ บุตรของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์! ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับหะดีษที่รายงานจากท่านอิมามซอดิก (อ.) ที่ท่านกล่าวว่า :

إذا خرج القائم قتل ذراري قتلة الحسين (عليه السلام) بفعال آبائها؟

 'เมื่อกออิม (มะฮ์ดี) ปรากฏตัว เขาจะสังหารลูกหลานของผู้สังหารฮุเซน (อ.) เนื่องจากการกระทำของบรรพบุรุษของพวกเขา?'"

    ท่าน (อ.) กล่าวว่า : "มันจะเป็นเช่นนั้นจริง"

    ฉันกล่าวว่า : "แล้วพระดำรัสของอัลลอฮ์ (ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกร) ที่ว่า :

وَلا تَزِرُ وازِرَةٌ وِزْرَ أُخْرى

    'จะไม่มีผู้แบกภาระคนใดต้องแบกภาระ (บาป) ของผู้อื่น' บท (ซูเราะฮ์) อัลอันอาม โองการที่ 164) หมายความว่าอย่างไร?" ท่านกล่าวว่า : "อัลลอฮ์ทรงสัตย์จริงในทุกพระดำรัสของพระองค์ แต่ลูกหลานของผู้สังหารฮุเซนนั้นพึงพอใจกับการกระทำของบรรพบุรุษของพวกเขาและภาคภูมิใจในเรื่องนั้น และผู้ใดพึงพอใจกับสิ่งใด เขาผู้นั้นก็เหมือนกับผู้ที่กระทำสิ่งนั้นเอง

     หากชายคนหนึ่งถูกฆ่าตายในทิศตะวันออก และชายคนหนึ่งในทิศตะวันตกพึงพอใจกับการฆ่าของเขาแล้ว อัลลอฮ์ (ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกร) ก็จะถือว่าผู้ที่พึงพอใจนั้นเป็นหุ้นส่วนของผู้ฆ่า

     กออิม (อ.) จะสังหารพวกเขาเมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น เนื่องจากความพึงพอใจของพวกเขาต่อการกระทำของบรรพบุรุษของพวกเขา"

     ที่มา : อิละลุชชะรอเอี๊ยะอ์, เล่ม 1, หน้า 229; อุยูน อัคบาร อัล-ริฎอ, เชคซอดูก, เล่ม 1, หน้า 247; กามิลุซซิยารอต, อิบนุ เกาละวัยฮ์, หน้า 136; ษะวาบุลอะอ์มาล, เชคซอดูก, หน้า 217

    2. มุฮัมมัด อิบนุ ซินาน ได้อ้างรายงานของชายคนหนึ่งที่กล่าวว่า : ฉันถามท่านอิมาม ซอดิก (อ.) เกี่ยวกับพระดำรัสของอัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจที่ว่า :

 وَمَن قُتِلَ مَظْلُومًا فَقَدْ جَعَلْنَا لِوَلِيِّهِ سُلْطَانًا فَلَا يُسْرِف فِّي الْقَتْلِ

"และผู้ใดถูกฆ่าอย่างไม่ยุติธรรม เราได้มอบอำนาจให้แก่ทายาทของเขา แต่จงอย่าให้เขาล่วงล้ำขอบเขตในการฆ่า"

(อัลกุรอานบท (ซูเราะฮ์) อัลอิสรออ์ โองการที่ 33)

     ท่านกล่าวว่า : นั่นคือกออิม แห่งวงศ์วานของมุฮัมมัด ที่จะปรากฏตัวขึ้นและแก้แค้นให้แก่เลือดของฮุเซน บิน อะลี (อ.) แม้ว่าเขาจะฆ่าผู้คนทั้งหมดบนโลก เขาก็ยังไม่เกินขอบเขตของการฆ่า และพระดำรัสของอัลลอฮ์ที่ว่า : "แต่อย่าให้เขาเกินขอบเขตของการฆ่า" หมายความว่าเขาจะไม่ทำสิ่งใดที่เกินเลยไป จากนั้นท่าน (อ.) กล่าวว่า : “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ลูกหลานของผู้ที่ฆ่าฮุเซนจะถูกฆ่า เนื่องจากการกระทำของบรรพบุรุษของพวกเขา”

     ที่มา : กามิลุซซิยารอต, อิบนุ เกาละวัยฮ์, หน้า 135-136

عن الهروي قال قلت لأبي الحسن الرضا (عليه السلام) يا ابن رسول الله ما تقول في حديث روي عن الصادق (عليه السلام) أنه قال:إذا خرج القائم قتل ذراري قتلة الحسين (عليه السلام) بفعال آبائها؟

فقال (عليه السلام): هو كذلك.

فقلت: وقول الله عزوجل: (وَلا تَزِرُ وازِرَةٌ وِزْرَ أُخْرى) ما معناه؟!

قال: صدق الله في جميع أقواله ولكن ذراري قتلة الحسين يرضون بفعال آبائهم ويفتخرون بها ومن رضي شيئا كان كمن أتاه

ولو أن رجلا قتل بالمشرق فرضي بقتله رجل بالمغرب لكان الراضي عند الله عزوجل شريك

القاتل

وإنما يقتلهم القائم (عليه السلام) إذا خرج لرضاهم بفعل آبائهم.

(علل الشرائع ج1 / ص229، عيون أخبار الرضا (ع) -الصدوق- ج1 / ص247، كامل الزيارات -محمد بن جعفر بن قولويه- ص136، ثواب الأعمال -الصدوق- ص217)

 

عن محمد بن سنان عن رجل قال: سألت الإمام الصادق (عليه السلام) عن قوله تعالى: {ومن قتل مظلوماً فقد جعلنا لوليه سلطاناً فلا يسرف في القتل}؟

قال: ، وقوله تعالى {فلا يسرف في القتل} لم يكن ليصنع شيئاً يكون مسرفا.

ثم قال:(عليه السلام ) يقتل والله ذراري قتلة الحسين بفعال آبائها.

(كامل الزيارات لجعفر بن محمد بن قولويه ص 135 ــ 136)


บทความ : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้สำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 163 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30298087
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4619
7155
11774
30233358
206222
228994
30298087

จ 29 มิ.ย. 2026 :: 14:05:13