ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาได้ยกเลิกการโจมตีอิหร่านที่ประกาศไว้แล้ว หลังจากประเทศในภูมิภาคขอให้ระงับการโจมตีชั่วคราว ท่ามกลางความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลง และหลังจากที่เตหะรานเตือนว่า การรุกรานใด ๆ จากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลจะเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรง
เมื่อวันเสาร์ (2 ส.ค.) ทรัมป์ประกาศว่า เขาตกลงที่จะยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน โดยอ้างว่าเตหะรานและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ขอให้ระงับการโจมตีชั่วคราวหลังจาก "ได้บรรลุขอบเขตของข้อตกลง" แล้ว
ในโพสต์บน Truth Social ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ "พร้อมรบ" และเตรียมที่จะเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน โดยอธิบายว่า การรุกรานที่อาจเกิดขึ้นนั้น เกี่ยวข้องกับระดับอำนาจทางทหาร "ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง"
แผนการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องหลังจากการต่อต้านยุทธวิธีกดดันและการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการโจมตีครั้งใหม่ใด ๆ จากวอชิงตันหรือเทลอาวีฟจะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ที่รุนแรงขี้น
ในการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันเสาร์ (2 ส.ค.) อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวกับไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ว่า เตหะรานยังคงพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพดินแดน และความมั่นคงแห่งชาติของตน
อารัคชีกล่าวว่า “การกระทำที่เป็นปรปักษ์ใด ๆ โดยสหรัฐฯ หรืออิสราเอล หรือการมีส่วนร่วมหรือความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาคในการกระทำดังกล่าว จะได้รับการตอบโต้ที่เด็ดขาดและได้สัดส่วนจากกองกำลังติดอาวุธอันทรงพลังของอิหร่าน”
เขายังได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตุรกีและปากีสถานเกี่ยวกับความพยายามในการยกระดับการป้องกันการบเพิ่มเติม รวมถึงการหารือกับพลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งมีส่วนร่วมในความพยายามไกล่เกลี่ยระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน
ขณะเดียวกัน อิบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน เตือนว่า การตอบโต้ของเตหะรานต่อการโจมตีใด ๆ จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น
“การตอบโต้ของเราต่อการโจมตีจากศัตรูที่อาจเกิดขึ้นจะไม่จำกัดอยู่แค่ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย” เรซาอี เขียนในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) โดยเสริมว่า อิหร่านจะตอบโต้ “ฐานทัพศัตรูทั้งหมดและแหล่งที่มาของการโจมตีจากทุกที่”
ในขณะเดียวกัน ผู้ไกล่เกลี่ยชาวกาตาร์ได้เจรจาแยกต่างหากกับอารัคชี สตีฟ ,วิทคอฟฟ์ ทูตสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่โอมาน เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ตามรายงาน การเจรจามีความคืบหน้า แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่า จะเพียงพอที่จะยุติการรุกรานอิหร่านของสหรัฐฯ หรือไม่
สถานทูตสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนภัยหลังคำขู่ของทรัมป์
สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วเอเชียตะวันตกออกประกาศเตือนภัยด้านความปลอดภัยหลังจากที่ทรัมป์อ้างว่า วอชิงตันจะ “โจมตีอิหร่านอย่างหนัก” ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการตอบโต้ของเตหะราน
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคำพูดของทรัมป์ แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ในทันทีนั้นใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว
คำเตือนดังกล่าวแนะนำให้พลเมืองและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในภูมิภาคระมัดระวังตัวต่อไป เนื่องจากความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไปหลังจากการที่วอชิงตันขู่ว่าจะใช้กำลังทางทหารเพิ่มเติม
มกุฎราชกุมาร มูฮัมมัด บิน ซัลมาน เตือนทรัมป์ เกี่ยวกับแผนการรุกราน
ตามรายงานของ Axios ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มกุฎราชกุมาร มูฮัมมัด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย แสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการโจมตีครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ของทรัมป์
ผู้นำซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้ทรัมป์ลดความตึงเครียดและงดเว้นจากการโจมตี หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะโจมตีโรงงานพลังงานของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวกับ Axios ว่า “ซาอุดีอาระเบียแสดงความกังวลและขอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการ” ในขณะที่อีกคนหนึ่งกล่าวว่า มกุฎราชกุมาร มูฮัมมัด บิน ซัลมาน สนับสนุนให้วอชิงตันหลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดต่อไป
ความกังวลดังกล่าวยังถูกถ่ายทอดในระหว่างการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียและสมาชิกของรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงการประชุมระหว่าง เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย
ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค รวมถึงกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี และปากีสถาน ก็ได้เรียกร้องให้วอชิงตันยุติการรุกรานอิหร่านเพิ่มเติมเช่นกัน
สงครามรอบล่าสุดกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีดินแดนอิหร่านอย่างกว้างขวาง
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วภูมิภาคเป็นรายวัน พร้อมทั้งปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ต่อมาอิหร่านและสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MoU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติสงครามในทุกแนวรบ
อย่างไรก็ตาม การรุกรานทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เตหะรานกลับมายิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอีกครั้ง และปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่