เรซาอี ระบุ ทรัมป์ยังคงดำเนินสงครามอย่างโง่เขลา แต่อิหร่านพร้อมเต็มที่สำหรับการป้องกันตนเอง
เรซาอี ระบุ ทรัมป์ยังคงดำเนินสงครามอย่างโง่เขลา แต่อิหร่านพร้อมเต็มที่สำหรับการป้องกันตนเอง

มุฮ์ซีน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ก่อสงครามกับอิหร่านอย่างโง่เขลา และยังคงดำเนินสงครามต่อไปอย่างโง่เขลาเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม อิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้ให้รุนแรงและสร้างความเจ็บปวดมากกว่าเดิม หากสหรัฐฯ กลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อรุกรานอีกครั้ง ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้งนาน 40 วัน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

    เรซาอีกล่าวถ้อยคำดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) ซึ่งมีฐานดำเนินงานอยู่ในกาตาร์ บทสัมภาษณ์นี้ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ (19 ก.ย.) ในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ยังคงหาทางออกไม่ได้ว่า จะยุติสงครามกับอิหร่านอย่างไร สงครามดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยสหรัฐฯ ดำเนินการร่วมกับอิสราเอล ความขัดแย้งที่ทรัมป์เคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรกว่า จะจบลงภายในเวลาไม่กี่วันหรือราว 4-5 สัปดาห์ บัดนี้กำลังยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 แล้ว โดยที่วอชิงตันยังไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการยุติสถานการณ์

    เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านผู้นี้ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดของทรัมป์ โดยชี้ว่า การที่สหรัฐฯ หันมาใช้สงครามและการปิดล้อมทางทะเล ตามด้วยการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจนั้น แสดงให้เห็นว่า วอชิงตันดำเนินมาตรการเหล่านี้โดยปราศจากการประเมินหรือการคำนวณที่แม่นยำในด้านการทหาร เศรษฐกิจ และการเมือง

    เรซาอีกล่าวว่า สหรัฐฯ ก่อสงครามกับอิหร่านก็เพราะการยุยงของอิสราเอล และ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู

    "เนทันยาฮู ฉุดทรัมป์ ให้ถลำลึกเข้าสู่หล่มปัญหา" เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ทรัมป์ก่อสงครามที่โง่เขลานี้ และยังคงดำเนินต่อไปอย่างโง่เขลา เขาตั้งข้อสังเกตว่า การยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านและยุติสงครามนั้นเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ เพราะยิ่งความขัดแย้งยืดเยื้อออกไปเท่าไร สถานการณ์ของสหรัฐฯ ก็จะยิ่งเลวร้ายลงเท่านั้น

    สำหรับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติสงคราม เรซาอีกล่าวว่า "เราเรียกร้องให้มีการปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ ประการที่สอง คือการยุติสงครามในทุกแนวรบ ตั้งแต่เลบานอนไปจนถึงแนวรบอื่น ๆ พวกเขาต้องยุติการแทรกแซงกิจการภายในและการรุกราน รวมถึงต้องยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลด้วย"

    เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านผู้นี้เน้นย้ำว่า อิหร่านมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการป้องกันตนเอง หากมีการเปิดฉากความขัดแย้งครั้งใหญ่ระลอกใหม่ รุกรานเข้ามายังดินแดนของอิหร่าน “เราได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับสงครามชี้ขาด และเรารู้จุดอ่อนทางทหารของสหรัฐฯ เป็นอย่างดี อีกทั้งครั้งนี้เรายังมีความพร้อมที่เหนือกว่าเดิมมาก” เรซาอีกล่าว พร้อมอธิบายว่า อิหร่านได้ยกระดับขีดความสามารถทางทหารของตน โดยยกตัวอย่างการทดสอบขีปนาวุธต่อต้านเรือรบแบบกระจายตัว (cluster missiles) ที่ทันสมัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในบริเวณใกล้กับเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ

    “ดังนั้น เราจึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่” เขากล่าวเสริมว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากการรุกรานทางทหารอีกครั้ง อิหร่านจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงและสร้างความเสียหายที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิมแก่สหรัฐฯ

    เรซาอีกล่าวย้ำว่า การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านนั้น มุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินของสหรัฐฯ ไม่ใช่ดินแดนของประเทศเหล่านั้น และได้เตือนประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้เข้าร่วมในสงครามเศรษฐกิจที่วอชิงตันมีต่อเตหะราน

    นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า อิหร่านมีความมุ่งมั่นจริงจังในการป้องกันตนเอง และหากความขัดแย้งทางทหารปะทุขึ้นอีกครั้ง อิหร่านจะโจมตีอย่างเด็ดขาดไปยังฐานทัพที่เป็นจุดปล่อยอากาศยานจากเรือรบของสหรัฐฯ

    เรซาอี กล่าวเสริมว่า มีทางออกเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นคือ ประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านต้องสกัดกั้นไม่ให้อากาศยานเหล่านี้ขึ้นบินได้

    เรซาอี ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่า การปะทะกันระหว่างเยเมนกับซาอุดีอาระเบียในช่องแคบ บาบ อัลมันเดบ (Bab el-Mandeb) เป็นส่วนหนึ่งของสงครามที่มีต่ออิหร่าน โดยเน้นย้ำว่า พฤติกรรมกระหายสงครามของทรัมป์และเนทันยาฮู กำลังผลักดันโลกไปสู่สงครามโลกครั้งที่สาม

    ในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและมติที่สหรัฐฯ เป็นผู้ร่างซึ่งได้รับการรับรองโดยหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ (IAEA) ให้ส่งเรื่องอิหร่านไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินั้น เรซาอีกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ อิหร่านยังคงปฏิบัติตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ท่ามกลางแรงกดดันต่าง ๆ ที่ได้รับ แม้ว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่า ขณะนี้อิหร่านกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะถอนตัวจากสนธิสัญญา NPT โดยการตัดสินใจดังกล่าวขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของสหรัฐฯ


ที่มา : สำนักข่าว IRNA

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 75 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31182274
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
904
15896
16800
31099581
194331
362837
31182274

จ 21 ก.ย. 2026 :: 02:14:16