ในบทความที่ตีพิมพ์ในนิวยอร์กโพสต์ ริช โลว์รี นักเขียนชาวอเมริกันได้กล่าวว่า สงครามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังทำกับอิหร่านนั้น กำลังกลายเป็นภาระภายในประเทศ ความนิยมของเขาลดลง และต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองก็เพิ่มสูงขึ้น
โลว์รี ชี้ให้เห็นว่า ผลสำรวจความคิดเห็นแสดงให้เห็นว่า คะแนนความนิยมของทรัมป์ ลดลงต่ำกว่า 40% พร้อมกับความเชื่อมั่นที่ลดลงในการจัดการปัญหาอิหร่านและเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในช่องแคบฮอร์มุซ
เขากล่าวเสริมว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญกับสองทางเลือกที่ยากลำบาก คือ การเพิ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หรือการดำเนินความขัดแย้งในระดับต่ำต่อไป เขาเชื่อว่า ทั้งสองทางเลือกนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากประชาชนชาวอเมริกัน
ผู้เขียนสรุปว่า อนาคตของสงครามยังคงไม่ชัดเจน โดยชี้ว่า ทรัมป์น่าจะพยายามหาทางยุติสงครามเพื่อเรียกความนิยมกลับคืนมาบ้าง เขาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสหรัฐในอนาคตพิจารณาสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดก่อนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามขนาดใหญ่
บทความที่ตีพิมพ์ในนิวยอร์กโพสต์เขียนว่า สงครามกับอิหร่านที่คาดว่าจะจบลงในเวลาไม่นาน กำลังสร้างภาระที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ให้กับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์
เราเคยเห็นการบริหารงานของพรรครีพับลิกันในวาระที่สองจบลงด้วยผลลัพธ์แบบนี้มาก่อนแล้ว
สถานการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ในปัจจุบัน มีลักษณะคล้ายคลึงกับสงครามอิรักในสมัยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์มานานแล้ว
สงครามอิหร่านแตกต่างจากสงครามอิรักตรงที่ไม่มีการบุกโจมตีทางบก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ไม่มีปฏิบัติการยึดครอง และไม่มีการปราบปรามกลุ่มกบฏ
จำนวนผู้เสียชีวิตไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน และทรัมป์ต่อสู้กับอิหร่านมาเป็นเวลาหลายเดือน ในขณะที่จอร์จ ดับเบิลยู บุช เข้าไปพัวพันกับสงครามในอิรักเป็นเวลาหลายปี (และผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาก็เช่นกัน) แต่เส้นทางการเมืองดูคล้ายคลึงกัน
ที่มา : สำนักข่าว Zad Iran زاد إيران
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่