กองทัพเรือ IRGC โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันชักธงโตโกหลังพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย
กองทัพเรือ IRGC โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันชักธงโตโกหลังพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย

กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศแถลงการณ์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ "Trend" ซึ่งชักธงประเทศโตโก ถูกโจมตีและต้องหยุดแล่นหลังจากเกิดเพลิงไหม้บนเรือ ขณะที่เรือลำดังกล่าวพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาต

    ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) พลเรือตรี อาลี อัซมาอี ผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้พยายามแล่นผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา "โดยได้รับการยุยงและตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงจากกองทัพสหรัฐฯ ผู้สังหารเด็ก"

    แถลงการณ์ระบุว่า "เหล่านักรบผู้กล้าหาญแห่งอิสลามและลูกเรือผู้ห้าวหาญของกองทัพเรือ IRGC ยังคงรักษาอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญยิ่งไว้อย่างเข้มแข็ง และไม่อนุญาตให้ผู้รุกรานใด ๆ แล่นผ่านเส้นทางนี้ได้"

    กองทัพเรือ IRGC กล่าวเสริมว่า เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ Trend "ถูกโจมตีและต้องหยุดแล่นหลังจากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นบนเรือ"

    กองกำลังดังกล่าวได้ย้ำเตือนอีกครั้งว่า การแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย "จะไม่มีผลลัพธ์อื่นใดนอกเหนือไปจากการถูกทำลายของเรือลำที่กระทำผิด"

    แถลงการณ์เริ่มต้นด้วยถ้อยคำว่า "ด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงปราบปรามเหล่าทรราช" และกล่าวถึง "ประชาชนผู้ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติแห่งอิหร่าน" โดยระบุว่า "การปรากฏตัวอันยิ่งใหญ่ในพื้นที่ปฏิบัติการ" ของพวกเขานั้น ดำเนินมาเป็นคืนที่ 200 ติดต่อกันแล้ว ผู้บัญชาการระบุว่า การปรากฏตัวของประชาชนอิหร่านทั่วประเทศเช่นนี้ ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กองทัพของชาติ ในขณะที่พวกเขาร่วมกันปกป้องสิทธิทางทะเลของอิหร่าน

    อิหร่านได้บังคับใช้มาตรการใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว สืบเนื่องจากการรุกรานโดยไม่มีเหตุอันควรจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

    ภายใต้มาตรการดังกล่าว เรือพาณิชย์สามารถแล่นผ่านได้เฉพาะเส้นทางที่กำหนดโดยสาธารณรัฐอิสลาม และต้องได้รับอนุญาตพร้อมทั้งประสานงานกับกองทัพเรือ IRGC เท่านั้น การเดินเรือนอกเส้นทางที่กำหนดถือเป็นสิ่งต้องห้าม ทั้งนี้ IRGC ได้ย้ำอยู่เสมอว่าเส้นทางเดินเรืออื่นใดที่ประกาศขึ้นโดยไม่มีการประสานงานกับทางการอิหร่านนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และมีความเสี่ยงอันตราย

    พลเรือตรี อาลี อัซมาอี ได้เน้นย้ำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า อ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซปลอดจากการปรากฏตัวของกองกำลังสหรัฐฯ และศัตรูอื่น ๆ ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของลูกเรืออิหร่านและการสนับสนุนจากประชาชนชาวอิหร่าน เขาย้ำว่า เส้นทางเดินเรือดังกล่าวอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังทางข่าวกรองและการควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะของอิหร่าน และความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์หรือกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี

    เหตุการณ์ล่าสุดนี้สอดคล้องกับรูปแบบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรือที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของ IRGC ปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพสหรัฐฯ หรือพยายามใช้เส้นทางที่ไม่ผ่านการแจ้งและไม่ปลอดภัย ล้วนถูกสั่งให้ถอยกลับ ถูกโจมตี หรือถูกสกัดกั้นด้วยวิธีการอื่น

    กองทัพเรือ IRGC ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า คำแนะนำหรือคำสั่งจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) และกองทัพเรือสหรัฐฯ นั้น จะไม่ถูกปล่อยผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้ และบริษัทเดินเรือรวมถึงบริษัทประกันภัยควรเพิกเฉยต่อคำสั่งดังกล่าว

    ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่มีความสำคัญยิ่ง อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่า โดยหลักการแล้วตนไม่เคยมีความประสงค์จะปิดช่องแคบแห่งนี้ แต่ประเด็นเรื่องความมั่นคง การประสานงาน และการเคารพในสิทธิอธิปไตยของสาธารณรัฐอิสลามนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจต่อรองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากต้องเผชิญกับการรุกราน การปิดล้อม และความพยายามบงการเงื่อนไขจากภายนอกภูมิภาคมาเป็นเวลาหลายเดือน

    เรือที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอิหร่านจะสามารถสัญจรผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรือที่ไม่ปฏิบัติตามนั้น กองทัพเรือ IRGC ระบุว่า จะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา ดังที่เคยปรากฏให้เห็นแล้วในกรณีของเรือ Trend

ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 108 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31155386
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5179
8328
55805
31029110
167443
362837
31155386

ศ 18 ก.ย. 2026 :: 16:53:41