ทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า ปฏิบัติการของกองกำลังเยเมน (ฝ่ายฮูซี) ที่โจมตีสนามบินนานาชาติสองแห่งของราชอาณาจักร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 36 คน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความสูญเสียที่เพิ่มสูงขึ้นจากความก้าวร้าวของรัฐบาลริยาดต่อเยเมนที่ดำเนินมาอย่างยาวนานหลายปี
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (GACA) แถลงเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ว่า สิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานนานาชาติ อับฮา และท่าอากาศยานนานาชาติ คิง คาลิด ในกรุงริยาด ถูกโจมตีเมื่อวันอังคารและวันพุธที่ผ่านมา
มีประชาชนพลเมือง หญิง 2 ราย ซึ่งเป็นชาวโมร็อกโก 1 ราย และชาวแอลจีเรีย 1 ราย เสียชีวิตที่สนามบินอับฮา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 28 คน ส่วนที่สนามบินคิง คาลิด มีประชาชนพลเมืองชาวซูดานเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงพลเมืองชาวซาอุดีอาระเบีย 5 รายด้วย
โฆษกกองทัพเยเมน นายยะห์ยา ซารีอ์ แถลงว่า กองกำลังติดอาวุธได้โจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิง คาลิด ด้วยขีปนาวุธ ส่งผลให้การจราจรทางอากาศในกรุงริยาดหยุดชะงัก นอกจากนี้ยังมีการโจมตีสนามบิน อับฮา และเป้าหมายทางทหารในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย
พลตรี ตูร์กี อัล-มาลิกิ โฆษกกองกำลังผสมพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย แถลงในเวลาต่อมาโดยอ้างว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเพื่อตอบโต้ไปยังพื้นที่มากกว่า 80 จุด ในจังหวัดซาดะฮ์, ฮูดัยดะฮ์, เญาฟ์ และมาริบ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า ปฏิบัติการโจมตี (ของเยเมน) ในครั้งนี้ “จะต้องได้รับการลงโทษอย่างแน่นอน
เหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลให้คณะผู้แทนทูตสหรัฐฯ ประจำซาอุดีอาระเบียประกาศเตือนภัยด้านความมั่นคง โดยในประกาศคำแนะนำที่ออกเมื่อวันพุธ คณะผู้แทนทูตสหรัฐฯ ได้แจ้งให้พลเมืองอเมริกันเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยอ้างถึงคำขู่ต่อสาธารณะจากกองกำลังเยเมนที่จะโจมตีสนามบินและน่านฟ้า ความเสี่ยงที่จะเกิดการยกระดับความรุนแรงเพิ่มเติม รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยกเลิกเที่ยวบิน การปิดน่านฟ้า และการหยุดชะงักของการเดินทางภายในราชอาณาจักร
การปะทะกันครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในขณะที่การสู้รบระหว่างกองกำลังติดอาวุธเยเมน (ฝ่ายฮูซี)และกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนโดยซาอุดีอาระเบีย ได้ส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นแล้วมากกว่า 200,000 คน
บรรดานักสังเกตการณ์ระบุว่า แรงกดดันที่เกิดขึ้นต่อดินแดนของซาอุดีอาระเบียในปัจจุบัน เป็นผลพวงโดยตรงจากสงครามที่รัฐบาลริยาดเป็นผู้เปิดฉากขึ้นในปี ค.ศ. 2015
หลังจากเข้าแทรกแซงทางทหาร ซาอุดีอาระเบียได้ปิดล้อมทางบก ทางอากาศ และทางทะเลต่อเยเมน โดยสหรัฐอเมริกาได้เข้าร่วมการปิดล้อมดังกล่าวในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2016 ก่อนที่จะอ้างในภายหลังว่า ได้ถอนตัวออกไปแล้ว
การตัดสินใจของกรุงซานาในการทำลายการปิดล้อม เมื่อเผชิญกับการทิ้งระเบิดโจมตีสนามบินกรุงซานาเมืองหลวงของเยเมนโดยซาอุดีอาระเบีย และการตอบโต้กลับอย่างเด็ดขาดจากกองกำลังอันซอรุลลอฮ์แห่งเยเมน
ในปฏิบัติการครั้งต่อ ๆ มา กลุ่มฮูซี สามารถผลักดันกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนโดยซาอุดีอาระเบียให้ถอยร่นออกไปได้ พร้อมทั้งยึดท่าเรือประวัติศาสตร์ อัล มอคคา (al-Mukha) และพื้นที่ชายฝั่งคาห์บับ (Kahboub) รวมถึงทวงคืนเกาะยุทธศาสตร์อีกหลายแห่ง ความสำเร็จเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เยเมน ในการควบคุมเส้นทางเข้าสู่ช่องแคบ บาบ อัล มันเดบ (Bab al-Mandeb Strait) ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นการแสดงให้เห็นว่า ยุคสมัยที่ซาอุดีอาระเบียโจมตีดินแดนเยเมนอยู่ฝ่ายเดียวได้สิ้นสุดลงแล้ว
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่