เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่าน โดยอ้างว่า เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย ต่อบุคคล 8 ราย และนิติบุคคล 5 แห่ง (รวมเป็นบุคคลและนิติบุคคล 13 ราย)
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงดำเนินนโยบาย "การทูตและแรงกดดันสูงสุดควบคู่กันไป" ตามแนวทางของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่
ตามประกาศที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นภายใต้กรอบของกฎระเบียบที่เรียกว่า "การต่อต้านการก่อการร้าย" และมุ่งเป้าไปที่บุคคล 8 คน และองค์กร 5 แห่ง ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน
การเคลื่อนไหวครั้งใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสองด้านของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งในด้านหนึ่งเน้นการเจรจาและการปรึกษาหารือทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง และในอีกด้านหนึ่งยังคงใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและคว่ำบาตรต่อเตหะราน
รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายผ่านการรุกรานสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กำลังพยายามหาทางออกจากวังวนของสงครามและแสดงให้เห็นว่า ตนเองเป็นผู้ชนะโดยการใช้มาตรการคว่ำบาตรและกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มเติมว่า ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเครือข่ายที่เชื่อว่า มีต้นกำเนิดมาจากอิหร่าน ซึ่งวอชิงตันอ้างว่า เครือข่ายดังกล่าวได้มุ่งเป้าไปที่บริษัทอเมริกันและพยายามที่จะได้มาซึ่งเทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งกระทรวงกลาโหมของอิหร่านต้องการ
แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่ายนี้ดำเนินการผ่านกิจกรรมทางการค้าและการเงินเพื่อจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้ในภาคการป้องกันประเทศของอิหร่าน
ที่มา : สำนักข่าวอัล อาลัม
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่