เลขาธิการของขบวนการต่อต้านของฮิซบุลลอฮ์ได้ปฏิเสธการเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลเลบานอนกับอิสราเอลอย่างเด็ดขาด โดยเน้นย้ำว่า การเจรจาเหล่านั้นไม่ได้ก่อให้เกิดอะไรเลยนอกจากความอัปยศอดสู ความเสื่อมเสีย และความผิดหวังอย่างขมขื่นสำหรับเลบานอน ซึ่งเต็มไปด้วยการยอมเสียเปรียบอย่างมากหลายประการ
เชค นาอิม กอเซ็ม กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในสุนทรพจน์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ เนื่องในโอกาสวันอัรบาอีน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 40 วัน หลังหลังจากการพลีชีพของอิมามฮุเซน (อ.) จากเมืองบาอัลเบก ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.)
เขากล่าวว่า “เลบานอนได้อะไรจากการเจรจาหลายรอบนี้บ้าง? ในขณะที่เลบานอนไม่ได้อะไรเลย อิสราเอลกลับได้ทุกอย่างที่ต้องการ”
ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์กล่าวว่า ทางการเลบานอนพยายามเอาใจอิสราเอลระหว่างการเจรจาแบบเผชิญหน้า แทนที่จะยืนหยัดปกป้องสิทธิอันชอบธรรมและพื้นฐานของประเทศชาติอย่างมั่นคง
เชค กอเซ็ม กล่าวว่า “ทางการเลบานอนจะไม่สามารถทำอะไรให้เลบานอนได้เลย เพราะพวกเขาไม่สามารถทำตามเป้าหมายของสหรัฐฯ ได้ ผมขอเรียกร้องให้ทางการหยุดเสนอสัมปทานสำคัญ ๆ หันมาเจรจากับฮิซบุลลอฮ์ ฟื้นฟูเสถียรภาพภายในประเทศ และยืนยันความมุ่งมั่นต่ออธิปไตยของชาติ”
ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์เน้นย้ำว่า ข้อเท็จจริงที่กองทัพอิสราเอลใช้ระเบิดประมาณ 700 ตัน โจมตีอุโมงค์ของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ที่ต้องสงสัยใกล้ปราสาทโบฟอร์ตทางตอนใต้ของเลบานอน เป็นเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอที่จะออกมาประณามสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ยุติการรุกรานของอิสราเอลที่กำลังดำเนินอยู่
เชค กอเซ็ม กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่เลบานอนเข้าร่วมการหารือและจัดการประชุม [กับฝ่ายอิสราเอล] ในขณะเดียวกันก็เพิกเฉยต่อผลลัพธ์ที่เจ็บปวดเหล่านี้ และเมินเฉยต่อการทิ้งระเบิด การดูหมิ่น และความเสื่อมเสีย”
เขากล่าวต่อไปว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีเลบานอนในเดือนกันยายนปี ค.ศ. 2024 คือการทำลายล้างขบวนการต่อต้านของฮิซบุลลอฮ์อย่างสิ้นเชิง โดยการลอบสังหารเจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่ม รวมถึงซัยยิด ฮัสซัน นัสรุลลอฮ์
เชค กอเซ็ม กล่าวว่า “ศัตรูไซออนิสต์ได้ทำการโจมตีทางไซเบอร์และจุดระเบิดเครื่องเพจเจอร์พกพาไปทั่วเลบานอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะบ่อนทำลายศักยภาพทางทหารของฮิซบุลลอฮ์ในขณะที่กลุ่มต่อต้านไม่ได้แตกสลาย แต่กลับเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจด้วยการยึดมั่นในศรัทธาและความพร้อมในการต่อสู้”
ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์เน้นย้ำว่า บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MoU) ที่วอชิงตันและเตหะรานลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การโจมตีเลบานอนของอิสราเอลยุติลง
เขากล่าวว่า ข้อแรกของบันทึกความเข้าใจเน้นย้ำว่า การหยุดยั้งการรุกของอิสราเอลในเลบานอนยังคงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการบรรลุเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน
เชค กอเซ็ม ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความเป็นเอกภาพของชาติในเลบานอน และยกย่องความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งของฮิซบุลลอฮ์กับขบวนการอามัล
เขากล่าวว่า “ความสามัคคีระหว่างพรรคการเมือง กลุ่ม และชุมชนต่าง ๆ ถือเป็นปราการที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพในการต่อต้านการรุกรานของอิสราเอล”
ในส่วนอื่นของสุนทรพจน์ ผู้นำฮิซบอลลาห์ระบุว่า วอชิงตันและรัฐบาลเทลอาวีฟกำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะดับจิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน สถาปนาอำนาจครอบงำอย่างสมบูรณ์เหนือเอเชียตะวันตก และฝังรากอิสราเอลในฐานะตัวแทนที่ส่งเสริมอำนาจเหนือกว่าของสหรัฐฯ
เขากล่าวว่า อิหร่านภายใต้การนำของอยาตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจญ์ตาบา คอเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน จะได้รับชัยชนะครั้งสำคัญ
เชค กอเซ็ม กล่าวสรุปว่า “อิหร่านได้รับชัยชนะและยืนหยัดอย่างมั่นคง ในขณะที่สหรัฐฯ ล้มเหลว อิหร่านสามารถต้านทานการรุกรานและพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นรัฐที่แข็งแกร่ง”
ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่