รัฐบาลใหม่ฝ่ายขวาจัดของโคลอมเบีย รับรองการยึดครองที่ราบสูงโกลันของอิสราเอล
รัฐบาลใหม่ฝ่ายขวาจัดของโคลอมเบีย รับรองการยึดครองที่ราบสูงโกลันของอิสราเอล

เมื่อวันจันทร์ (10 ส.ค.) ที่ผ่านมา รัฐบาลขวาจัดที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ของโคลอมเบียได้ให้การรับรองอย่างเป็นทางการต่อสิ่งที่เรียกว่า “อธิปไตย” ของระบอบอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลันของซีเรีย ซึ่งเป็นดินแดนอาหรับที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ถูกยึดครองโดยใช้กำลังในปี ค.ศ.1967 และผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอลอย่างผิดกฎหมายในปี ค.ศ.1981 โดยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและมติของสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง

    ในการกระทำที่น่าละอาย ซึ่งเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับการรุกรานและการขยายอำนาจของกลุ่มไซออนิสต์มานานหลายทศวรรษ กระทรวงการต่างประเทศของโคลอมเบียภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีอาเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอลลา ได้ประกาศ “ยอมรับอธิปไตยของอิสราเอลเหนือดินแดนนี้ รวมถึงสิทธิของรัฐนั้นในการปกป้องตนเองจากภัยคุกคามภายนอก”

    กระทรวงการต่างประเทศของโคลอมเบีย ยังอ้างอีกว่า การรักษาการควบคุมที่ราบสูงเป็น “องค์ประกอบสำคัญ” ของการป้องกันประเทศของระบอบอิสราเอลท่ามกลางความไม่มั่นคงในภูมิภาคที่ถูกกล่าวอ้าง

    รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล กิเดียน ซาอาร์ ได้กล่าวขอบคุณ เด ลา เอสปรีเอลลา และรัฐมนตรีต่างประเทศ โอมาร์ บูลา เอสโคบาร์ อย่างทันที โดยยกย่องการกระทำดังกล่าวว่าเป็น “การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์” หลังจากการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการประชุมที่เมืองบาร์รังกียา ก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่

    การยอมรับนี้ทำให้โคลอมเบียเป็นเพียงประเทศที่สองของโลกที่รับรองการอ้างสิทธิ์อย่างผิดกฎหมายของระบอบไซออนิสต์ ต่อจากสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี ค.ศ. 2019 ประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่ รวมถึงสหประชาชาติ ยังคงถือว่า ที่ราบสูงโกลันเป็นดินแดนซีเรียที่ถูกยึดครอง และปฏิเสธความพยายามใด ๆ ที่จะทำให้การได้มาซึ่งดินแดนโดยใช้กำลังเป็นเรื่องชอบธรรม

    การทรยศทางการทูตครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ระบอบอิสราเอลได้ขยายอิทธิพลทางทหารเข้าไปในดินแดนซีเรียอย่างก้าวร้าวหลังจากการล่มสลายของรัฐบาลอัสซาดในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2024 เทลอาวีฟประกาศให้ข้อตกลงถอนกำลังปี ค.ศ.1974 เป็นโมฆะฝ่ายเดียว และรุกคืบเข้าไปในเขตกันชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหประชาชาติ โดยจัดตั้งฐานทัพและด่านหน้าทางทหารใหม่ แม้ว่า รัฐบาลใหม่ของซีเรียจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นต่อสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่ก็ตาม

    เด ลา เอสปรีเอลลา ผู้นำฝ่ายขวาจัดของโคลอมเบีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทรัมป์ในช่วงหาเสียง ได้พลิกกลับท่าทีที่ก้าวหน้าของรัฐบาลก่อนหน้าอย่างรวดเร็ว

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาได้สั่งระงับการจัดตั้งสถานทูตโคลอมเบียในปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ขณะเดียวกันก็ผลักดันแผนการย้ายสถานทูตโคลอมเบียไปยังกรุงเยรูซาเลมที่ถูกยึดครอง และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐไซออนิสต์อย่างเต็มรูปแบบ

    การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นความถอยหลังอย่างมากสำหรับอุดมการณ์ปาเลสไตน์และการต่อสู้ที่กว้างขึ้นกับการยึดครองทั่วเอเชียตะวันตก ด้วยการร่วมมือกับวาระการขยายอำนาจของระบอบไซออนิสต์ รัฐบาลโคลอมเบียชุดใหม่ จึงเลือกที่จะอยู่ข้างผู้กดขี่มากกว่าผู้ถูกกดขี่ ทำลายสิทธิของประชาชนชาวซีเรียและปาเลสไตน์ และกระตุ้นให้เกิดการรุกรานในภูมิภาคมากขึ้น

    ที่ราบสูงโกลันยังคงเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนซีเรียภายใต้การยึดครองอย่างผิดกฎหมาย การยอมรับจากระบอบขวาจัดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าการปรากฏตัวของกลุ่มไซออนิสต์ในที่นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและต้องยุติลง

    ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2024 หลังจากการล่มสลายของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ในช่วงที่อิสราเอลสนับสนุนการโจมตีซีเรียอย่างหนัก กองกำลังอิสราเอลได้รุกคืบเข้าไปในเขตแยกที่สหประชาชาติกำหนดไว้ ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1974 หลังจากการหยุดยิงที่สหประชาชาติเป็นผู้ไกล่เกลี่ย

    เขตพื้นที่ 235 ตารางกิโลเมตรนี้ เดิมทีตั้งใจให้เป็นดินแดนที่เป็นกลางเพื่อป้องกันการยกระดับ

การสูรบ โดยมีกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติลาดตระเวน

    ประเทศส่วนใหญ่ยังคงปฏิเสธการผนวกที่ราบสูงโกลันของเทลอาวีฟ ซึ่งยึดครองมาได้ในปี ค..ศ.1967


ที่มา : สำนักข่าวเพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 196 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30803364
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5127
10764
32901
30642244
178258
317935
30803364

อ 11 ส.ค. 2026 :: 15:42:57