รายงาน : ยอดผู้เสียชีวิตของกองทัพสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน สูงกว่าตัวเลขที่กระทรวงสงครามเปิดเผยต่อสาธารณะ
รายงาน : ยอดผู้เสียชีวิตของกองทัพสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน สูงกว่าตัวเลขที่กระทรวงสงครามเปิดเผยต่อสาธารณะ

รายงานระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ อาจเสียชีวิตในภูมิภาคเอเชียตะวันตกในระหว่างการทำสงครามกับอิหร่านของรัฐบาลทรัมป์ มากกว่าตัวเลขที่สะท้อนอยู่ใน 'บันทึกผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต' ที่เปิดเผยต่อสาธารณะของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

    หนังสือพิมพ์ The Washington Post นำเสนอรายงานดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในของกระทรวงกลาโหมจำนวน 6 คน

    แหล่งข่าววงใน ซึ่งได้รับการระบุว่า เป็นผู้ที่มีความคุ้นเคยกับข้อมูลบัญชีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตภายในของกระทรวงกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ว่า มีบุคลากรทางการทหารของสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 นาย ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิต 18 นาย ที่ระบุไว้ใน 'ระบบวิเคราะห์ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตของกระทรวงกลาโหม' (Defense Casualty Analysis System) อยู่ 4 นาย

    เจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ถูกอ้างอิงโดย เดอะ วอชิงตัน โพสต์ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 23 นาย นับตั้งแต่สหรัฐฯ และระบอบอิสราเอลเปิดฉากสงครามขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า การเสียชีวิตบางส่วนที่ไม่สะท้อนในบัญชีที่เปิดเผยต่อสาธารณะของกระทรวงนั้น ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับการสู้รบ แต่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวในช่วงเวลาสงคราม

    อิหร่านตอบโต้การรุกรานที่ไม่มีสาเหตุยั่วยุนี้ด้วยการโจมตีกลับอย่างเด็ดขาดและประสบผลสำเร็จไม่ต่ำกว่า 100 ระลอก โดยมุ่งเป้าไปยังฐานที่มั่นของฝ่ายตรงข้ามในหลายประเทศในภูมิภาค

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายเดิมที่หนังสือพิมพ์อ้างถึงยังระบุด้วยว่า มีผู้รับเหมาของสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคเสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

    ณ บ่ายวันศุกร์ ฐานข้อมูลสาธารณะของกระทรวงกลาโหมระบุยอดผู้เสียชีวิตจำนวน 14 นาย ภายใต้ชื่อ ปฏิบัติการ Operation Epic Fury ซึ่งเป็นรหัสลับที่วอชิงตันใช้เรียกการเปิดฉากโจมตีดังกล่าว ในขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก 4 นาย ถูกจัดอยู่ในหมวดปฏิบัติการในต่างประเทศ (Overseas Operations)

    ฐานข้อมูลดังกล่าวยังแสดงให้เห็นอีกว่า มีทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 820 นาย นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

    มีรายงานว่า ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลดังกล่าวได้สร้างความอึดอัดใจให้แก่บรรดาคนในของกระทรวงกลาโหม ซึ่งต่างพากันตั้งคำถามว่า เหตุใดจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมานั้นจึงไม่สะท้อนอยู่ในระบบฐานข้อมูล (portal) ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

    รายงานระบุเพิ่มเติมว่า กองกำลังอีก 2 นาย ที่เสียชีวิตในภูมิภาคดังกล่าวระหว่างปฏิบัติภารกิจซึ่งวอชิงตันอธิบายว่า 'ไม่เกี่ยวข้องกับสงคราม' ก็ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เปิดเผยต่อสาธารณะของกระทรวงกระทรวงกลาโหมด้วยเช่นกัน

    นอกจากนี้ รายงานข่าวดังกล่าวยังได้เน้นย้ำถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดหมวดหมู่ผู้เสียชีวิตทางการทหารอีกด้วย

    เมื่อทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต กองทัพจะดำเนินการ 'สอบสวนการปฏิบัติหน้าที่' (Line-of-Duty Investigation) ซึ่งสามารถช่วยกำหนดสิทธิประโยชน์สำหรับครอบครัวทหารผู้ล่วงลับที่ยังมีชีวิตอยู่ได้รับ

    การจัดทำบัญชีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตของกระทรวงกลาโหม เคยถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมาแล้วในเดือนกรกฎาคม เมื่อรายชื่อของกองกำลัง 4 นาย ที่เสียชีวิตจากการโจมตีโต้ตอบของอิหร่าน ได้ถูกลบออกจากฐานข้อมูลสาธารณะ ก่อนที่จะถูกนำกลับเข้ามาใส่ใหม่อีกครั้งภายใต้หมวดหมู่ที่แตกต่างออกไป

    โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในขณะนั้นได้ชี้แจงว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจาก 'ปัญหาข้อมูลขัดข้องชั่วคราว' และกล่าวว่า ปัญหานี้จะได้รับการ 'แก้ไข

    เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำนักข่าว เดอะ เทเลกราฟ (The Telegraph) รายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ทหารบางนายที่เสียชีวิตในระหว่างสงคราม 'เนื่องจากสภาคองเกรสยังไม่ได้ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ

    รายงานล่าสุดนี้มีขึ้นตามหลังการตรวจสอบในด้านอื่น ๆ ต่อกรณีการจัดทำบัญชีสาธารณะของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ

    สำนักข่าว เอ็นบีซี นิวส์ (NBC News) รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า มีพลเรือนหลายร้อยคนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในเยเมนเมื่อปี ค.ศ. 2025 ในขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่ได้ยอมรับต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความสูญเสียดังกล่าว หรือจัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้แก่สภาคองเกรสแต่อย่างใด

    รัฐบาลชุดนี้ยังต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อสาธารณะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อกรณีการเสียชีวิตของทหารสหรัฐฯ ในระหว่างสงครามกับอิหร่านอีกด้วย

    เมื่อเดือนกรกฎาคม ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ของเขา ซึ่งดูเหมือนเป็นการเปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตของสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้ กับยอดผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดจากสงครามครั้งก่อน ๆ และเขาก็ได้แสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกันนี้อีกครั้งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

    บรรดาญาติผู้สูญเสียได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์เมื่อเดือนกรกฎาคม หลังจากที่เขาดูเหมือนจะกุเรื่องหรืออ้างคำพูดของทหารที่เสียชีวิตไปแล้ว ในระหว่างพิธีรับศพทหารกลับมาตุภูมิอย่างสมเกียรติ (dignified transfer)

    พวกเขากล่าว และพวกเขาทุกคนต่างพูดเน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่า “เราไม่สามารถยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้'” ทรัมป์เคยกล่าวไว้เช่นนั้น เพื่อพยายามตอกย้ำข้อกล่าวหาของเขาที่อ้างว่าอิหร่านกำลังพัฒนาหรือครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง ที่ไม่ใช่อาวุธแบบดั้งเดิม (non-conventional weapons) ซึ่งข้อกล่าวหาเหล่านี้ ทางกรุงเตหะรานได้ปฏิเสธอย่างไร้ข้อยกเว้นมาโดยตลอด โดยระบุว่า เป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อ

    คารี ฟูเกตต์ (Karie Fugett) ภรรยาหม้ายของ สิบโท จิมมี่ คลีฟแลนด์ ที่สอง (Jimmy Cleveland II) แห่งกองพลนาวิกโยธิน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำกล่าวข้างต้น ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ฮัฟฟ์โพสต์ (HuffPost)

    ฟูเกตต์กล่าวว่า “มันชัดเจนอย่างที่สุดสำหรับฉันว่า นี่คือการแสดงปาหี่ทางการเมืองอันน่าอัปยศอดสูในช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่"

    ประธานาธิบดีรู้ดีว่า สงครามของเขากับอิหร่าน คือสงครามที่ไร้ความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ และเขาก็กำลังหวาดกลัวอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้จะส่งผลอย่างไรต่อคะแนนเสียงในคูหาเลือกตั้ง" เธอกล่าวเสริม "มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก


ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 160 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

31162798
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5264
7327
63217
31029110
174855
362837
31162798

ส 19 ก.ย. 2026 :: 16:55:39