ปากีสถานปฏิเสธรายงานข่าวของเดอะนิวยอร์กไทมส์ที่อ้างว่า มีการใช้เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศปากีสถาน (PAF) โจมตีกลุ่มกองทัพเยเมน (YAF) โดยระบุว่า เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง รายงานดังกล่าวสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับบทบาททางทหารของปากีสถานในเยเมน
ปากีสถานปฏิเสธรายงานของเดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) ที่อ้างว่ามีการใช้เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศปากีสถานโจมตีกลุ่มกองทัพเยเมน โดยกระทรวงสารสนเทศระบุว่า รายงานดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จและถูกกุขึ้นมา
เดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศปากีสถานถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารของซาอุดีอาระเบียในเยเมน พร้อมทั้งมีการประจำการของทหารปากีสถานหลายพันนายในราชอาณาจักร
เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทางทหารของปากีสถานและเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ว่า มีการส่งทหารปากีสถานประมาณ 8,000 นาย รวมถึงบุคลากรจากกองทัพอากาศและหน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพบก เข้าประจำการในซาอุดีอาระเบียควบคู่ไปกับปฏิบัติการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางการปากีสถานได้ปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่ารายงานเรื่องการส่งทหารและเครื่องบินรบไปเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีในเยเมนนั้น เป็นเรื่องเท็จและถูกสร้างขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง
เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พันเอก เดวิด โอ. สมิธ (Col. David O. Smith) อดีตผู้ช่วยทูตทหารบกสหรัฐฯ ประจำปากีสถาน และอดีตนักวิเคราะห์ระดับสูงของสำนักงานข่าวกรองกลาโหม (DIA) ซึ่งระบุว่า นักวิเคราะห์ประเมินว่า มีทหารปากีสถานประมาณ 8,000 นาย ถูกส่งไปประจำการในซาอุดีอาระเบีย
พันเอก โอ. สมิธ อ้างว่า การประจำการของทหารปากีสถานเหล่านี้ คาดว่า จะมุ่งเน้นไปที่การรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเป็นหลัก มากกว่าการเข้าร่วมโจมตีโดยตรงต่อกลุ่มอันซอรุลลอฮ์ (กลุ่มฮูซ๊)
พันเอก โอ. สมิธ ระบุเพิ่มเติมว่า ทหารปากีสถานไม่น่าจะเข้าร่วมในการสู้รบโดยตรงกับกลุ่มอันซอรุลลอฮ์ (กลุ่มฮูซ๊) เนื่องจากรัฐบาลอิสลามาบัดต้องการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศอิหร่านเอาไว้
กองกำลังพันธมิตรป้องกันมักกะฮ์ (Mecca Defense Alliance) เตรียมเคลื่อนกำลังพลเข้าประจำการในซาอุดีอาระเบียอย่างเร่งด่วน
ตามแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ระบุว่า ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และตุรกี ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในการดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดทันที เพื่อบังคับใช้พันธกรณีด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน ซึ่งรวมถึงขั้นตอนการส่งกำลังทหารและขีดความสามารถทางทหารตามที่ตกลงไว้ เข้าประจำการในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างรวดเร็ว เพื่อเผชิญหน้าและต่อต้านภัยคุกคามร่วมกัน
การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการประชุมฉุกเฉินของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเมืองและการป้องกันประเทศแห่งพันธมิตรป้องกันประเทศ (ข้อตกลงมักกะฮ์) ที่กรุงริยาด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความปลอดภัยและภัยคุกคามที่ซาอุดีอาระเบียกำลังเผชิญอยู่
คณะกรรมการเห็นพ้องที่จะ "ดำเนินการในทางปฏิบัติทันทีตามพันธสัญญาด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน" และดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อจัดหากำลังพลและขีดความสามารถตามที่ตกลงกันไว้ พร้อมทั้ง "รับประกันว่า จะมีการส่งกำลังพลเข้าไปยังซาอุดีอาระเบียอย่างรวดเร็ว"
ตามแถลงการณ์ระบุว่า การดำเนินการจะเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้รับอนุมัติและกฎหมายภายในของประเทศที่เข้าร่วม มาตรการดังกล่าวถูกนำเสนอในฐานะแนวทางเพื่อเสริมสร้างความพร้อมทางทหาร การประสานงาน และขีดความสามารถของพันธมิตรในการรับมือกับภัยคุกคาม
ที่มา : สำนักข่าว อัล มายาดีน
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่