มุห์ซีน เรซาอี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ กล่าวกับ ซง ปิหยู เอกอัครราชทูตจีนประจำเตหะราน ในการประชุมเมื่อวันอังคาร (11 ส.ค.) ว่า สหรัฐฯ ต้องยุติสงครามกับอิหร่านและพันธมิตรในภูมิภาค และปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัดของอิหร่านเพื่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ
ตามคำแปลจากข่าวที่จัดทำโดยสำนักข่าว Press TV เขียนว่า : มุห์ซีน เรซาอี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ กล่าวกับ ซง ปิหยู เอกอัครราชทูตจีนประจำเตหะราน ในการประชุมเมื่อวันอังคาร (11 ส.ค.) ว่า สหรัฐฯ ต้องยุติสงครามกับอิหร่านและพันธมิตรในภูมิภาค และปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัดของอิหร่านเพื่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ
เรซาอีกล่าวในการประชุมว่า “ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซก็จะไม่เปิด”
เขากล่าวว่า อิหร่านได้แจ้งเงื่อนไขอื่น ๆ ให้กับสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาทางอ้อมระหว่างสองฝ่ายในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย
เรซาอี กล่าวเน้นย้ำว่า หากอิหร่านและโอมาน ซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยู่ริมช่องแคบฮอร์มุซ บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเส้นทางการขนส่งในช่องแคบ ข้อตกลงนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของอิหร่านในการปิดหรือเปิดช่องแคบ
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังพยายามอย่างหนักที่จะโน้มน้าวอิหร่านผ่านตัวกลางให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เนื่องจากการปิดช่องแคบส่งผลให้ราคาน้ำมันและปุ๋ยในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างมาก
อิหร่านและสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งอนุญาตให้อิหร่านบริหารจัดการช่องแคบและค่อย ๆ ฟื้นฟูการขนส่งให้กลับสู่ระดับปกติ โดยแลกกับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้กลับมาใช้มาตรการจำกัดในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงใน MoU โดยพยายามบ่อนทำลายการบริหารจัดการช่องแคบของอิหร่าน
ในการพบปะกับเอกอัครราชทูตจีนประจำอิหร่าน นายเรซาอี ได้ชื่นชมการตัดสินใจของจีนในการคัดค้านร่างมติ “ต่อต้านอิหร่านและผิดกฎหมาย” ที่เสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในช่วงสงครามรุกรานอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลในเดือนมีนาคม ว่าเป็น “ก้าวเชิงบวก”
เขายังยกย่องความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอิหร่านและจีน และข้อเท็จจริงที่ว่า ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกของสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้และกลุ่ม BRICS โดยกล่าวว่า ความร่วมมือนี้สามารถเป็นศักยภาพที่ยิ่งใหญ่สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในอนาคต
ส่วนนาย ซง ปิหยู ได้ย้ำจุดยืนของจีนในการคัดค้านการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
เขากล่าวว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เสนอข้อริเริ่มสี่ประการเพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในเอเชียตะวันตก
ตามรายงานการถอดคำกล่าวของเขาที่จัดทำโดยสำนักงานสื่อของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เขากล่าวว่า “เราเชื่อว่า อิหร่าน นอกเหนือจากความแข็งแกร่งแล้ว ยังมีความรอบคอบและชาญฉลาด และสามารถจัดการสถานการณ์ได้”
หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่านยังได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับประเด็นช่องแคบฮอร์มุซด้วย
“ข้อความของอิหร่านชัดเจน : ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เปิดอีกจนกว่าสหรัฐฯ จะยุติสงครามและการปิดล้อม ปล่อยทรัพย์สินที่ถูกอายัดของอิหร่าน และตกลงที่จะหยุดยิงทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงในเลบานอนและฉนวนกาซา”
เรซาอีกล่าวเน้นย้ำในโพสต์ว่า “ช่องแคบจะยังคงปิดอยู่ จนกว่าเงื่อนไขทั้งหมดจะครบถ้วน”
ที่มา : สำนักข่าว mehrnews
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่