รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านชี้แจงรายละเอียดข้อตกลงอิหร่าน-โอมาน เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านชี้แจงรายละเอียดข้อตกลงอิหร่าน-โอมาน เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าวเมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ว่า ความเข้าใจที่บรรลุร่วมกับโอมานนั้นไม่ได้หมายความถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และเส้นทางน้ำดังกล่าวทางยุทธศาสตร์ทหารยังคง "ปิดอยู่"

    นายกอเซ็ม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการกฎหมายและระหว่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านยังคงอยู่ในภาวะสงคราม โดยเขากล่าวว่า ช่องแคบดังกล่าวได้กลายเป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านไปแล้ว และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในเส้นทางเข้าและออก

    การีบาบาดี กล่าวว่า ในช่วง 58 ปีที่ผ่านมา เรือต่าง ๆ ได้แล่นผ่านน่านน้ำของโอมาน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออิหร่าน ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวฉบับใหม่นี้ เส้นทางขาเข้าสู่ อ่าวเปอร์เซีย จะวิ่งผ่านน่านน้ำของอิหร่าน ในขณะที่เส้นทางขาออกจะวิ่งผ่านน่านน้ำอาณาเขตของโอมาน โดยเรือที่สัญจรทั้งสองทิศทางจะต้องแล่นผ่านน่านน้ำของอิหร่าน ซึ่งระเบียงขนส่งนี้จะมีลักษณะการทำงานคล้ายกับทางหลวงสองเลนที่มีความกว้างรวมประมาณ 7 ไมล์

    การิบาบาดีกล่าวว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และอิหร่านกับโอมานจะต้องเจรจาเพื่อกำหนดเส้นทางถาวรสายใหม่ภายใน 30 ถึง 60 วัน เพื่อนำมาใช้ทดแทนระบบแผนผังเส้นทางเดินเรือทางทะเลฉบับเดิม

    หากมองจากมุมมองทางทหาร ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่" เขากล่าว โดยภายใต้ข้อตกลงความเข้าใจนี้ จะไม่มีการอนุญาตให้เรือรบหรือเรือทางทหารใด ๆ แล่นผ่าน และจะอนุญาตให้เฉพาะเรือพาณิชย์เท่านั้น ที่สามารถสัญจรผ่านได้

    เขาได้ปฏิเสธคำแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบ โดยระบุว่า ไม่มีใครอื่นนอกจากอิหร่านที่รู้ตำแหน่งของทุ่นระเบิดในเส้นทางน้ำดังกล่าว พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า "หากคำกล่าวอ้างนั้นเป็นจริง เหตุใดจึงยังไม่มีเรือลำใดแล่นผ่านช่องแคบนี้เลย?

    การิบาบาดีกล่าวว่า การเจรจากับโอมานดำเนินงานผ่านคณะทำงานร่วม ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ, องค์การท่าเรือและการเดินเรือ, กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมถึงกองทัพเรือของ IRGC และเสนาธิการร่วมกองทัพอิหร่าน โดยเขาระบุว่า กองทัพเป็นผู้จัดทำและนำเสนอแผนที่เส้นทาง ซึ่งทุกฝ่ายต่างมีมติเห็นพ้องต้องกันต่อแผนที่ดังกล่าว

    เกี่ยวกับการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกา เขากล่าวว่า เงื่อนไขต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว และการเจรจาใด ๆ ในอนาคตจะไม่เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา เขายังกล่าวอีกว่า อิหร่านสามารถดำเนินมาตรการชิงลงมือก่อน (Preemptive Actions) เพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของตน"

    เขากล่าวว่า เหตุใดเราต้องรอให้อเมริกาโจมตีเราก่อนอยู่เสมอ เพื่อที่เราจะได้ป้องกันตัวเอง? หากเราเห็นว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่เอื้ออำนวย เหตุใดเราจึงไม่ควรดำเนินการใด ๆ ต่อผลประโยชน์ของอเมริกา? สิ่งเหล่านี้ได้กลายมาอยู่ภายใต้กรอบนโยบายของสาธารณรัฐอิสลามแล้วในปัจจุบัน"

    เกี่ยวกับผู้บัญชาการทหารบกของปากีสถานซึ่งได้เดินทางเยือนกรุงเตหะรานในสัปดาห์นี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า "เราได้แจ้งต่อเขาว่า เราไม่ไว้วางใจอเมริกา และไม่ใช่สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านที่เป็นฝ่ายละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MoU) แห่งอิสลามาบัด อเมริกาไม่มีความจริงใจในการเจรจาและได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันของตนเอง

    หากชาวอเมริกันต้องการไม่ให้เกิดอะไรขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ และต้องการให้มีการดำเนินการเพื่อเปิดช่องแคบอีกครั้ง พวกเขาจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของอิหร่านในข้อตกลง"


ที่มา : สำนักข่าว mehrnews

Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 205 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30933556
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5587
12280
33199
30848272
308450
317935
30933556

พ 26 ส.ค. 2026 :: 13:46:51